ตอนที่ 156
บทที่156 ผู้อำนวยการเถาดีใจมาก
October 28, 2026
บทที่156 ผู้อำนวยการเถาดีใจมาก
“นี่แหละเรียกว่า’การส่องดู’ ในแพทย์แผนจีน สีหน้านายอาจจะแดงระเรื่อ แต่ขอบตานายมีรอยเขียวคล้ำ และเห็นนายบิดเอวบ่อยๆ เดาก็รู้ว่าเคยได้รับบาดเจ็บที่เอว ”หลินหยางพูดเสียงเรียบ แววตาของหลงเฉียนค่อยๆเบิกโพลง
“นี่คือสิ่งที่นายมองออกงั้นเหรอ”หลงเฉียนพูดตะลึง
“ว่าไง หรือนายบอกฉันล่ะ”หลินหยางยิ้มน้อยๆ
“สุดยอดเลย แล้วนายรู้ไหมว่าแบบฉันต้องรักษายังไง”หลงเฉียนถาม
“เลิกกาม ดื่มน้อย ช่วงนี้กินโป้วบำรุงให้มากหน่อย ตอนนอนอย่าเปิดแอร์ให้อุณหภูมิต่ำนัก ไม่กี่วันก็ดีขึ้นเอง”ก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร หลินหยางออกปากพูดดักไว้ก่อน
ได้ฟังคำพูดของหลินหยาง หลงเฉียนสีหน้าแดงก่ำ ช่วงนี้เขามั่วกับสาวห้าคนอยู่ทุกคืน
จากการขัดจังหวะเมื่อครู่ หลงเฉียนกับโจวโต่เปลี่ยนความคิดในตัวหลินหยางอย่างมาก กั่วเหมิงที่อยู่ข้างๆรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย คนที่มีความสามารถ อยู่ตรงไหนก็ได้รับความเคารพ
“พูดแบบนี้ เมื่อกี้ที่นายบอก มันก็ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สินะ”โจวโต่เงยหน้ามองหลินหยาง มองดูชัดๆ หลินหยางอาจจะไม่ได้หล่อเหลาอะไรมากมาย แต่ก็ถือว่าหน้าตาดีใช้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสง่าราศีที่มีเลือนๆ ทำให้คนรู้สึกสบายเมื่อเข้าใกล้
“แน่นอน ถ้าไม่เชื่อ กลับไปหาคนพิสูจน์ก็ได้ ถ้าผิดก็ต้องมีคนออกมาชี้อยู่ดี ถ้ามีผิดพลาดจริงๆ ผมจะเลี้ยงข้าวคุณเดือนนึงเลย”หลินหยางพูดอย่างมั่นใจ
โจวโต่ผู้ซึ่งเป็นนักเรียนหัวกะทิแพทย์แผนปัจจุบันของเทคนิคการแพทย์ เธอรู้เรื่องการแพทย์ดีกว่าคนอื่นเป็นไหนๆ ก่อนหน้าตอนที่หลินหยางกำลังพูดอธิบาย ใจเธอก็รู้สึกขมวดเป็นปมอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่มีการพิสูจน์ แต่ในใจเธอยอมรับและเชื่อถือหลินหยางแล้วเรียบร้อย
หลินหยางโดนหลงเฉียนดูถูกก่อนหน้า พอได้ฟังหลินหยางบรรยาย แล้วแถมยังชี้ชัดอาการป่วยของตนเองได้อีก ทัศนคติที่มีต่อหลินหยางก็เปลี่ยนไป
เขายิ้มพร้อมส่งบทสุนทรพจน์ตนเองให้หลินหยางพูดว่า“พี่เซียว นายช่วยดูหน่อยว่าของฉันมีอะไรต้องเพิ่มไหม”
หลินหยางยิ้มให้พร้อมรับเอกสารของหลงเฉียนไป เมื่อเห็นหัวข้อข้างบน เป็นหัวข้อการยกตัวอย่างปฏิกิริยาการเคลื่อนไหวระหว่างสมองและร่างกายมนุษย์ หลินหยางกระตุกคิ้ว แม้ว่าเจ้าหนุ่มนี่จะยโสอยู่บ้าง แต่ก็แน่อยู่ไม่น้อย หัวข้อที่วิจัย เป็นหัวข้อที่ซับซ้อนไม่เบา เป็นหัวข้อที่เกี่ยวโยงกับระบบประสาท เช่นเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสมองกับร่างกายในยามไม่สมดุลกัน แล้วผู้ป่วยอาจจะกระตุกยกขาขวาขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อเห็นการยกตัวอย่างอาการป่วยของหลงเฉียน หลินหยางพยักหน้าไม่หยุด หัวข้อที่หลงเฉียนทำนี้สดใหม่มาก มีความยากสูง แม้ว่าบทความของหลงเฉียนจะเขียนได้มีแบบแผน แต่การบรรยายยังผิวๆ ถ้ามีความยากขึ้นมาอีกนิด ก็จะดึงดูดความสนใจผู้ฟังไม่น้อย
“หัวข้อนายไม่เลวเลย แต่นายดูนี่สิ ตรงที่นายเขียนความยุ่งเหยิงของเส้นประสาท แต่นายยังไม่ได้บรรยายละเอียดว่ามันยุ่งเหยิงยังไง แต่ในแพทย์แผนจีน เราจะต้องมีคำอธิบายให้ เส้นประสาทเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวของมนุษย์ เชื่อมโยงไปถึงความคิด และระบบการทำงานของร่างกาย……”หลินหยางอธิบายกรณีศึกษาออกมา หลงเฉียนฟังพยักหน้าหงึกๆ เขาเห็นความสามารถหลินหยางมากยิ่งขึ้นอีก
หลินหยางยังไม่ได้พูดอะไรลึกซึ้งมากนัก เกรงว่าพูดมากหลงเฉียนจะรับไม่ไหว และถ้าคนอื่นถามคำถามอะไรที่ซับซ้อน ก็กลัวว่า หลงเฉียนจะอธิบายไม่ได้
เวลาผ่านไปในแต่ละนาที พิธีก็ได้เปิดม่านขึ้น หลังจากที่พิธีกรพูดจบ และกล่าวประกาศเปิดงานเรียบร้อย หลินหยางก็มองดูคนที่ขึ้นเวทีคนแรกด้วยความสนอกสนใจ
เป็นเด็กสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง แต่ว่าสีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ กลับทำให้คนรู้สึกว่าเธองดงามเหลือเกิน
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันมาจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เจียงเฉิงชื่อจางหมิ่น วันนี้หัวข้อที่ฉันจะมาบรรยายคือสาเหตุและการรักษาในโรคข้อต่ออักเสบ……”จางหมิ่นได้แสดงสุนทรพจน์ของตัวเองบนเวที และกรรมการที่อยู่ด้านล่างก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจและยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
เรียกได้ว่า การกล่าวสุนทรพจน์ของจางหมิ่นนั้นน่าสนใจมาก เธอเองก็เตรียมตัวมาดีไม่น้อย การแสดงสุนทรพจน์ในสิบนาทีนี้ ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้ชมด้านล่าง
หลินหยางพยักหน้าอย่างชื่นชม เขาตั้งใจฟังผู้บรรยายแต่ละคนอย่างละเอียด คนที่มาถึงที่นี่ ทุกคนต่างมีทีเด็ดของตัวเอง แต่ว่าคนของสถาบันตัวเองนั้น ก็เตรียมตัวมาดีไม่น้อย รวมกับที่ตัวเองชี้แนะให้ด้วย ก็น่าจะพอช่วงชิงตำแหน่งได้อยู่บ้าง
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง หลังจากที่หมดเวลาพัก ในที่สุดก็มาถึงคิวของมหาวิทยาลัยการแพทย์เจียงหลิง
ภายใต้การแนะนำอย่างตื่นเต้นของพิธีกร โจวโต่เดินขึ้นเวทีไปอย่างมั่นใจ
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ฉันมาจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เจียงหลิงชื่อโจวโต่ หัวข้อที่ฉันจะมาพูดในวันนี้คือกรณีศึกษาในสาเหตุและการรักษาอาการนิ่วในปอด……”น้ำเสียงกังวานของกั่วเหมิงดังลอดมา หลังจากที่คณะกรรมการได้ฟังสุนทรพจน์ของกั่วเหมิงเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างมีสีหน้าที่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
กั่วเหมิงกล่าวสุนทรพจน์ของตัวเองจบลง เสียงปรบมือกึกก้องทั่วห้องก็ดังขึ้น สาวน้อยที่สามารถแสดงสุนทรพจน์จนได้ผลลัพธ์เช่นนี้ แน่นอนว่าต้องได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลามแน่นอน ในตอนที่คนอื่นคิดว่าโจวโต่กล่าวสุนทรพจน์เสร็จแล้ว กั่วเหมิงกระแอมลำคอแล้วพูดต่อ:
“สาเหตุการเกิดของโรคนิ่วในปอด เกิดจากเลือดลมไหลเวียนไม่สมบูรณ์ ทำให้ปอดมีการเปลี่ยนแปลง……”
หลินหยางบรรยายเสริมออกมาอย่างละเอียด แล้วลงท้ายประโยคว่า“อาการเหล่านี้ไม่ได้แสดงว่าต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียงแต่อย่างใด ยังไงก็ต้องขอคำชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญและนักศึกษาทุกท่านด้วยครับ!”