ตอนที่ 152
บทที่152 คัดค้าน
October 28, 2026
บทที่152 คัดค้าน
“จินฟ่ง ส่งกระดาษมาให้ฉันสองแผ่นหน่อย ฉันลืมเอากระดาษเข้ามา”หนานกงหยูนร้องเรียก
“จินฟ่งอยู่ข้างล่างน่ะ ให้ผมเอาให้ไหม”หลินหยางถามขึ้นอย่างสนใจ
ได้ยินเสียงของหลินหยาง ข้างในจึงเงียบกริบ เป็นนานกว่าจะมีเสียงลอดออกมา“ก็ได้ ห้ามแอบมองนะ”
หลินหยางฟังแล้วตะลึง หนานกงหยูนดันตอบรับด้วย จึงรีบยื่นกระดาษสองแผ่นให้ ผละประตูห้องน้ำแล้วเดินเข้าไป
เห็นแต่หนานกงหยูนนั่งอยู่บนชักโครก เผยให้เห็นต้นขาที่ขาวเนียน เห็นหลินหยางเดินเข้ามา เธอจึงดึงเสื้อเชิ้ตลงมาปิดขาอ่อน และพยายามปกปิดของดี
แววตาของหลินหยางมองไปทางด้านอื่น เดิมทีคิดว่าคงจะได้เห็นเนินหญ้าบ้าง คิดไม่ถึงว่าจะไม่เห็นหญ้าดำเลยแม้แต่น้อย
เสือขาวเหรอ ในประกายไฟ ในหัวของหลินหยางเป็นประกาย
จำได้ว่าเคยดูเอกสารทางการแพทย์ ผู้หญิงเป็นสัญลักษณ์ของเสือขาวที่มีพลังหยินเต็มเปี่ยม ผู้ชายทั่วไปเอาผู้หญิงแบบนี้ไม่อยู่หรอก แต่ว่าผู้ชายที่มีต้นทุนสูงก็อาจจะเอาชนะได้ ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อตัวผู้ชายมาก
แม้ว่าหลินหยางตอนนี้อาจจะไม่ได้มีกิเลสทางด้านนี้มากนัก แต่ในใจเขาหวังอยากจะให้ประสิทธิภาพทางด้านนี้สูงขึ้นอย่างไรเสียสมรรถภาพตัวเองก็ได้สูงขึ้นแล้ว ถึงได้ถ่ายทอดแพทย์แผนจีนที่ตกทอดมาได้อย่างเต็มที่
เมื่อเธอใช้กระดาษทิชชู่เช็ดที่ของลับ ในขณะที่กำลังจะลุกขึ้นยืนก็เห็นหลินหยางกำลังจับจ้องที่ต้นขาตนเองอยู่ หนานกงหยูนหน้าแดงก่ำ จ้องหลินหยางอย่างโกรธเคือง“ดูพอรึยังล่ะ ยังไม่รีบออกไปอีก!”
“ผม……”หลินหยางเดิมทีคิดจะดูเสือขาวของหนานกงหยูนให้ละเอียดหน่อย แต่เธอดันตัดหญ้าดำออกเสียอีก แต่ว่าคำพูดได้แต่ติดที่มุมปากแต่ต้องกลืนลงไป โอกาสยังมีอีกเยอะ บางทีเวลานี้อาจจะยังไม่เหมาะสม
เขามองที่ลับอันคลุมเครือของเธออย่างอาลัยอาวรณ์ เขาพยายามฝืนอารมณ์ความรู้สึก หลินหยางไม่กล้าอยู่กับผู้หญิงที่ตัดแต่งพลังของตัวเองหรอก เป็นเพราะการจู่โจมอย่างแรงเลยต้องตัดขนของรักของหวงตัวเอง
หลังจากที่กินอาหารเที่ยง หลินหยางก็ครุ่นคิดว่าตัวเองจะทำอะไรดี ก็ได้รับโทรศัพท์ของเซียวหวี่ จำได้ว่าผู้หญิงคนนี้ ตัวเขาเองได้รู้จักที่เมืองจินหลิง เธอเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสูตินรีเวชเมืองเจียงหลิง
“ฮัลโหล หลินหยาง จำพี่ได้ไหม”เสียงดังกังวานของเซียวหวี่ดังลอดมาจากปลายสาย
“จำได้สิครับ พี่หวี่มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ”หลินหยางยิ้มแล้วพูด
“ก็จะมีอะไรอีกล่ะ ก็เรื่องที่นายรับปากฉันก่อนหน้าไง!”เซียวหวี่น้ำเสียงโกรธเล็กน้อย
หลินหยางคิดก็รู้แล้วว่าคือเรื่องอะไร จึงถามพึมพำ“พี่หวี่ เรื่องทำงานที่โรงพยาบาลหรือเปล่าครับ”
“ไร้สาระน่า คงไม่ใช่เรื่องนี้หรอกใช่ไหม ตกลงกันไว้ก่อนนี่นา ว่านายจะมาทำงานกับพี่ สัญญานายก็เซ็นไว้แล้วถ้านายกล้าผิดสัญญา พี่จะไปฟ้องศาล!”เซียวหวี่ตอบเสียงพาลมาตามสาย
“ก็ได้ แต่พี่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ตรงตามเวลา”หลินหยางยิ้มแล้วพูด
“บ้าเหรอ พี่เคยจ่ายเงินเดือนนายช้าหรือไง ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน พี่ไปรับ”เซียวหวี่ถาม
“ผมอยู่ที่เทคนิคการแพทย์ครับ พี่อยู่ที่โรงพยาบาลเหรอครับตอนนี้”
“นายมีรถสินะ ถ้าสะดวกก็มาหน่อย มาถึงแล้วโทรบอกพี่ด้วย”เซียวหวี่รีบตอบ
หลินหยางฟังแล้วตอบรับทันที พอได้กุญแจรถมา จึงบอกกล่าวจ้าวจินฟ่งกับหนานกงหยูน แล้วมุ่งหน้าไปทางโรงพยาบาล
โรงพยาบาลที่เซียวหวี่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากหลินหยางนัก ขับรถประมาณสี่สิบนาทีก็ถึง เขาเห็นเงาของโรงพยาบาล เนื้อที่โรงพยาบาลไม่ถือว่าเล็ก หลินหยางอุทานว่าเซียวหวี่นี่ทั้งสวยทั้งรวย แค่มูลค่าตึกนี้ก็ไม่รู้ว่าเท่าไหร่แล้ว
คนไข้ที่นี่ก็นับว่าไม่น้อย หลินหยางอดฝืนยิ้มออกมาไม่ได้ เดิมทีที่นี่เป็นโรงพยาบาลสูตินรีเวช คนไข้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง พอเห็นผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาเข้ามา ต่างก็จ้องมองกันเป็นการใหญ่ จนเกือบจะล้อมวงเข้ามา
“ห้องทำงานของเซียวหวี่ไปทางไหนครับ”หลินหยางเคาะโต๊ะประชาสัมพันธ์ เพื่อให้นางพยาบาลสนใจ
“มาหาท่านผู้อำนวยการมีธุระอะไรคะ นัดไว้หรือเปล่าคะ”นางพยาบาลมองหลินหยางอย่างสงสัย ผู้ชายตรงหน้า หน้าตาไม่เลว แต่ว่ามาหาท่านผู้อำนวยการด้วยเรื่องอะไร
“ท่านมีธุระหาผมครับ ถ้าทางคุณไม่สะดวกที่จะบอก ผมโทรเอาก็ได้ครับ”พูดจบหลินหยางก็หยิบโทรศัพท์ออกมา
“รอสักครู่นะคะ ขอดิฉันโทรถามประธานหลินก่อนนะคะ”นางพยาบาลพูดจบ จึงหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมา
ไม่นานนักนางพยาบาลจึงยิ้มออกมา“คุณหลินคะ ตามดิฉันมาค่ะ ดิฉันพาไป!”
“ไม่ต้องลำบากหรอกครับ แค่บอกผมว่าไปยังไงก็พอ”หลินหยางโบกมือ
“ห้องท่านผู้อำนวยการอธิบายยากค่ะ ดิฉันพาคุณไปดีกว่า”นางพยาบาลตอบหน้าแดง
หลินหยางได้ฟังแล้วจึงพยักหน้า นางพยาบาลพาหลินหยางไปที่ห้องทำงานของเซียวหวี่ เดินไปก็อดลอบมองหลินหยางไป แล้วคอยแอบเดาว่าหนุ่มคนนี้มาจากไหน น้ำเสียงของท่านผู้อำนวยการก่อนหน้า เหมือนกับว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นอาคันตุกะ
แต่ว่าสิ่งที่นางพยาบาลคิด พอไปถึงห้องผู้อำนวยการ หลินหยางเคาะประตูสองทีแล้วเดินเข้าไป
ไม่ได้เจอเซียวหวี่ครึ่งเดือน เซียวหวี่สวมสูทเต็มยศ ดูสะอาดสะอ้าน แว่นตาละเอียดประณีต จนดูเหมือนไม่มีเลนส์แว่น