ตอนที่ 572
บทที่ 1001 : ปีศาจภัยแล้ง และกลองสะบัดมาร!
October 22, 2026
‘สิ่งนั้น’มีความสูงเพียงแค่สามฟุต ที่ศรีษะมีหมวกสานด้วยไม้ไผ่ปิดอยู่ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ทั้งหมด ร่างกายถูกปกคลุมไว้อย่างแน่นหนา มีเพียงแขนขาเท่านั้นที่โผล่ออกมาให้เห็น.. ที่ต้องเรียกว่า‘สิ่งนั้น’ เพราะมันดูแปลกประหลาดยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการเดิน ที่บางครั้งก็คลานสี่ขาคล้ายสุนัข แต่บางครั้งก็ใช้มือทั้งสองข้างเดินแทนขา ดูคล้ายกับว่ามันไม่รู้จักการเดินด้วยซ้ำไป หรือไม่ก็ไม่สนใจว่าควรต้องเดินเช่นไร และเพียงแค่ได้เห็นแขนขาของมันก็ทำให้ผู้คนธรรมดาทั่วไปถึงกับต้องตระหนกตกใจ และหวาดกลัวได้แล้ว นั่นเพราะแขนขาของมันนั้นมีรูปร่างคล้ายคลึงกับแขนขาของมนุษย์ก็จริง แต่เล็บทั้งสิบของมันกลับงอกยาวออกมาอย่างน่ากลัว ฝ่าเท้าและฝ่ามือนั้นก็ดูเหมือนจะด้านจนไร้ความรู้สึก อีกทั้งยังแห้ง และแตกระแหงเป็นทางราวกับเปลือกไม้ที่แห้งผากมานานหลายปี และสิ่งนั้นก็กำลังเดินอยู่อย่างเงียบๆ! แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือทุกที่ที่สิ่งนั้นเดินผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ต้นไม้ หรือว่าต้นหญ้า ทุกอย่างล้วนแล้วแต่คล้ายกลับถูกดูดน้ำออกไปทันที ดอกไม้ที่เคยบานสะพรั่งกลับแห้งเหี่ยว ใบไม้ และหญ้าสีเขียวก็กลับกลายเป็นสีเหลืองแห้งกรอบ แม้แต่พื้นดินที่ชุ่มฉ่ำและเพิ่งผ่านสายฝนมา ก็ถึงกับแห้งผากกลายเป็นพื้นดินที่แตกระแหงไปในทันที ในยามค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้ร่างกำยำสูงใหญ่นั้นสวมชุดนักบวชสีเหลือง ในมือถือกระบี่ยาว ที่ข้อมือมีแส้แขวนไว้ สีหน้าของเขานั้นไร้อารมณ์ความรู้สึก และกำลังเดินนำสิ่งนั้นออกมาจากป่าทึบที่มืดสนิท ใครก็ตามหากเผอิญได้พบเห็นทั้งคู่ ก็คงต้องขนหัวลุกอย่างแน่นอน! ทั้งคู่ต่างก็เดินลงเขาไปท่ามกลางความมืดมิดและจุดหมายปลายทางของพวกเขาก็คือบ้านเลขที่-1 ซึ่งกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่เวลานี้.. สีหน้าของนักบวชผู้นี้ดูเคร่งขรึมยิ่งนักและเท้าของเขาก็ก้าวเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่อยู่ด้านหลังของนักบวชนั้น ก็ตามมาติดๆโดยไม่คลาดกันแม้แต่ก้าวเดียว เมื่อเข้าใกล้บ้านเลขที่-1ในระยะห้าสิบเมตร นักบวชเต๋าผู้นี้จึงค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง จากนั้นจึงเหลือบตามองลงไปที่พื้นด้านล่างของตนเองพร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ “สวรรค์เมตตา..” แล้วนักบวชหน้าตาเคร่งขรึมผู้นี้ก็เลื่อนแส้ที่ข้อมือมาห้อยไว้ที่ข้อศอกแทนแล้วจึงยกฝ่ามือข้างซ้ายขึ้นตีกลองในมือขวาเบาๆ ตึง..ตึง.. เสียงกลองนั้นไม่ได้ดังมากนักและดูเหมือนจะได้ยินไปไกลเพียงแค่สิบกว่าเมตรเท่านั้น แต่เสียงกลองนี้จะทำให้การต่อสู้ภายในบ้านเลขที่-1 พลิกผันอย่างทันตา! เวลานี้ไป๋เซียนเอ๋อกำลังต่อสู้อยู่กับซือกงวู่จี๋.. ซือกงวู่จี๋นั้นแข็งแกร่งอย่างมากแม้ว่าเขาจะไม่มียอดฝีมืออีกสามคนคอยช่วย เขาก็สามารถรับมือไป๋เซียนเอ๋อได้โดยไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ดูเหมือนว่าหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆและหากไม่มีกำลังเสริมจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นมาในตอนนี้ ต่อให้ทั้งคู่ประมือกันจนถึงรุ่งเช้า ก็ยากที่จะตัดสินได้ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ และผู้ใดจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ครั้งนี้ซือกงวู่จี๋ไม่ได้จู่โจมแบบรุนแรงเอาเป็นเอาตายเหมือนก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่เป็นฝ่ายรับมือเท่านั้น ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวของซือกงวู่จี๋นั้นอ่อนพลิ้วราวกับสายน้ำ และครั้งใดหากไม่สามารถหลบการจู่โจมของไป๋เซียนเอ๋อได้จริงๆ เขาจึงจะจู่โจมกลับบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ไป๋เซียนเอ๋อกลับเป็นฝ่ายที่เร่งรัดขึ้นเรื่อยๆนางพยายามเร่งมือเพื่อจะจัดการกับซือกงวู่จี๋ให้ได้โดยเร็วที่สุด สีหน้าของไป๋เซียนเอ๋อนั้นเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ ดวงตาคู่งามนั้นบ่งบอกว่ากำลังกังวลใจอย่างที่สุด เรียกว่าถึงขั้นหวาดกลัวเลยก็ได้.. นั่นเพราะธรรมชาติของสัตว์นั้นเมื่อสัมผัสได้ว่ากำลังเข้าใกล้ศัตรูของตนเอง หรือสัมผัสได้ถึงอันตรายที่น่ากลัว สัญชาติญาณของมันก็จะรนรานหวาดกลัวขึ้นมาทันที! ไป๋เซียนเอ๋อไม่ได้หวาดกลัวซือกงวู่จี๋ก่อนที่ฉินตงเฉี่วยจะมาถึง นางยังไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยเมื่อครั้งต้องประมือกับยอดฝีมือทั้งสี่คน! แต่ท่าทางหวาดกลัวของไป๋เซียนเอ๋อเวลานี้เป็นเพราะนางสัมผัสได้ถึงศัตรูที่แข็งแกร่งของตนเองซึ่งกำลังจะปรากฏตัว! และศัตรูที่น่ากลัวของสุนัขจิ้งจอกเก้าหางนั้นแน่นอนว่าจะต้องเป็นปีศาจภัยแล้ง! ไป๋เซียนเอ๋อกับปีศาจภัยแล้งไม่เพียงเป็นศัตรูกันตามธรรมชาติแต่ยังเป็นศัตรูที่จ้องสังหารกันอย่างเอาเป็นเอาตายอีกด้วย! แต่นับจากที่ไป๋เซียนเอ๋องอกหางที่สามแล้วและได้ตามหลิงหยุนไปกลายร่างที่เกาะเตียวหยู หลังจากนั้นก็ได้ฝึกฝนอยู่ที่บ้านของหลิงหยุนอยู่นาน ขั้นของนางจึงพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว การจะเอาชนะปีศาจภัยแล้งจึงเป็นเรื่องที่นางสามารถทำได้ นางจึงไม่ได้หวาดกลัวปีศาจภัยแล้งมากนัก.. แต่อันตรายรุนแรงที่นางสัมผัสได้นั้นไม่เพียงมาจากปีศาจภัยแล้ง แต่ยังมาจากคนผู้หนึ่งด้วย.. ดังนั้น..ไป๋เซียนเอ๋อจึงต้องรีบเร่งสังหารซือกงวู่จี๋ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่นางจะได้จัดการกับอันตรายที่กำลังจะมาถึงได้..แต่ดูเหมือนซือกงวู่จี๋จะอ่านความคิดของไป๋เซียนเอ๋อออกเช่นกันเขาจึงจงใจไม่จู่โจมไป๋เซียนเอ๋อ แต่กลับพยายามใช้วิชารอยเท้ามารของตนเองหลบหลีกนางมาโดยตลอดซือกงวู่จี๋ทำเช่นนั้นเพื่อรอคอย..เขากำลังรอคอยบุคคลที่กำลังจะปรากฏตัว และรอคอยให้คนผู้นี้เป็นฝ่ายลงมือ!ซือกงวู่จี๋รู้แม้กระทั่งฐานะของคนผู้นี้ว่าเขาเป็นนักบวชและเป็นพี่ใหญ่ของเหล่าศิษย์บนเขาหลงหู่นามว่าเลี่ยยื่อ และเขาก็รู้เหตุผลที่นักบวชเลี่ยยื่อมาในคืนนี้ดี!นักบวชเลี่ยยื่อผู้นี้มาบ้านเลขที่-1เพื่อสังหารไป๋เซียนเอ๋อซึ่งนับว่าเก่งกาจที่สุดในบ้านหลังนี้!และทันทีที่เสียงกลองดังขึ้นไป๋เซียนเอ๋อก็ได้ยินทันทีเช่นกัน!เสียงกลองนั้นนับว่าเบามากและยอดฝีมือที่อยู่ในบ้านต่างก็ได้ยินเช่นกัน เพียงแต่เสียงกลองนั้นไม่มีผลใดๆต่อพวกเขา อย่างมากก็เป็นแค่การประกาศว่ามีคนเพิ่มขึ้นมาเท่านั้นเอง..แต่เสียงกลองนี้กลับมีผลกับไป๋เซียนเอ๋ออย่างที่สุด!เสียงกลองนั้นไม่ต่างจากเสียงอสุสีบาตรที่ฟาดลงมาจากฟากฟ้า!ไป๋เซียนเอ๋อกำลังไล่ล่าและจู่โจมซือกงวู่จี๋อยู่แต่เมื่อได้ยินเสียงกลองดังตึงๆขึ้น นางก็รู้สึกราวกับว่าศรีษะกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ และเสียงดังตึงๆแต่ละครั้งนั้น ก็ไม่ต่างจากค้อนหนัก หรือของแหลมที่ทิ่มแทงไป๋เซียนเอ๋อและไป๋เซียนเอ๋อก็มีอาการคล้ายกับคนได้รับบาดเจ็บจู่ๆ ร่างที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนั้นก็เคลื่อนไหวได้ช้าลงจนแทบหยุดชะงัก และใบหน้าก็เริ่มซีดขาว!ตึง..ตึง.. ตึง…ไอลีนโนเวล.เสียงกลองยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางศรีษะ และใบหูของไป๋เซียนเอ๋อ หัวใจของนางเต้นแรง และดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงภายในร่างกายจะสูญสิ้นลงไปทันที อีกทั้งร่างกายของนางก็กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และกำลังขดงอเข้าหากันด้วยความหวาดกลัว!“เซียนเอ๋อ!”ฉินตงเฉี่วยเอวก็ได้ยินเสียงกลองและเมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติของไป๋เซียนเอ๋อ จึงได้แต่ตกใจ!ฉินตงเฉี่วยไม่ลังเลที่จะฟาดฟันใส่เฉี่วยหยิงกงอีกสามดาบเพื่อให้อีกฝ่ายล่าถอยออกไป จากนั้นจึงใช้มังกรพรางร่างพุ่งเข้าไปหาเซียนเอ๋อทันที!ฉินตงเฉี่วยที่ว่าเร็วแล้วยังช้ากว่าซือกงวู่จี๋!ซือกงวู่จี๋ที่รอโอกาสนี้อยู่รีบใช้รอยเท้ามารพุ่งไปยืนอยู่ตรงหน้าไป๋เซียนเอ๋ออย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงชกหมัดเข้าไปที่หน้าอกของไป๋เซียนเอ๋อทันที!ไป๋เซียนเอ๋อยกมือขึ้นขึ้นป้องกันตำแหน่งหัวใจไว้และรีบใช้พละกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด ดิ้นหนีหลบหมัดของซือกงวู่จี๋ทันที!ตึง..แต่จังหวะนั้นเสียงกลองก็ดังขึ้นอีกครั้งร่างของไป๋เซียนเอ๋อถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และไม่สามารถหลบหนีหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรงและรวดเร็วของซือกงวู่จี๋ได้อีกปัง!หมัดของซือกงวู่จี๋ชกโดนไหล่ขวาของไป๋เซียนเอ๋ออย่างแรงและร่างของไป๋เซียนเอ๋อก็ลอยละลิ่วออกไปกลางอากาศทันที!“เซียนเอ๋อ!”ฉินตงเฉี่วยร้องอุทานออกมาเสียงดังและรีบพุ่งเข้าไปขวางหน้าซือกงวู่จี๋ไว้ เวลานี้นางทั้งเศร้าโศก และโกรธแค้น กลิ่นอายสังหารในตัวนางจึงพวยพุ่งถึงขีดสุด ฉินตงเฉี่วยใช้เพลงกระบี่นวสังหาร และพลังทั้งหมดที่มีเข้าสังหารซือกงวู่จี๋ทันที!นวสังหาร!จู่ๆไป๋เซียนเอ๋อก็ได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ ฉินตงเฉี่วยจึงต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของทุกคน และไม่สามารถปล่อยให้ไป๋เซียนเอ๋อตกไปอยู่ในมือของซือกงวู่จี๋ได้“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..”