ตอนที่ 571
บทที่ 1000 : ตัวอะไร?
October 22, 2026
ภายในบ้านเลขที่-1.. ฝ่ามือของซือกงวู่จี๋ที่แนบอยู่บนหน้าอกของเฉี่วยหยิงกงนั้นได้เปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ายเลือด และท่ามกลางความมืดมิด รอบตัวของเขาก็เกิดเป็นวงรัศมีสีแดงเจิดจ้า เห็นได้ชัดว่าเขากำลังใช้พลังมารในตัวขจัดพิษในร่างกายของเฉี่วยหยิงกง.. มือซ้ายของเฉี่วยหยิงกงที่ถูกเจ้าทองอ้วนกัดจนเกิดอาการชามานานนั้นค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่ผ่านมามือของเขาไม่เพียงแค่ชาเท่านั้น แต่ฝ่ามือยังบวมเปล่งราวกับอุ้งตีนหมี และแขนข้างซ้ายทั้งแขนก็บวมราวกับแครอทอ้วนๆ อีกทั้งยังได้เปลี่ยนเป็นสีทองจางๆด้วย แต่เวลานี้สีทองจางๆค่อยๆ เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงบริเวณข้อมือไปจนถึงปลายนิ้ว และสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตาเปล่า นั่นเพราะพิษในร่างของเฉี่วยหยิงกงนั้นได้ถูกขับให้ไปรวมอยู่ที่ฝ่ามือทั้งหมดแล้ว และเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น.. เวลานี้ท่านจินราชันย์นักฆ่าซึ่งได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกเพราะยันต์เตโชที่ไป๋เซียนเอ๋อซัดใส่นั้นก็กำลังรับการรักษาจากราชันย์นักฆ่าอีกคน เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การต่อสู้ในรอบสุดท้าย.. ส่วนอีกมุมหนึ่งของบ้านนั้น..ไป๋เซียนเอ๋อก็กำลังนั่งขัดสมาธิ และกำลังฟื้นฟูพลังของตนเองอยู่ ฉินตงเฉี่วยในฐานะเสาหลักของบ้านกำลังยืนถือกระบี่ไว้ในมือ และด้านข้างของนางนั้นเป็นแวมไพร์กลายร่างสองตน ซึ่งก็คือพอลกับเจสเตอร์นั่นเอง และเวลานี้ทั้งสามคนก็กำลังยืนอยู่ด้านหน้าเพื่อปกป้องทุกคน.. ฉินตงเฉี่วยไม่คิดที่จะถามอะไรซือกงวู่จี๋อีกในเมื่อไม่มีประโยชน์ที่จะดึงเวลา นางก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองน้ำลายอีกต่อไป.. ในขณะที่หนิงหลิงยู่เหมี่ยวเสี่ยวเหมา และคนอื่นๆ นั้น หลังจากที่หายตกใจก็รีบพากันเข้าไปช่วยหวังเฟยฮู๋ เพราะเวลานี้หวังเฟยฮู๋นับว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก เรียกได้ว่าเท้าข้างหนึ่งได้ก้าวเข้าสู่ประตูของยมบาลแล้ว แต่ด้วยอานุภาพของยันต์บำบัดที่หลิงหยุนปลุกเสกนั้น ทำให้สามารถยื้อชีวิตของหวังเฟยฮู๋มาจากความตายได้.. ท่ามกลางความสงบนิ่งของทั้งสองฝ่ายฝ่ายหนึ่งกำลังรักษาพิษ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งกำลังรักษาชีวิตคน.. แต่ถึงกระนั้นฉินตงเฉี่วยกับทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่ซือกงวู่จี๋ขับพิษออกจากร่างของเฉี่วยหยิงกงได้แล้ว นั่นย่อมหมายถึงเวลาที่การต่อสู้ครั้งใหม่จะเริ่มต้นขึ้น.. “ขอบคุณท่านโอรสพรรคมาร!คิดไม่ถึงจริงๆว่าพิษของดักแด้ทองคำจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ ลำพังตัวข้าเพียงคนเดียว คงยากที่จะขับพิษนั่นออกได้!” เฉี่วยหยิงกงก้มลงมองแขนซ้ายของตนเองเวลานี้มีเพียงนิ้วชี้นิ้วเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีสีทอง ส่วนที่เหลือได้ถูกขจัดพิษออกหมดแล้ว จึงได้แต่เอ่ยขอบคุณซือกงวู่จี๋ด้วยความตื่นเต้นดีใจ ซือกงวู่จี๋ทำเสียงเย้ยหยัน“ก็ไม่แปลกอะไรที่เจ้าจะไม่สามารถขับพิษเองได้ ดักแด้ทองคำตัวนี้เทพธิดาแห่งเผ่าเหมี่ยวเจียง – เหมี่ยวเฟิงหวง เป็นผู้เพาะเลี้ยงมาด้วยตัวเองอย่างยากลำบากนานนับสิบปี พิษของดักแด้ทองคำตัวนี้จึงต้องร้ายกาจเป็นธรรมดา..” ซือกงวู่จี๋เหลือบมองเจ้าทองอ้วนที่กำลังบินอยู่ไกลๆพร้อมกับหันไปพูดกับเฉี่วยหยิงกงด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ความจริงท่านนับว่าโชคดีมากที่ดักแด้ทองคำตัวนี้ไม่กัดเข้าที่ลำตัวของท่าน ไม่เช่นนั้นแล้วแม้แต่ข้า หรือแม้แต่เซียนองค์ใด ก็คงช่วยท่านไม่ได้!” เจ้าทองอ้วนที่บินวนเวียนอยู่เหนือศรีษะของเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นเมื่อได้ฟังคำพูดของซือกงวู่จี๋ มันก็กระพือปีกเสียงดังใส่ คล้ายกับจะบอกว่ามันกำลังไม่พอใจ..เจ้าทองอ้วนนั้นช่างเฉลียวฉลาดนักมันสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ เมื่อได้ยินซือกงวู่จี๋เอ่ยชมว่าพิษของมันร้ายกาจ ก็ภูมิอกภูมิใจ แต่กลับโมโหเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายสามารถระงับพิษของตนเองไว้ได้..ในที่สุดหยดน้ำสีทองเข้มข้นขนาดเท่าเมล็ดข้าวฟ่างก็หยดออกนิ้วชี้ของเฉี่วยหยิงกง และซึมหายลงไปในพื้นดินทันที!ซือกงวู่จี๋จัดการถอนฝ่ามือออกจากหน้าอกของเฉี่วยหยิงกงจากนั้นจึงเงยหน้ามองไปทางป่าลึกบนเขาไกลๆ ก่อนจะรีบหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็วจากนั้นซือกงวู่จี๋ก็หันไปมองแวมไพร์กลายร่างสองตนที่ยืนอยู่ข้างฉินตงเฉี่วยแต่แววตาของเขานั้นกลับสงบนิ่ง ไม่มีแม้แต่ความแปลกใจ หรือตกใจเลยแม้แต่นิดเดียว..ตั้งแต่เริ่มฝึกฝนร่ำเรียนวิชาในพรรคมารนั้นโอรสพรรคมารก็มีโอกาสได้เดินทางไปมาหลายสถานที่ทั่วโลก เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับต่างๆบนโลกใบนี้ แม้แต่เจ้าชายแห่งแวมไพร์ เขาก็เคยพบเจอมาแล้ว มีหรือที่จะตื่นเต้นกับแวมไพร์สองตนที่อยู่ข้างหน้านี้!ริมฝีปากของซือกงวู่จี๋ขยับไปมาแต่ไม่มีเสียง..เขากำลังสื่อสารกับเฉีวยหยิงกง และราชันย์นักฆ่าทั้งสองผ่านกระแสจิตนั่นเอง–พวกเราจะสู้กับพวกมันตัวต่อตัวอย่าให้มีใครหนีออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่คนเดียว–จากนั้น..เสียงเย็นชาก็ดังออกมาจากปากของซือกงวู่จี๋ “สังหารพวกมันให้หมด!”สิ้นเสียงสั่งการของซือกงวู่จี๋ทั้งสองฝ่ายก็หันมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และต่างฝ่ายต่างก็มุ่งมั่นที่จะสังหารฝ่ายตรงข้ามให้ได้..ไป๋เซียนเอ๋อลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดไปยืนอยู่ตรงหน้าซือกงวู่จี๋ทันที..ฉินตงเฉี่วยเองก็ถือกระบี่ในมือตรงเข้าประจันหน้ากับเฉี่วยหยิงกงเจ้าสำนักโลหิตมารเช่นกันส่วนพอลกับเจสเตอร์มีหน้าที่รับมือกับราชันย์นักฆ่าทั้งสองคน..เวลานี้ยอดฝีมือทั้งแปดคน– สี่ต่อสี่! กำลังประมือกันอยู่ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงสลัวจากดวงดาว และดวงจันทร์ที่หม่นหมอง..ภายในบ้านเลขที่-1มีเพียงเสียงร้องตะโกน เสียงอาวุธกระทบกัน เสียงปะทะของหมัดและฝ่ามือ เสียงกิ่งไม้ และต้นไม้แตกหัก รวมทั้งเสียงอื่นๆ ประสมปนเปกันไปหมด แต่โดยรวมแล้วมันคือเสียงต่อสู้กันอย่างดุเดือด และเต็มไปด้วยความรุนแรง..หากไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองก็คงจะไม่มีใครเชื่อว่าภายในบ้านใหญ่โตหรูหรากลางใจเมืองเช่นนี้ จะมีสภาพที่น่ากลัว และน่าสยอดสยองถึงเพียงนี้ได้!.ไอรีนโนเวล.ตูม!ไป๋เซียนเอ๋อใช้ฝ่ามือเพลิงสวรรค์เข้าจู่โจมซือกงวู่จี๋แต่ซือกงวู่จี๋ก็ใช้ฝ่ามือโลหิตเข้าต้านไว้ และทุกครั้งที่ฝ่ามือทั้งสองปะทะกัน กลิ่นคาวเลือดก็คลุ้งกระจายอย่างรุนแรง จนผู้ที่อยู่รอบๆ แทบจะอาเจียนออกมาพอลกับเจสเตอร์ที่กลายร่างแล้วนั้นร่างกายก็ใหญ่โต และความเร็วก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ต่างก็พุ่งเข้าจู่โจมราชันย์นักฆ่าขั้นเซียงเทียน-8 ทั้งสองคนอย่างไม่รีรอ..