ตอนที่ 201
บทที่201 แสดงฝีมือให้ทุกคนได้เห็น
October 28, 2026
บทที่201 แสดงฝีมือให้ทุกคนได้เห็น
แปะๆ เสียงปรบมือที่ดังสนั่นจากด้านล่าง ไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าตาของผู้อาวุโสในงาน ผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็พากันมองไปทางหลินหยางด้วยสีหน้าดูถูก
หลินหยางเกาศีรษะ แล้วหยิบรายงานการวิจัยของตนเองขึ้นมา ก่อนจะขย้ำจนเป็นวงกลมโยนทิ้งลงไปในขยะด้านข้าง
ทุกคนต่างพากันหัวเราะออกมา นึกว่าหลินหยางประหม่าเวที และคิดจะหนีลงจากเวทีแล้ว แต่หลินหยางกลับพูดขึ้นมาด้วยท่าทีเรียบนิ่ง “สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผมเป็นนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ชั้นปีสุดท้าย ที่ยังมีประสบการณ์ในการทำงานเทียบกับทุกท่านในที่นี่ไม่ได้ มีหลายคนต่างก็พากันพูดว่าการแพทย์แผนจีนเป็นการรักษาที่ไม่น่านับถือ อีกทั้งยังมีบางคนที่พูดใส่ร้ายว่าการแพทย์แผนจีนเป็นการรักษาแบบพึ่งพาความเชื่อ ไม่สามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ ผมคิดว่า คนที่มีความคิดแบบนี้สมองคงจะมีปัญหาหรือก็มีประสงค์ร้ายแอบแฝง”
พอพูดจบทุกคนในงานต่างพากันหัวเราะออกมาอย่างตลกขบขัน เด็กคนนี้กำลังพูดโอ้อวด แต่ทุกคนกลับนั่งฟังเขาพูดเงียบๆอีก
“การแพทย์แผนจีนมีประวัติความเป็นมายาวนานนับพันปีตั้งแต่การกำเนิดของชนชาติจีน แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ความรู้ที่ได้ผ่านการสังเกตการณ์และการทดลองง่ายๆ แต่เป็นการรักษาที่ผ่านการทดสอบฝึกฝนมาเป็นระยะเวลานาน โดยมีผู้อาวุโสจำนวนมากได้ให้การสรุป แบ่งแยกออกเป็นแต่ละประเภท และทำการทดลองจนเห็นจริงทีละนิด มันไม่ใช่การรักษาแบบพึ่งพากราบไหว้บูชาภูตผี หรือพึ่งพายันต์คาถาใดๆ ถ้ามองจากด้านวิทยาศาสตร์แล้ว ขั้นตอนการรักษาโรคหลายๆโรคล้วนแต่ใช้พื้นฐานมาจากการวิจัยทางคลินิก ตัวผมเองคิดว่ามันเป็นการแพทย์แนวเวชปฏิบัติอิงหลักฐาน เป็นศาสตร์ที่สั่งสมมาจากประสบการณ์จริงของแต่ละคน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผลการทดลองที่ได้จากคัมภีร์สมุนไพรเสินหนงด้วย ถ้าหากแบบนี้ไม่เรียกว่าถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ แบบไหนถึงจะเรียกว่าถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์อีกเหรอครับ ตั้งแต่โบราณกาล การพัฒนาของวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นบรรพบุรุษของเราใช้ทั้งชีวิตเพื่อทําการพิสูจน์สรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด การฝังเข็ม การตรวจชีพจรและการรักษารูปแบบอื่น ดังนั้นหัวข้อที่ผมจะเสนอในวันนี้คือหลักการทางวิทยาศาสตร์และการปฏิบัติจริงของการแพทย์แผนจีนครับ” หลินหยางพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดังและชัดเจน
หลังจากพูดจบทุกคนในงานต่างพากันตะลึงค้าง ถ้าหากบอกว่ามีเมฆดำที่ครอบคลุมอยู่ในใจของแพทย์แผนจีนทุกคนอยู่ ก็คงจะเป็นเรื่องข้อสงสัยที่ค่อนข้างเคร่งเครียดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนจีน ถ้าวันนี้มีคนสลายเมฆดำก้อนนี้ลง แล้วตะโกนแสดงจุดยืน ก็เหมือนทุบลงตรงจุดอ่อนที่สุดพอดีเลย
แปะๆๆ เสียงปรบมือดังขึ้นไปทั่วทั้งงาน มันคือการปรบมือจากใจจริง และนับถือ
หลินหยางโบกมือส่งสัญญาณให้เงียบ ก่อนจะพูดต่อ “ผมเป็นนักศึกษาคนหนึ่ง แต่ผมสัมผัสการแพทย์แผนจีนกับคุณปู่มาตั้งแต่เด็ก บรรดาแพทย์แผนจีนในอดีตไม่มีอุปกรณ์การรักษาขั้นสูง ไม่มีขั้นตอนการตรวจสอบ จึงมีแค่ต้องใช้การดู การฟัง การสอบถาม และการตรวจชีพจรในการตรวจและวิเคราะห์โรคตามอาการและสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่เพราะแบบนี้กลับกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกผู้คนดูถูกดูแคลน นึกว่าการแพทย์แผนจีนทำได้แค่นี้ การแพทย์แผนจีนพึ่งการรักษานั้นไม่น่าเชื่อถือ วันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องขั้นตอนการรักษาด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนจีน โดยใช้การดู การฟัง การสอบถาม และการตรวจชีพจร ซึ่งเป็นการรักษาที่สืบทอดต่อการมาตั้งแต่อดีต สำหรับผมแล้วผมคิดว่านี่เป็นวิธีการวินิจฉัยโรคและการรักษาขั้นพื้นฐานที่สุดแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การรักษาโดยการใช้ประสบการณ์ เพราะเป็นศาสตร์ที่สรุปมาจากการสั่งสมประสบการณ์จริงในการรักษาอย่างต่อเนื่องมาจากรุ่นก่อนๆ แบบนี้เรียกว่าการทดลองวิจัยเชิงทฤษฎี ที่ผ่านการสุ่มจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก และผ่านการฝึกฝนและเปรียบเทียบผลลัพธ์ซ้ำ ๆ จนได้บทสรุปที่สมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือที่สุดออกมา ถ้าเปรียบเทียบโดยใช้ศาสตร์คณิตศาสตร์ ก็คงจะเป็นความจริงที่เห็นได้ชัด”
บรรดาแขกที่มาร่วมงานต่างพากันลุกขึ้นยืน ก่อนจะปรบมือให้คำพูดของหลินหยางสร้างแรงปลุกปั่นสูงมาก แต่ในขณะนี้เอง มีชายหนุ่มร่างสูง ผอม ลุกขึ้นยืน ก่อนจะพูดเสียงดัง “ผมเป็นนักข่าวจากสำนักข่าวยันจิงครับ ในเมื่อคุณบอกว่านี่เป็นความจริงที่เห็นได้ชัด ถ้าอย่างนั้นคุณสามารถแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงหลักการที่คุณพูดได้ไหมครับ หรือว่าคุณแค่อยากสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองกันแน่ครับ”
แค่คำพูดนี้ก็ทำให้ทุกคนในงานต่างนิ่งเงียบ มีหลายคนเริ่มซุบซิบกันขึ้นมา หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้แค่อยากจะสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองกันแน่นะ
หลินหยางมองไปทางนักข่าวที่ถามเขา ก่อนจะเอ่ยถาม “คุณคนนี้ดูเหมือนจะรู้จักผมนะครับ ผมไม่ใช่คนโดดเด่นอะไร แค่พอจะรักษาแผลเป็น ผลิตยาในการรักษารอยแผลเป็น ซึ่งตอนนี้ราคาในตลาดอยู่ที่ห้าแสนต่อหนึ่งกระปุก แต่ถ้าหากผมคิดจะพัฒนายาตัวนี้ให้กว้างขึ้น ผมคงจะไปหาบรรดาทายาทเศรษฐี ไม่ใช่มาพูดอภิปรายอยู่ที่นี่ แน่นอนครับ ถ้าหากคุณสนใจยาที่ผมผลิตขึ้นมาจริงๆ ผมก็ยินดีที่จะร่วมงานด้วยเหมือนกันครับ”
ห้าแสน ทุกคนในงานต่างพากันอุทานอย่างตกใจ เด็กหนุ่มคนนี้เจ้าเล่ห์จริงๆ แต่เขาพูดต่อสาธารณะแบบนี้ ในทางกลับกันทุกคนก็เริ่มเชื่อในทักษะทางการแพทย์ของเขามากขึ้น ตามคำที่บอกว่าคุณภาพเป็นไปตามราคา ยาที่มีชื่อว่าครีมแผลลาย
คงจะมีคุณสมบัติพิเศษเหมาะสมกับราคา
เขาขยับแว่นตาตัวเอง ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิงคำถามออกมาอีกครั้ง “ในเมื่อคุณหลินมั่นใจในทักษะการแพทย์ของตัวเอง อย่างนั้นคุณช่วยยกตัวอย่างที่เคยรักษาสำเร็จให้ทุกคนได้รู้หน่อยได้ไหมครับ แค่พูดด้วยปากเปล่าคงไม่สามารถทำให้ทุกคนเชื่อได้ แล้วอีกอย่าง เรื่องเกี่ยวกับยาที่มีราคาถึงห้าแสน คุณหลินช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับ”
ในตอนนี้ทุกคนในงานเริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที ขี้ติทำไม่เป็น เขาจะคอยดูว่าหลินหยางจะแก้ตัวว่ายังไง
ตัวอย่างการรักษาที่เขาประสบความสำเร็จมีเยอะมาก แต่เขาจะพูดออกมาต่อหน้าสาธารณะแบบนี้ไม่ได้ อย่างเช่นการปรับตำแหน่งเต้านมเป็นการรักษาเคสธรรมดาเท่านั้นเอง ตัวอย่างการรักษาอื่นก็เหมือนเปิดเผยความเป็นส่วนตัวของคนอื่น หลินหยางนิ่งเงียบไปสักพัก สายตาของทุกคนจ้องเขม็งมาที่เขา ในขณะนี้เองฉีเยนเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างล่างรีบลุกขึ้นยืนทันที
“แขกผู้มีเกียรติทุกท่านคะ ดิฉันชื่อว่าฉีเยนเอ๋อร์ ดิฉันถือได้ว่าเป็นเคสการรักษาที่ดีที่สุดของหลินหยางค่ะ” ฉีเยนเอ๋อร์มองไปรอบด้าน ก่อนจะพูด
มีคนในงานจำนวนไม่น้อยรู้จักหลานสาวของฉีหวนคนนี้ เธออธิบายขั้นตอนการรักษาของตนเองออกมาอย่างละเอียด ทุกคนในงานเห็นว่าฉีเยนเอ๋อร์ออกมารับประกันให้หลินหยาง ทุกคนจึงเชื่อถือเป็นธรรมดา
หลินหยางส่งยิ้มให้ฉีเยนเอ๋อร์อย่างขอบคุณ ก่อนจะพูดต่อ “ขอบคุณคุณฉีนะครับ เดิมทีการรักษาคนไข้ก็เป็นหน้าที่ของหมออย่างพวกเราอยู่แล้ว ปกติแล้วผมไม่ค่อยชอบเอาข้อมูลคนไข้ของผมออกมาพูด เพราะมันเป็นข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น ไม่ควรเอาออกมาเปิดเผยต่อหน้าคนอื่นเพื่อโอ้อวด แล้วอีกอย่างเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดราคายาที่ห้าแสน ขึ้นชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ราคาจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท้องตลาด ทุกท่านคิดว่าถูกไหมครับ ถ้าทางตลาดรับราคานี้ไม่ได้ ยาของผมก็ขายไม่ออก แน่นอนว่าตอนนี้ทางท้องตลาดให้การยอมรับกับราคานี้เป็นอย่างมาก”
ท่าทางโอ้อวดแบบเรียบๆ ทำให้นักข่าวที่ใส่แว่นตาสะอึกไปเล็กน้อย เขาพูดด้วยท่าทางอารมณ์เสียเล็กน้อย “แพทย์ให้ความสำคัญกับจริยธรรมทางการแพทย์ แต่จากที่ผมได้ยินมา จริยธรรมทางการแพทย์ของคุณหลินมีจุดด่างพร้อยค่อนข้างหนัก คุณรู้จักสนิทสนมกับบรรดามาเฟียจำนวนไม่น้อย แล้วคุณยังทำร้ายร่างกายและข่มขู่คุกคามประธานเจียงด้วย”
นี่มันเหมือนระเบิดที่ถูกโยนออกมา ทำให้ทุกคนเริ่มพูดคุยกันเรื่องนี้ บางคนกำลังนั่งมองอย่างสนุก บางคนมองไปทางชายหนุ่มที่ใส่แว่นอย่างดูถูก คิดว่าอีกฝ่ายมาเพื่อสร้างความวุ่นวาย
หลินหยางหัวเราะ ก่อนจะพูด “คุณนักข่าวครับ ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ผมสนิทสนมกับพวกมาเฟียอย่างนั้นเหรอครับ แล้วที่พวกเขาคิดจะยึดสินค้าของผม คิดจะซื้อขายอย่างคดโกงไม่ว่า พวกเขายังพยายามลักพาตัวเพื่อนของผม พยายามตามผมและข่มขู่ผม คุณนักข่าวคนนี้ ถ้าคุณอยากทำข่าวสามารถไปถามข้อมูลจากผู้บัญชาการตํารวจจางจากสถานีตำรวจเจียงหลิงได้ครับ เธอสามารถรับประกันให้ผมได้ แล้วอีกอย่าง ผมหวังว่างานอภิปรายในครั้งนี้จะไม่กลายเป็นการทะเลาะความแค้นส่วนตัว จากนี้ผมจะพูดถึงงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ต่อเลยนะครับ”