ตอนที่ 587
บทที่ 1016: เข้าสู่การรับทัณฑ์สวรรค์!
October 22, 2026
หลิงหยุนยืนนิ่งอยู่ในค่ายกลลวงตาจ้องมองออกไปด้วยแววตาภาคภูมิใจก่อนจะหันหน้าไปทางสระว่ายน้ำ พร้อมกับเอื้อมมือออกไปยังทิศทางนั้น.. ตะเกียงน้ำมันลอยขึ้นมากลางอากาศก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่ฝ่ามือของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว จากนั้นหลิงหยุนจึงเรียกมันเก็บเข้าไปในแหวนพื้นที่ดังเดิม.. นี่เป็นสมบัติพุทธองค์ที่ล้ำค่าต่อให้ทานทนต่อการตกหล่น หลิงหยุนก็ไม่ยอมปล่อยให้ร่วงลงพื้นอย่างแน่นอน จากนั้น..หลิงหยุนจึงเงยหน้าขึ้นจ้องมองท้องฟ้าที่มืดมิด เขาเห็นทัณฑ์เมฆาที่เวลานี้ลอยต่ำลงมามากแล้ว และในรัศมีห้ากิโลเมตรรอบๆ บ้านเลขที่-1 นั้น ก็มีเมฆสีดำทะมึนราวกับหมึกปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น หลิงหยุนเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งสายฟ้าในเวลานี้เพราะเขาสามารถมองเห็นว่าภายในทัณฑ์เมฆาที่ปกคลุมอยู่นั้น มีสายฟ้ารูปร่างคล้ายงูอยู่อย่างหนาแน่นจำนวนนับไม่ถ้วน ตามมาด้วยเสียงดังครื่นๆ ที่ราวกับจะประกาศกร้าวถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ! “เพียงแค่นี้เองรึ!ไม่มีอะไรน่ากลัว..” หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างไม่หวั่นเกรงเขาผ่านทัณฑ์สวรรค์มานับครั้งไม่ถ้วน จึงพอจะประเมินได้ว่าบททดสอบครั้งนี้ไม่น่าจะรุนแรงมากเพียงใด และหากเทียบกับทัณฑ์สวรรค์บนเกาะเตียวหยูแล้วล่ะก็ ครั้งนี้ยังนับว่าห่างไกลมากนัก! และดูเหมือนว่าอสุนีบาตในครั้งนี้คงทำให้หลิงหยุนเพียงแค่ระคายเคืองผิวหนังได้เท่านั้น.. หลิงหยุนจึงคร้านที่จะใช้ยันต์เพชรและยันต์เกราะหรือแม้แต่ยันต์อสนีป้องกันตัวเอง เขาก้าวเดินออกจากค่ายกลลวงตาโดยไร้เครื่องป้องกันใดๆ.. หลังจากก้าวเท้าออกมาเพียงแค่ก้าวเดียวร่างของหลิงหยุนก็ไปปรากฏอยู่ใกล้กับร่างของปีศาจภัยแล้งที่ดุร้าย แม้ปีศาจภัยแล้งจะดิ้นรนจนสามารถหลุดออกมาจากสระน้ำแข็งได้แต่เวลานี้มันก็กำลังถูกลูกเหล็กขนาดใหญ่ลอยกระแทกเข้ากับร่าง และนี่คือการทำงานของค่ายนวสังหารที่หลิงหยุนเพิ่งจะสร้างขึ้นใหม่.. ปัง..ปัง.. ปีศาจภัยแล้งใช้กรงเล็บที่แข็งแกร่งของมันตะปบลูกเหล็กขนาดใหญ่สองลูกและทันทีที่มันเห็นหลิงหยุนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า มันก็ร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธ และพุ่งเข้าทำร้ายหลิงหยุนอย่างบ้าคลั่งในทันที! เปรี้ยง..เปรี้ยง.. เปรี้ยง.. เปรี้ยง.. เปรี้ยง.. เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นถึงห้าครั้งติดต่อกันและอสุนีบาตทั้งห้าสายก็พุ่งลงกลางศรีษะของหลิงหยุนทันที! “โอ้ว..แย่แล้ว!” หลิงหยุนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางศรีษะทั้งห้าสายพร้อมกันเช่นนี้แต่กลับไม่เป็นอะไร ในขณะที่เหล่าแวมไพร์มาร์ควิสต่างก็พากันกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว! เสียงฟ้าคำรามและอสุนีบาตล้วนเป็นเครื่องแสดงถึงพลังอันแข็งแกร่งระหว่างสวรรค์กับผืนโลก เหล่าแวมไพร์จึงมีสัญชาติญาณในการหวาดกลัวต่อสิ่งที่แสดงถึงพลังอันแข็งแกร่งเหล่านี้ แทบไม่ต้องรอให้ฟ้าผ่าลงร่างของตนเอง เพียงแค่อยู่ในระยะกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกมันต่างก็หวาดผวากันอย่างมากแล้ว.. “โอ้..ท่านเทพแห่งซานตาน ได้โปรดบอกข้าทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่” แม้แต่ดยุคแดร๊กคูล่าที่แข็งแกร่ง ทันทีที่สายตาของมันสัมผัสกับแสงสว่างเจิดจ้าของสายฟ้าที่ทรงพลังทั้งห้าสาย มันถึงกับรีบหลับตาทันที ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร้องอุทานออกมาเสียงดังด้วยความหวาดกลัว..“โอ้พระเจ้า..หลิงหยุน! เจ้าเด็กนั่นกำลังจะเข้าสู่การรับทัณฑสวรรค์หรือนี่ เป็นไปได้อย่างไรกัน?”เฉินเจี้ยนกุ่ยซึ่งนับว่าเป็นชาวยุทธคนหนึ่งแต่มันก็ไม่เคยพบเห็นทัณฑ์สวรรค์ด้วยตาตัวเองมาก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ และเมื่ออสุนีบาตทั้งห้าสายต่างก็พุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนเช่นนั้น มันก็พอจะเดาได้ทันทีว่าหลิงหยุนกำลังจะเข้าสู่การรับทัณฑ์สวรรค์!“อะไรนะ!ทัณฑ์สวรรค์งั้นรึ?! เป็นไปไม่ได้!”แต่เมื่อดยุคแดร๊กคูล่าได้ยินคำพูดของเฉินเจี้ยนกุ่ยที่ย้ำให้ตนเองมั่นใจมากยิ่งขึ้นมันก็ถึงกับหวาดกลัวจนแทบคลุ้มคลั่ง และรีบยกมือสองข้างขึ้นปิดตาตัวเองไว้ พร้อมกับร้องตะโกนออกมาอย่างประหลาดใจ“นี่..นี่ย่อมหมายความว่าเขาก็คือชาวจีนที่ฝึกบ่มเพาะตนตามตำนานจีนโบร่ำโบราณงั้นรึ แต่เท่าที่ข้ารู้.. ผู้บ่มเพาะตนเช่นนี้ได้หายสาบสูญไปนานมากแล้ว เหตุใดจู่ๆ เจ้าเด็กนี่ถึงโผล่มาได้?”เฉินเจี้ยนกุ่ยได้แต่พึมพำออกมาอย่างเจ็บปวดใจ“หลิงหยุนเป็นผู้บ่มเพาะตนงั้นรึ!”“เร็วเข้า..ทัณฑ์สวรรค์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว อสุนีบาตเหล่านี้จะพุ่งเป้าไปที่หลิงหยุนเพียงผู้เดียว พวกเราต้องรีบหนีให้พ้นจากรัศมีของเมฆทะมึนเหล่านี้!”หลิงหยุนได้แต่นึกประหลาดใจและคิดไม่ถึงว่าดยุคแดร๊กคูล่าจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการฝึกตนของชาวจีนมากมายถึงเพียงนี้ แต่เมื่อนึกได้ว่าดยุคแดร๊กคูล่านั้นมีชีวิตยืนยาวมานานหลายพันปีแล้ว จึงไม่น่าแปลกหากจะมันจะรู้และเข้าใจในเรื่องเหล่านี้..แต่นั่นก็ทำให้หลิงหยุนมั่นใจขึ้นมากว่าในสมัยโบราณกาลนั้นประเทศจีนจะต้องเคยมีผู้ฝึกตนตามวิถีเซียนอย่างแน่นอน และคงจะมีหลายคนที่ฝึกถึงขั้นต้องเข้ารับทัณฑ์สวรรค์เช่นนี้ด้วย..ระหว่างนั้นหลิงหยุนกำลังต่อสู้อยู่กับปีศาจภัยแล้งอย่างดุเดือดเขาใช้หมัดที่มีน้ำหนักกว่าเก้าหมื่นกิโลกรัมชกเข้าไปที่ร่างของปีศาจภัยแล้งจนลอยละลิ่วออกไป แต่ยังไม่ทันที่ร่างของมันจะตกถึงพื้น หลิงหยุนก็วิ่งตามเข้าไปชกจนร่างของมันลอยขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง เป็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่องจนร่างของมันไม่มีโอกาสตกลงสู่พื้นดินเลย..หลิงหยุนทำอยู่เช่นนี้จนปีศาจภัยแล้งได้แต่ร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ด้วยความแข็งแกร่งของมันเวลานี้ ยากนักที่จะต้านทานหลิงหยุนได้!แต่การทำเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลิงหยุนนักเพราะนอกจากจะต้องทนรับอสุนีบาตที่ฟาดใส่ร่างจนชาไปทั่วทั้งตัวแล้ว เขายังต้องวิ่งไล่ตามชกร่างปีศาจภัยแล้งด้วยความเร็วอีกด้วย..แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นเขายินดีที่จะใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งของตนเองรองรับสายฟ้าที่ฟาดใส่ลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง จุดประสงค์ก็เพื่ออาศัยอสุนีบาตที่ทรงพลังเหล่านี้ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย และจิตใจของตนเอง..ไม่เพียงเท่านั้น..หลิงหยุนยังอาศัยโอกาสนี้ดูดซับเอาพลังของอสุนีบาตเข้าไปในร่างกายด้วย และจนกระทั่งถึงตอนนี้ผนังในจุดตันเถียน และเส้นลมปราณของเขานั้น ก็มีกระแสไฟเพิ่มขึ้นอีกมากมาย!หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระหว่างสวรรค์กับผืนโลกที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรง และหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ เมฆสีดำทะมึนลอยต่ำลงกดทับร่างของหลิงหยุนมากขึ้น จนทำให้ฝีเท้าของเขานั้นลดความเร็วลงอย่างเห็นได้ชัด..ปัง..ปัง.. ปัง..ในเวลาเดียวกันนั้นเองทางด้านดยุคแดร๊กคูล่าก็ถึงกับตกใจเมื่อมาร์ควิสทั้งห้ารวมทั้งเฉินเจี้ยนกุ่ย ต่างก็บินหลงเข้าไปในค่ายกลนวสังหารที่หลิงหยุนสร้างขึ้น และเวลานี้พวกมันต่างก็พากันบินว่อนไปมาเพื่อทีจะฝ่าออกจากค่ายกลนี้ไปให้ได้!ถึงแม้จะบินทะเล่อทะล่าเข้าไปในค่ายกลนวสังหารของหลิงหยุนแต่แวมไพร์กลุ่มนี้ก็นับว่าแข็งแกร่งอย่างมาก เพราะพวกมันต่างก็สามารถใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งกระแทกกับลูกเหล็กขนาดใหญ่ได้ และบ้างก็ใช้ฝ่ามือตบราวกับว่าเป็นลูกวอลเล่ย์บอลเลยทีเดียว..“เร็วเข้า..รีบหนีออกไปจากบริเวณนี้ก่อน! หากรอให้อสุนีบาตเส้นใหญ่กว่านี้ พวกเราอาจจะไม่สามารถทนทนได้!”