ตอนที่ 1689
บทที่ 1733 นั่งชมเสือกัดกัน
October 21, 2026
ถึงแม้หมิงเจ๋อจะคิดอยู่แล้วว่าผลลัพธ์เป็นเช่นดังนี้
ถึงแม้เขาจะเตรียมใจไว้แล้วก็ตาม
แต่หมิงเจ๋อก็ยังสะเทือนใจเมื่อได้ยินนักปราชญ์พูดออกมาด้วยตัวเอง
ความแค้นเคือง ความขมขื่น ความสับสนแล่นเข้ามาในสมองของหมิงเจ๋อ
เขากัดฟันถาม “ทำไม”
วินาทีถัดมา เขาก็ตีโพยตีพาย “ทำไมเจ้าถึงทำอย่างนี้ ! ทำไม !”
ก็เพียงเพราะคำพูดของนักปราชญ์ หมิงเจ๋อ ผู้ซึ่งควรที่จะมีชีวิตอันสดใส ต้องมาลงเอยเช่นนี้
มนุษย์ไม่เชิง ผีก็ไม่ใช่ พบหน้าผู้คนไม่ได้ อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ
ตอนนี้นักปราชญ์มาบอกเขาว่า นี่เป็นข้ออ้างที่จะใช้เขาไปฆ่าเซียวเฉวียน ?
ทำไม !
นักปราชญ์ต้องการฆ่าเซียวเฉวียน มีคนอยู่มากมาย ทำไมเขาต้องเลือกหาหมิงเจ๋อด้วย ?
ถ้าไม่ใช่เพราะนักปราชญ์ ตอนนี้หมิงเจ๋อก็คงเป็นกษัตริย์ของภูมิภาคตะวันตกแล้ว ภูมิภาคตะวันตกก็ไม่สิ้นชาติ
ความสัมพันธ์ระหว่างหมิงเจ๋อกับเซียวเฉวียนก็คงไม่เลวร้ายถึงขนาดนี้
เขายิ่งไม่ถึงกับตกอยู่ในสภาพที่ผู้คนต่างหันหลังให้ ญาติมิตรต่างตีจาก !
เสียรู้ที่หมิงเจ๋อไว้วางใจนักปราชญ์มาก จนเขาตั้งรูปเหมือนของนักปราชญ์ไว้คอยบูชาบนภูเขาจงหนานซาน
ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ที่แท้นักปราชญ์แค่หลอกใช้เขา !
ชนิดที่ถูกนักปราชญ์เอาตัวไปขาย ยังช่วยเขานับเงินอย่างมีความสุขอีกต่างหาก !
เจ้าชายแท้ๆ แห่งภูมิภาคตะวันตก ได้รับความเคารพนับถือจากคนนับพันนับหมื่น อยู่ใต้คนเพียงหนึ่งแต่อยู่เหนือคนเป็นหมื่น คนอย่างนี้แต่กลับมาให้นักปราชญ์บีบเล่นอยู่ในอุ้งมือ
แถมยังไม่รู้สึกตัว ยังรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณเป็นอย่างยิ่งต่อนักปราชญ์
สำหรับหมิงเจ๋อแล้ว มันช่างอัปยศอดสูเป็นอย่างยิ่ง !
มันรู้สึกทรมานเป็นพันเท่ายิ่งกว่ามาฆ่าตัวหมิงเจ๋อให้ตายเสียอีก !
ทำไม !
ความเป็นจริงมันโหดร้ายขนาดนั้นเลยหรือ ?
หมิงเจ๋อโกรธแค้นจนเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวและใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
มีคนมากมายบนโลกนี้ ทำไมต้องมาเป็นหมิงเจ๋อ !
"ฮึ !"
นักปราชญ์ตะคอกอย่างเย็นชาและพูดว่า "เจ้าสำนักอย่างข้าเป็นตัวแทนของมรรคสวรรค์ ที่เลือกตัวเจ้า ถือเป็นเกียรติของเจ้าที่ได้รับใช้เจ้าสำนักอย่างข้าแล้ว"
“เจ้าไม่ควรโกรธเคืองขนาดนั้น”
ทั้งสองคนมีอารมณ์รุนแรงขึ้น ทั้งเสียงที่คุยกันดังมากขึ้น
แม้แต่เซียวเฉวียนซึ่งอยู่ห่างออกไปห้าเมตร ด้วยประสาทการฟังที่เฉียบไว ก็ยังได้ยินสิ่งที่คนทั้งสองคุยกันอย่างรางๆ
คำพูดของนักปราชญ์ ทำให้ไตรทัศนะของเซียวเฉวียนพลิกใหม่ไปจริงๆ
คำพูดของเขา พอๆ กับจะว่า ข้าเป็นตัวแทนของมรรคสวรรค์ ข้าจะฆ่าเจ้า เป็นเกียรติของเจ้าที่สามารถตายด้วยมือของข้า เจ้าควรมีความสุขที่จะได้ตกไปในนรกชั้นเก้า
จุ๊ จุ๊ จุ๊ !
หากมรรคสวรรค์เป็นอย่างที่เขาทำอยู่ ในโลกนี้คงไม่มีใครมีชีวิตอยู่รอดอีกต่อไป !
ผู้คนมักบอกว่าเซียวเฉวียนเป็นคนอวดดีจองหอง ไม่มีใครอยู่ในสายตา
แต่เซียวเฉวียนรู้สึกว่า คำเหล่านี้เอามาพรรณนาตัวนักปราชญ์จะเหมาะสมที่สุด
หรือว่าไม่ใช่ ในสายตาของนักปราชญ์ นอกจากท้องฟ้าที่ว่าใหญ่แล้ว รองลงมาก็คือตัวเขา
บรรดาราชวงศ์ทั้งหลายยังไม่อยู่ในสายตา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชาวบ้านชาวช่องทั่วๆ ไป
เขาต่างหาก ที่ไม่มองคนอยู่ในสายตา อวดดีจองหองตัวจริง !
เขามีดีตรงไหน จะเป็นตัวแทนของมรรคสวรรค์ ?
มาเจอเขา ถูกเขาหลอกใช้ ถือเป็นเวรเป็นกรรมที่ติดมากับชีวิตในชาติก่อนจริงๆ !
สีหน้าของหมิงเจ๋อหมองคล้ำเนื่องจากความโกรธต่อคำพูดของนักปราชญ์
ถึงเขาจะท่องอ่านหนังสือของนักบุญชาวปราชญ์มามากมาย ก็อดแหกปากด่าคำหยาบออกมาไม่ได้ในนาทีนี้ "ไอ้นักปราชญ์ทุเรศ ! ไอ้แก่หนังเหนียว ! ไอ้โคตรหลอกลวง !"
”ตัวแทนมรรคสวรรค์ทุเรศ ! หลอกลวง ! ไอ้จอมหลอกลวง !”
หมิงเจ๋อคงท่องอ่านหนังสือของสุภาพชนมามากเกินจริง เขารีดหมดมันสมองแล้ว ก็ได้คำด่ามาเพียงไม่กี่คำนี้
ถ้าเป็นเซียวเฉวียน เขาคงจะทักทายให้ครบทุกสิบแปดโคตรบรรพบุรุษของนักปราชญ์แล้ว ดุเขาได้เป็นเวลาชั่วโมงสองชั่วโมงโดยไม่ซ้ำคำ
แน่นอนสองชั่วโมงก็เกินจริงไปหน่อย แต่หากนักปราชญ์จะยอมสละเวลาฟัง เวลาธูปหนึ่งดอกได้สบายๆ อยู่แล้ว
แต่ว่า คำด่าทอของหมิงเจ๋อไม่กี่คำนี้ ใบหน้าของนักปราชญ์ก็บึ้งเสียแล้ว เขายกดาบและกำลังจะฟันไปที่หมิงเจ๋อ