ตอนที่ 144
บทที่144 เพาะเลี้ยง
October 28, 2026
บทที่144 เพาะเลี้ยง
“ต้นหญ้ากรดน้ำบ่มเพาะขึ้นมาไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่ให้มีไอน้ำเพียงพอ และอุณหภูมิที่เหมาะสม มันก็เติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด ในทุกเดือนมันจะมีดอกบานออกมาหนึ่งดอก เวลาออกดอก ขอแค่มีความชื้นสัมพัทธ์เพียงพอ หลังจากที่ดอกนั้นร่วงลงเมล็ดก็จะแพร่พันธุ์ทันที เมล็ดจะสุกและหลุดออกภายในสองวัน”
“เป็นไปตามสภาพอากาศ ต้นหญ้ากรดน้ำจะเริ่มงอกต้นอ่อนในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิจนสิ้นสุดตอนปลายฤดูร้อน และหลังจากออกดอกเพียงครั้งเดียวก็จะเริ่มร่วงโรย เดิมแล้วฉันคิดว่าคิดว่าการใช้เมล็ดเพาะจะต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ จากนั้นฉันก็ยังพบว่าการพัฒนาการของรากของต้นหญ้ากรดน้ำ จะเกิดขึ้นเมื่อมีน้ำและสารอาหารที่เหมาะสม รากสามารถจะผสมพันธุ์เป็นส่วนใหม่ กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันสามารถจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้ด้วยตัวเอง และสามารถใช้เมล็ดปลูกได้เช่นกัน”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลินเหลียน หลินหยางก็พูดขึ้นด้วยความยินดี “อย่างนั้นต้องใช้อุปกรณ์การเพาะอย่างไร”
“แน่นอนว่ามันถูกเพาะในเรือนกระจก และอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกต้นหญ้ากรดน้ำคือ ยี่สิบเจ็ดองศา เพียงแค่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม เจ้าต้นหญ้ากรดน้ำนี้ คุณสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปีเป็นจำนวนมาก แต่แม้ว่าต้นหญ้ากรดน้ำจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วภายใต้สภาวะที่เหมาะสม แต่ดินที่ใช้เป็นเวลาสองสามปี สารอาหารจะค่อยๆหายไป ดังนั้นคุณจึงต้องใช้สารละลายธาตุอาหารมาช่วย ซึ่งนั้นก็จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม”
“สารละลายธาตุอาหารที่ใช้สำหรับการเพาะเลี้ยงนี้ ราคาเป็นอย่างไรบ้าง” หลินหยางขมวดคิ้ว สิ่งของแบบนี้ ดูเหมือนจะไม่ถูกแน่นอน
ดูเหมือนจะมองทะลุความคิดของหลินหยางได้ หลินเหลียนหัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า “ฉันสามารถวิจัยวิธีการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตของต้นหญ้ากรดน้ำ อีกทั้งราคาก็ไม่สูง ฉันคำนวณไว้แล้ว ที่ดินหนึ่งไร่คือหกร้อยหกสิบหกตารางเมตร กับต้นหญ้ากรดน้ำหนึ่งไร่ จะต้องใช้สารละลายที่จำเป็นในหนึ่งปียี่สิบหยวน ในการดูแลการเพาะเลี้ยงในพื้นที่ดินเปล่าหนึ่งพื้นที่อยู่ที่ หนึ่งหมื่นสามพันหยวน ถ้าคุณเชื่อใจฉัน พี่สาวก็สามารถจะกำหนดองค์ประกอบใหม่เป็นพิเศษให้คุณ”
หลินหยางคิดอยู่ในใจครู่หนึ่ง หากวิธีเพาะเลี้ยงที่หลินเหลียนกล่าวมามีความน่าเชื่อถือ ตนเองก็สามารถใช้ต้นหญ้ากรดน้ำได้ในอนาคต ในช่วงแรกตนเองสามารถจะเริ่มปลูกต้นหญ้ากรดน้ำในพื้นที่สิบไร่ก่อน เมื่อคำนวณดูแล้ว สารละลายธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับหนึ่งปี ก็จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่หลักแสน เมื่อรวมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ติดตั้ง ราคารวมแล้วก็ไม่เกินหนึ่งล้านแน่นอน ก็เท่ากับได้รับมาห้าแสน ด้วยรูปแบบนี้คิดว่าการลงทุนนี้คุ้มค่าแน่นอน
ในใจหลินหยางก็รู้สึกได้ว่าผู้หญิงที่มีความฉลาดแบบนี้น่ากลัวมาก คำพูดไม่กี่คำของผู้หญิงคนนี้ ก็สามารถทำให้ตนเองได้รายได้ถึงหลายแสน ที่สุดแล้วความรู้ก็คือพลัง
“เรื่องนี้ก็ตกลง อย่างนั้นผมขอซื้อการเพาะเลี้ยงจากคุณ หากว่าคุณไม่วางใจ พวกเราจะเซ็นสัญญาซื้อขายกันก็ได้” หลินหยางหยุดนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดต่อไป “ก่อนหน้านี้ได้บอกไปแล้วว่าจะเพิ่มเงินให้คุณถ้าสามารถเพาะเลี้ยงออกมาได้ เอาแบบนี้แล้วกัน คืนนี้คุณเขียนโครงการที่สมบูรณ์แบบมา ครั้งนี้ผมจะเพิ่มให้คุณอีกสามหมื่นหยวน”
พูดจบหลินหยางก็หยิบธนบัตรสามปึกออกจากกระเป๋าและส่งให้หลินเหลียน
เมื่อเห็นว่าหลินหยางให้เงินตนเองอีกสามหมื่น ถ้าจะบอกว่าหลินเหลียนไม่ดีใจก็ดูจะเป็นการโกหก เดิมทีคิดว่าอย่างมากที่สุดหลินหยางก็น่าจะให้ตนเองสักหมื่นหยวน ไม่นึกเลยว่าครั้งนี้จะได้ถึงสามหมื่นหยวนโดยไม่ต้องร้องขอ และยังจะซื้อสารละลายธาตุอาหารด้วยตนเองอีก
เธอรู้ดีเรื่องต้นทุนของสารละลายธาตุอาหาร ผสมออกมาแล้วมากที่สุดก็อยู่ที่สองหมื่น เมื่อนำมาขายต่อให้กับหลินหยางก็น่าจะอยู่ที่หลายแสน กำไรกลางนับว่ามากแน่นอน
รับเงินมาอย่างมีความสุข หลินเหลียนกล่าวว่า “เด็กน้อยใจกว้างขนาดนี้เชียว อย่างนั้นคืนนี้พี่สาวคงต้องทำงานหนักแล้ว จะต้องเขียนโครงการที่ทำให้คุณพอใจ”
เมื่อหลินหยางได้จัดการทุกสิ่งเรียบร้อยแล้ว ในใจก็รู้สึกผ่อนคลายลง มองไปยังหลินเหลียน มังกรยักษ์ที่ไม่ได้หายไปไหน ขณะนี้ก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้หลินเหลียนเพียงแต่คุยกับหลินหยาง จึงยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย เผยให้เห็นแสงของฤดูใบไม้ผลิที่สวยงามไร้ที่สิ้นสุด หลินหยางมองดูอย่างเบิกบานมีความสุข
“คุณ...คุณยังดูอีกนะ!” รู้สึกได้ถึงสายตาของหลินหยาง หลินเหลียนก็พูดไปอย่างหน้าแดง
ในความเป็นจริงในใจของหลินเหลียนไม่ได้รังเกียจที่หลินหยางจะมองตนเอง ชายหนุ่มที่ภายนอกดูหล่อเหลา ร่างกายที่แสนจะดึงดูดตนเองอย่างมาก และตนเองก็เป็นคนที่ชื่นชอบชายหนุ่มวัยรุ่นแบบนี้เป็นอย่างมาก ตนเองก็อายุสามสิบปีแล้ว ยังสามารถจะดึงดูดผู้ชายอายุน้อยกว่าตนเองเป็นสิบปีได้ ในใจของเธอจึงรู้สึกภูมิใจมาก
“พี่เหลียน คุณสวยจริง ๆ” หลินหยางยังไม่ได้หันหน้าไป แต่เขายังชมเชยเธอ ในใจของเขารู้ดี หลินเหลียนยังไม่ยอมใส่เสื้อผ้าจนถึงตอนนี้ จะต้องไม่ต่อต้านที่ตนเองมองเธออย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินคำคำชื่นชมของหลินหยาง หลินเหลียนก็นั่งลงตรงด้านข้างของหลินหยาง ร่างอันอวบแน่นก็ได้ประกบเข้ากับหลินหยางทันที ยิ้มและพูดว่า “เฮ้ๆ ปากของคุณนี่หวานจังเลยนะ ไหนมาให้พี่สามลองดมกลิ่นหน่อยสิว่าไปกินน้ำตาลมาหรือเปล่า”
หลินหยางโน้มปากเข้าไปอย่างพอเหมาะ หลินเหลียนอยู่ในความงุนงง ร่องรอยของการต่อสู้ปรากฏอยู่ในดวงตา แม้ว่าในวันปกติเธอจะแอบคิดเรื่องชู้สาวกับผู้ชายคนอื่น แต่เมื่อต้องทำจริง ในใจกลับรู้สึกลังเลบางอย่าง
แต่ออร่าจากร่างกายของเขามันดึงดูดตนเองเป็นอย่างมาก และความตื่นเต้นของการขโมยความสุขมันทำให้ในใจของเธอตั้งตารอ เมื่อเห็นว่าหลินหยางเข้ามา เธอก็ดิ้นรนที่จะขึ้นไป
กลิ่นของผู้หญิงที่โตเต็มไวโชยเข้ามา หัวใจของหลินหยางก็หวั่นไหว จึงตอบสนองหลินเหลียนทันที มือนั้นก็อดไม่ได้ที่จะควานหาเนินเขาสองลูกนั้นของหลินเหลียน
ความรู้สึกที่นุ่มนวลสัมผัสผ่านมายังมือ หลินหยางจึงถูขึ้นทันที ยอดหยกที่หนาขึ้นเปลี่ยนรูปร่างต่อไป หมั่นโถวในมือก็ค่อย ๆยายแข็งขึ้น
ดูเหมือนว่าจะได้รับความสุขมาก ผ่านไปไม่นาน ผิวของหลิวเหลียนก็มีสีแดงระเรื่อ หายใจอย่างเปิดปิดปากเล็กนั้น มองไปยังหลินหยางด้วยสายตาพร่ามัว มืออันสั่นเทาก็มุ่งไปทางมังกรหยก
“โอ้วพระเจ้า มันตระหง่านมาก!” หลินเหลียนอุทาน
“ชอบไหม” หลินหยางถามด้วยรอยยิ้ม
“คุณจะบ้าหรือ มาถามฉันว่าชอบหรือไม่ชอบ!” หลินเหลียนโต้กลับอย่างไม่พอใจ
หลินหยางยิ้มเล็กน้อย ป้าก็อ้าเอาไข่มุกเข้าไปด้านใน หลินเหลียนไม่สามารถทนต่อการกระตุ้นนี้ได้ และเสียงของความตื่นเต้นนั้นก็ยังคงดังออกมาจากปากไม่หยุด
หลังจากผ่านไปไม่นาน หลินหยางก็ตรงไปยังแดนลึกลับที่มีต้นหญ้าปกคลุม และไม่นานก็ได้พบกับสายน้ำสายเล็ก ๆ หลินหยางได้มาพูดข้างหูของหลินเหลียน “พี่เหลียน เป็นแม่น้ำแล้วหรือ”
ความรู้สึกเบลอในใจของหลินเหลียนในตอนแรกเหลือเพียงความต้องการภายใน จึงพูดออกไป “แล้วยังไม่รีบอีก ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
หลินหยางหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ดำเนินการขั้นตอนถัดไป เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งขึ้นมา
เมื่อรู้ว่ากำลังทำเรื่องที่ไร้สาระเช่นนี้ หลินเหลียนก็หน้าแดงไปทั้งตัว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
หลังจากพูดไปเพียงไม่กี่คำ หลินเหลียนก็ผลักหลินหยางออกไป พูดอย่างหน้าแดง “ที่สถาบันวิชามีเรื่องยุ่งนิดหน่อย ฉันต้องไปช่วยสักหน่อย”
หลินหยางที่กำลังคึกคักพร้อมสู้ศึกก็รู้สึกจนปัญญา จ้องมองกระต่ายหยกคู่ใหญ่นั้น เอื้อมมือไปบีบสองสามครั้ง ก็ถูกหลินเหลียนผลักออกไป
“ระหว่างที่เล่น ยังเอาเปรียบพี่สาวไม่พออีกหรือ” หลินเหลียนจ้องมองไปยังหลินหยาง