ตอนที่ 151
บทที่151 น้ำเสียง
October 28, 2026
บทที่151 น้ำเสียง
“คุณนอนดึกทุกคืนนานๆแบบเนี่ย ร่างกายจะแย่เอานะ ถ้าไม่ปรับให้ดีๆหน่อยน่ะ นานวันไป ต่อไปจะทนไม่ได้นะ”หลินหยางพูดเตือน
“ฉันมีเรื่องให้ต้องทำทุกคืนนี่นา จะพยายามพักผ่อนให้เร็วๆหน่อยแล้วกัน”เฟิงอู่นอนยิ้มแห้งๆอยู่บนเตียง ใบหน้าที่อ่อนโยนราวกับภาพวาด มองหลินหยางนิ่งๆ
“คุณจะงานยุ่งอะไรนักหนาทุกคืนน่ะ”หลินหยางถามโพล่งขึ้น
“เฟิงอู่เป็นนักเขียนบล๊อคอินเตอร์เนต มีนิยายบนอินเตอร์เนตเป็นจำนวนมาก คนกดไลค์ก็นับพันแล้ว แต่ว่าเธอต้องคอยเร่งต้นฉบับทุกคืน มักจะทำงานจนถึงตอนตีสองทุกคืน”จ้าวหรัวพูดอย่างกังวล
เขามองเฟิงอู่อย่างตกตะลึงแล้วพูดขึ้น“คิดไม่ถึงเลยนะว่าคุณจะเป็นสาวมากความสามารถคนหนึ่ง”
“อย่าไปซีซั๊วฟัง สาวมากความสามารถอะไรเล่า สุขภาพก็ขนาดนี้แล้ว”เฟิงอู่ยิ้มเยาะเล็กน้อย“เขียนเล่มนี้เสร็จก็ว่าจะพักหน่อย ใกล้จะจบเล่มแล้ว”
“ตอนนี้ก็ไม่ต้องเร่งต้นฉบับแล้ว ปรับสภาพร่างกายให้ดีแล้วกัน ถ้าคุณเชื่อผม ผมจะสั่งยาบำรุงให้ ดีต่อสุขภาพคุณด้วย”หลินหยางพูดพลางยิ้ม
พอเปิดใบสั่งยาให้เฟิงอู่เรียบร้อย หลินหยางก็ไม่อยู่นาน รีบออกจากหอพักของเฟิงอู่
“คนเขาจะไปอยู่แล้วนะ เฟิงอู่ ทำไมคุณยังแววตาเคลิบเคลิ้มแบบนั้นอยู่เล่า คงไม่ได้ไปแอบชอบผมเข้านะ”แววตาส่งหลินหยางอย่างอาลัย หลังจากที่จ้าวหรัวกลับมาก็เห็นสีหน้าตัวเองดูอาวรณ์อย่างหวานฉ่ำ ในใจก็อดตกตะลึงไม่ได้สาวน้อยเฟิงอู่หรือว่าจะสนใจหลินหยางเข้าแล้ว
“จะบ้าเหรอ ซี้ซั๊วะพูดอะไร”เฟิงอู่พอได้ยินดังนั้นจึงหน้าแดงก่ำขึ้น
“ฉันน่ะเหรอซี้ซั๊วะพูด เธอไม่รู้หรือไงว่าแววตาเธอเมื่อกี้น่ะ หวานฉ่ำอย่างกับฤดูใบไม้ผลิ จะว่าไปนะเฟิงอู่ ตอนเรียนปีสามเธอไม่ได้มองผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษเลยเหรอ วันนี้พูดอะไรตั้งมากมายกับหลินหยาง เธอจะต้องมีความรักแล้วแน่ๆเลย”จ้าวหรัวกวาดตามองเพื่อนร่วมหอพักที่กำลังตกอยู่ในความหวานฉ่ำอย่างเฉียบคม
“ไปตายเถอะ เมื่อกี้ไม่รู้ยังแกล้งถามโน่นถามนี่ ทำยังกะจะไปถามถึงโคตรเหง้าศักราชเขา”เฟิงอู่ตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
หลินหยางไม่รู้ถึงบทสนทนาของสองสามในหอพัก เขาเดินไปเดินมาในห้องอย่างสบายอารมณ์ อย่างไรเสียเปิดเทอมปีสี่วันแรก ต่อให้ไปสายก็ยังดีกว่าโดดเรียนล่ะมั้ง
“รายงานตัว!”
เดิมทีเขาจะลอบเข้าทางประตูด้านหลัง แต่พอมาถึงปรากฏว่าประตูหลังไม่เปิด!
ห้องเรียนทั้งห้องถูกขัดจังหวะขึ้น ทุกสายตาจ้องมองไปทางหลินหยาง
หลินหยางก็มองดูเพื่อนๆไปรอบๆ เพื่อนๆไม่เปลี่ยนแปลงเลย แต่ว่าเขากลับไม่รู้จักอาจารย์ที่ยืนสอนอยู่หน้าห้องเลย อาจารย์ยังดูอ่อนวัยมาก เธอสวมชุดเข้ารูป น่องขาเรียวยาวใส่ส้นสูง ดูแล้วปราดเปรียว มีสง่าราศี
พอเห็นว่าหลินหยางเพิ่งจะมาถึง อาจารย์คนสวยก็ขมวดคิ้วเข้าให้ พูดขึ้นด้วยสีหน้าปั้นปึง“นายชื่ออะไร”
“หลินหยางครับ”
“ทำไมมาสาย”
“ขอโทษครับ คราวหน้าไม่มาสายอีกแล้วครับ”หลินหยางรู้ว่าตอนนี้ต่อให้จะอธิบายยังไงก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี อาจารย์สมัยนี้ชอบจับผิด ถ้าตอบว่าตื่นสายก็จะถามต่อว่าทำไมถึงตื่นสาย ถ้าตอบต่อว่ามีธุระก็จะโดนอบรมต่ออีกว่าเป็นนักเรียนต้องเรียนหนังสือเป็นหลัก ถ้ามีธุระก็ต้องทำเรื่องลาให้เรียบร้อย
“ฉันถามว่าทำไมถึงมาสาย!”สีหน้าของอาจารย์คนสวยเริ่มฉายแววโกรธเคือง ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์
“ผมเข้าห้องเรียนผิดห้องครับ ไปฟังอยู่ห้องนู้นมาราวๆครึ่งคาบเรียน ก็รู้ตัวว่าเข้าห้องผิด ก็เลยมาสายครับ”หลินหยางหาเหตุผลมาสักเหตุผลหนึ่ง พอเพื่อนๆได้ฟังต่างก็หัวเราะเสียงครืนขึ้นมา
พอได้ฟังเหตุผลสายฟ้าแลบของหลินหยาง สีหน้าที่ถมึงทึงของอาจารย์คนสวย ก็เริ่มปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
“เชื่อนายเลยจริงๆ ปีสี่แล้ว ยังจำหน้าเพื่อนไม่ได้อีกหรือไง ยังไปห้องเรียนผิดอยู่อีกเหรอ งั้นเล่าให้ฟังหน่อยไปฟังวิชาอะไรมาที่ห้องอื่น ถ้าเล่าไม่ถูก จะหักคะแนนจิตพิสัย”อาจารย์คนสวยยืนกอดอกพูด
หลินหยางกวาดตามองอาจารย์สาว บั้นท้ายสูงงอนรับลูกกลมกลึงสองลูกนั้นไว้ ช่างรับกับบุคลิกของเธอเสียเหลือเกินบุคลิกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักในรูปแบบของนางเอกที่ตลก
หลินหยางแอบร้องครวญครางในใจ ตัวเองไม่รู้ว่ากำลังฟังอะไรอยู่ เห็นกระดานดำเขียนตัวอักษรโตๆว่า“ความงดงามแห่งศาสตร์แพทย์แผนจีน”สี่คำนี้ หลินหยางเดาว่าอาจารย์สาวคงจะกำลังบรรยายเรื่องจุดเด่นของศาสตร์แพทย์แผนจีนอยู่
เขากระแอมเสียง หลินหยางหัวเราะแล้วพูด “บังเอิญจริงๆเลยครับ เมื่อกี้ผมก็ไปฟังเรื่องแพทย์แผนจีนที่ห้องนั้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ห้องนั้นพูดเรื่องนี้เหมือนกัน ตอนนั้นผมถึงได้รู้ว่าเข้าห้องผิด”
“ฮ่าๆๆ……”พอคิดถึงเหตุผลที่หลินหยางบอกว่ามาสายก่อนหน้า เพื่อนในชั้นต่างก็หัวเราะเสียงครืนกันขึ้นมา
เดิมทีก็ยังมีอารมณ์อยู่ แต่พอได้ยินหลินหยางพูดจาแปลกๆ อาจารย์สาวสวยจึงพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ ไหนว่ามาสิได้ยินอะไรมา”
“แพทย์แผนจีนในยุคสมัยโบราณ เป็นศาสตร์แพทย์ที่ผสานร่างกายคนเข้ากับจักรวาล ในยุคโบราณเชื่อว่าร่างกายมนุษย์แบ่งออกเป็นหลินหยาง เมื่อหลินหยางผสานเข้าด้วยกัน จึงจะทำให้การพัฒนาสมดุล……”หลินหยางอาศัยความเข้าใจของตนเองที่มีต่อแพทย์แผนจีน เขาอธิบายจุดต่างๆของแพทย์แผนจีนผ่านศาสตร์ฟิสิกส์ เคมี ชีวะไปจนกระทั่งคณิตศาสตร์ คนที่ฟังจึงอ้าปากค้างไปตามๆกัน
ดูเหมือนจะซับซ้อน แต่หลินหยางอธิบายได้ละเอียดชัดเจน หลายคนที่ปกติไม่เคยตั้งใจฟัง พอได้ยินหลินหยางอธิบาย จึงได้แต่พยักหน้า
ส่วนอาจารย์สาวสวยที่ดูทีเล่นทีจริงในตอนแรกก็ดูจริงจังขึ้นมา ท้ายที่สุดก็ดูประหลาดใจ ความรู้ที่หลินหยางพูดเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าการถกของทุกคน แม้ว่าเทคนิคการแพทย์จะมีอาจารย์หมอแพทย์แผนจีนที่เก่งๆมากมาย แต่คนที่สามารถแจงได้ละเอียดขนาดนี้นั้นไม่มี
ต่อให้มี กั่วเหมิงก็ไม่เชื่อว่าหลินหยางจะสามารถอธิบายออกมาอย่างละเอียดและน่าสนใจขนาดนี้
นักเรียนคนนี้ น่าสนใจดี กั่วเหมิงคิดอยู่ในใจ
เสียงของหลินหยางก้องกังวานไปทั่วห้องเรียน พอเห็นนักเรียนแต่ละคนใจจดใจจ่อ หลินหยางรู้สึกสนุกขึ้นมา เขาเป็นแพทย์แผนจีนชื่อดัง และก็หวังว่าแพทย์แผนจีนจะแพร่ขยายกันออกไป เขาจึงไม่หวงวิชาในขณะที่กำลังอธิบาย พออธิบายเวลาก็หมดไปแล้วครึ่งคาบ
หลินหยางผู้ที่กำลังวาดลีลาอธิบาย พอเหลือบตามองนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนังด้านหลัง ก็ตกใจ คราวนี้ดังใหญ่แล้ว ตัวเองมาสายยี่สิบนาที กลายเป็นว่าตัวเองมาบรรยายอยู่เกือบชั่วโมง ตัวเองก็ก้าวหน้าเร็วกว่าปกติไปหน่อยมั้ย!