ตอนที่ 153
บทที่153 ฝีมือแพทย์ฉมัง
October 28, 2026
บทที่153 ฝีมือแพทย์ฉมัง
“ผมทราบดีว่าทุกท่านไม่พอใจ เรื่องอะไรที่ทุกคนพยายามมาหลายปีกว่าจะได้ตำแหน่งหัวหน้ามาได้ แต่จู่ๆผมโผล่มาก็ได้เป็นหัวหน้าเลย”
“ทุกท่านอาจจะสงสัย ว่าผมใช้เส้นท่านผู้อำนวยการหรือเปล่า ผมก็เป็นแค่กองหนุนหลังเองครับ ในสายตาทุกท่าน ผมอาจจะเป็นคนใหม่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ระบบประสาทระบบเซลล์อะไรพวกนี้ผมพูดไม่เป็นหรอก”
“แต่ว่า ท่านผู้อำนวยการเป็นคนยอมรับให้ผมมาเอง ต่อให้ทุกท่านคัดค้าน ก็ทำให้ผมลงได้ไม่ง่ายนักหรอก ถ้าทำให้ท่านผู้อำนวยการไม่พอใจขึ้นมา พวกคุณอาจจะเดือดร้อนได้ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญทั้งสองท่านคัดค้าน เพราะประสบการณ์พวกท่านมากพอ ถ้าพวกเขาไป ก็หาโรงพยาบาลใหม่ที่ดีกว่าได้ แต่คนที่เหลือ ออกไปแล้วจะหางานที่ดีกว่าได้หรือเปล่า ก็ปล่อยให้พวกเขาโวยวายไป แล้วพวกคุณไปยุ่งอะไรด้วย”
หลินหยางพูดถึงตรงนี้ เขาทอดสายตามองผู้คน เป็นอย่างที่คิด แววตาทุกคนเปลี่ยนไป ต่างก็เงียบกริบและไม่พูดต่อ
“แล้วหัวหน้าทั้งสองก็ไม่ต้องเสียอารมณ์ครับ ผมสามารถยืนยันกับทุกท่านได้ ที่ผมมาทำงานที่นี่ ผมไม่ได้ใช้เส้นสายอะไร เซียวหวี่เป็นคนเชิญผมมาต่างหาก เธอเซ็นสัญญากับผม เงินเดือนสามหมื่นทุกเดือน ค่าคอม50% แต่ผมปฏิเสธไป จะมาแค่วันอังคารกับวันเสาร์ ผมรับตำแหน่งอย่างไม่รู้สึกผิดอะไร เพราะผมมาด้วยความสามารถของตัวเอง”
“หึ พูดน้ำไหลไฟดับไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม”หัวหน้าเสิ่นเบ้ปากอย่างไม่พอใจ
“จะของปลอมหรือไม่ เวลาพิสูจน์ได้ คุณไม่รู้ว่าความสามารถของผมมีแค่ไหน ก็มาหาเรื่องกันซะแล้ว แบบนี้มันก็ผิดจรรยาบรรณแพทย์เหมือนกัน โบราณว่าผู้เป็นแพทย์ย่อมต้องมีใจดุจบิดามารดา คนที่จิตใจคับแคบ จะไปเป็นหมอได้ไง ทุกท่าน ผมหลินหยางขอรับประกันกับทุกท่านที่ ภายในหนึ่งเดือน ถ้าทุกท่านคิดว่าความสามารถผมไม่ถึง ผมยินดีจะลาออกไปเอง”
ได้ยินน้ำเสียงค่อนแคะของหลินหยาง อคติที่ทุกคนมีต่อหลินหยางจึงน้อยลงไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสุดท้ายที่บอกว่า จะลาออกไปเอง ยิ่งทำให้ทุกคนปล่อยวางความไม่พอใจลงได้
“งั้นหวังว่าคุณคงจะรับประกันได้ อย่าถึงเวลาแล้วตระบัดสัตย์ไม่ยอมรับ”หัวหน้าเสิ่นดูเหมือนจะปักใจเชื่อว่าหลินหยางใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน จึงยังคงเบ้ปากไม่ยอมหยุด
หลินหยางมองดูหัวหน้าเสิ่น ผิวที่ขาวละเอียด หน้าตาหมดจด คิ้วโค้งเป็นรูปใบหลิ่วได้ที่ คางเชิดขึ้นเล็กน้อย พร้อมด้วยรอยยิ้มทระนง ดูมีสง่าราศี ในขณะที่กำลังจะโต้เถียงกลับ หมอคนหนึ่งก็ทะลึ่งพรวดเข้ามา
“หัวหน้าเสิ่น ครึ่งเดือนก่อนหน้ามีคนไข้คนนึง ที่มารักษาที่โรงพยาบาลเรา ในกระบวนการรักษา ตอนนี้ไม่เพียงแต่ยังรักษาไม่หาย แต่ดูอาการทรุดลงอีกด้วย พวกเราไม่รู้ว่าจะรับมือยังไงดี เชิญหัวหน้าเสิ่นไปดูด้วยครับ”
“อ๋อ ที่ไหนคะ”หัวหน้าเสิ่นได้ยินหน้าเปลี่ยนสีทันที จึงรีบลุกขึ้นเตรียมจะไป ร่างกายเธอชะงักเล็กน้อย หันไปมอง หลินหยาง ยักคิ้วเป็นเชิงท้าทาย “หัวหน้าเซียว ไปดูด้วยกันหน่อยไหมล่ะ”
หลินหยางหัวเราะลั่น ไม่อยากจะเชื่อ ยักไหล่แล้วเดินตามไป
“เกิดอะไรขึ้น”พอมาถึงห้องตรวจ หัวหน้าเสิ่นถามเสียงเรียบ
พอเห็นคนเดินเข้ามา ผู้หญิงที่แต่งตัวทันสมัยจึงตะคอกขึ้น“เกิดอะไรขึ้น ครึ่งเดือนก่อนฉันมาหาหมอ พวกคุณบอกว่ารักษาหายแน่นอน แต่จนป่านนี้ก็ยังมีปัญหา วันนี้ถ้ารักษาไม่หาย ฉันจะฟ้องพวกคุณ!”
“อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยค่ะ เสี่ยวจาง ไหนวิเคราะห์อาการให้หมอฟังหน่อยสิ”หัวหน้าเสิ่นพูดเสียงเข้ม
เมื่อเห็นสีหน้าหัวหน้าเสิ่น หลินหยางอดพยักหน้าไม่ได้ หัวหน้าเสิ่นแม้ว่าจะไม่สบอารมณ์ที่ตัวเขาเป็นหัวหน้า แต่ก็ยังคงมีจรรยาบรรณแพทย์อยู่บ้าง
คุณหมอท่านหนึ่งส่งใบวินิจฉัยให้หัวหน้าเสิ่น หัวหน้าเสิ่นขมวดคิ้วไม่หยุด
อาศัยจังหวะที่ทุกคนไม่พูดอะไร หลินหยางจึงกวาดสายตามองดูผู้ป่วยสาว ผู้หญิงคนนี้ดูอายุราวๆยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด สีหน้าซีดเผือด แม้ว่าจังหวะหายใจจะสม่ำเสมอ แต่ดูก็รู้ว่าพลังลมปราณไม่เพียงพอ ดูเสียเลือดมาก……
ในตอนที่หลินหยางกำลังวิเคราะห์อาการป่วย หัวหน้าเสิ่นก็วางใบวินิจฉัยในมือลง มองแล้วพูดกับผู้หญิงคนนี้ว่า“ระหว่างนี้ไม่ได้โหมกิน ไม่ได้กินของเผ็ดใช่ไหมคะ”
“เปล่า ก็ทำตามที่หมอแนะนำทุกอย่างแหละ ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น จนตอนนี้ยังไม่ดีขึ้น คุณว่ามาเลยดีกว่าว่าอาการป่วยนี่มันรักษาได้ไหม จนตอนนี้ฉันยังไม่ดีขึ้นแถมอาการยังทรุดอีก!”น้ำเสียงของผู้หญิงคนนี้ดูโกรธเคืองไม่น้อย
“อย่าเครียดไปเลย รอตรงนี้ก่อน หัวหน้าทุกคนเข้าประชุมด้วย”หัวหน้าเสิ่นโบกมือ แล้วรีบตัดสินใจ
“ว่าไงล่ะ จะประชุมอีกเหรอ ตกลงรักษาได้ไหม”ผู้หญิงพูดอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
“อาการป่วยของคุณพบเจอได้ค่อนข้างน้อย พวกเราต้องอภิปรายถึงจะสรุปได้ว่าเป็นโรคอะไร คุณนั่งรอตรงนี้สักประเดี๋ยว เดี๋ยวเราก็หารือกันจนเสร็จ”
พอได้ยินคำพูดของหัวหน้าเสิ่น ผู้หญิงจึงเบ้ปาก แต่ว่าก็ยังคงนิ่งเงียบอยู่บนเก้าอี้
หัวหน้าเสิ่นพาคนจากไป ก่อนออกไปยังไม่ลืมทิ้งทวนไว้คำนึง“หัวหน้าเซียว อย่าลืมมาประชุมนะคะ”
หลินหยางยักไหล่ หลังจากที่รอกลุ่มคนจากไปแล้ว จึงยิ้มให้กับผู้ป่วยสาว“ขอผมจับชีพจรให้คุณได้ไหมครับ”
“คุณเป็นหมอหรือคะ”จู่ๆได้ยินเสียงคนพูดขึ้น หญิงสาวคนนั้นจึงคะเนมองดูหลินหยาง แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย“ทำไมถึงมีหมอผู้ชายด้วยล่ะ”
“ผมเป็นหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญที่นี่ครับ”หลินหยางแนะนำตัวเอง
“เชอะ ตอนนี้มีใครบ้างล่ะที่ไม่เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญ ที่ไปเมื่อกี้ก็ผู้เชี่ยวชาญ คนที่รับปากกับฉันเป็นมั่นเป็นเหมาะก็ผู้เชี่ยวชาญ ปรากฏว่าก็ยังมีปัญหาอีก คุณจะมาจับชีพจรให้ฉันอีกเหรอ คุณคงไม่ใช่แพทย์แผนจีนสินะ” ผู้ป่วยสาวพูดอย่างตกตะลึง
“ใช่ครับ ผมเป็นแพทย์แผนจีน ถ้าคุณสะดวก ยื่นแขนออกมาหน่อยครับ”
“แพทย์แผนจีนตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้วล่ะ แพทย์แผนฝรั่งยังรักษาไม่หายเลย ไม่ต้องพูดถึงแพทย์แผนจีนหรอก พวกที่มีจรรยาบรรณหน่อยก็ต้องเป็นพวกแพทย์แผนจีนโบราณ เด็กหนุ่มอย่างคุณน่ะเหรอจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ”แม้ว่าปากของหญิงสาวคนนี้จะเคลือบแคลง แต่ก็ยังคงยื่นแขนออกมาให้
“ศาสตร์แพทย์แผนจีนเป็นมรดกของประเทศเรา เราจะละเลยความสำคัญของมรดกอันล้ำค่านี้ได้ยังไง หลายครั้ง แพทย์แผนจีนได้ผลดีกว่าแพทย์แผนฝรั่งเสียอีก”หลินหยางพูดอธิบาย มือก็ได้จับอยู่บนชีพจรของผู้ป่วยสาวเสียแล้ว