ตอนที่ 589
บทที่ 1018: ภัยพิบัติ!
October 22, 2026
สายฟ้าเทวะ..อสุนีบาตสีทองเส้นใหญ่นั้นเปล่งแสงสีเหลือเรืองรองไปทั่วทั้งบริเวณ แม้แต่ผู้คนที่อยู่ห่างจากบ้านเลขที่-1 ไปหลายสิบกิโลเมตร ก็ยังสามารถเห็นแสงทองอร่ามนี้ได้.. ………….. บนยอดเขาหลงเหมิน.. “อามิตตาพุทธ!” เมื่อหลิงหยุนนำสร้อยประคำของพุทธองค์ออกมาสะกดปีศาจภัยแล้งไว้นั้นหลวงจีนเจี๋วยหยวนที่กำลังก้มหน้าก้มตาช่วยกันฝังร่างไร้วิญญาณของเหล่ายอดฝีมืออยู่บนเขา จู่ๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาก็สั่นสะท้าน และค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนจะหันหน้ามองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม และเปี่ยมไปด้วยความนอบน้อม.. หลวงจีนเจี๋วยหยวนสัมผัสได้ถึงพลังพุทธะที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์ยิ่งนัก! และพลังแห่งพุทธะนี้ก็กำลังแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว.. พลังพุทธะที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งนี้ เมื่อแผ่ขยายมาถึงบริเวณยอดเขาหลงเหมินนั้น ก็ได้อ่อนกำลังลงไปมากแล้ว แต่ถึงกระนั้นหลวงจีนเจี๋ยวหยวนที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับที่สองของขั้นเซียงเทียน-9 กลับสามารถสัมผัสถึงพลังพุทธะได้อย่างชัดเจน.. “ท่านเจี๋วยหยวน..เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ เกิดอะไรขึ้นกับเด็กหลิงหยุนหรือไม่?” นักพรตชงซวีเห็นท่าทางผิดปกติของหลวงจีนเจี๋วยหยวนก็รีบร้องถามออกไปทันที และแน่นอนว่าเขานั้นไม่สามารถสัมผัสถึงพลังแห่งพุทธะได้.. หลวงจีนเจี๋วยหยวนไม่ตอบเขายังคงนิ่งอยู่ในสมาธิ และจดจ่ออยู่กับพลังแห่งพุทธะนั้น แต่หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หลวงจีนเจี๋ยวหยวนก็สัมผัสได้ถึงแห่งพลังพุทธะที่แข็งแกร่งอีกระลอก และครั้งนี้ดูเหมือนจะมีพลังอำนาจมากกว่าพลังพุทธะที่เขาสัมผัสได้ในครั้งแรกเสียอีก.. และในเวลานั้น..ก็เป็นช่วงเวลาที่หลิงหยุนเรียกตะเกียงน้ำมันออกมาจากแหวนพื้นที หลวงจีนเจี๋วยหยวนทำปากขมุบขมิบก่อนจะคุกเข่าหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และพนมมือสาธยายมนต์แห่งพุทธองค์.. ศิษย์สำนักเส้าหลินเห็นหลวงจีนเจี๋วยหยวนทำเช่นนั้นแม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนต่างก็ปฏิบัติตามอย่างไม่ลังเล.. หลวงจีนเจี๋วยหยวนนั่งสวดมนต์อยู่เช่นนั้นนานถึงสิบนาทีจนกระทั่งไม่สามารถสัมผัสพลังพุทธะได้อีกแล้ว เขาจึงลุกขึ้นยืน.. “ท่านชงซวี..ขึ้นไปบนยอดสูงสุดกับข้าเร็วเข้า!” หลวงจีนเจี๋วยหยวนพูดจบ..ก็รีบเดินนำนักพรตชงซวีขึ้นไปบนยอดสูงสุดของเขาหลงเหมินทันที และเวลานี้ทั้งคู่ก็ไปยืนอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของเขาหลงเหมิน และกำลังจ้องมองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อย่างเงียบๆ นักพรตชงซวีกระโดดตามเข้าไปยืนอยู่ข้างกายหลวงจีนเจี๋วยหยวนจากนั้นจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “ท่านเจี๋วยหยวน..มันเกิดอะไรขึ้น นี่ท่านกำลังจะบอกอะไรข้ากันแน่?” สีหน้าของหลวงจีนเจี๋วยหยวนมีแววหนักใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า“มีปีศาจปรากฏตัวขึ้นแล้ว เมืองจิงฉูคงต้องเข้าสู่ความวุ่นวายโกลาหลอย่างแน่นอน..” นักพรตชงซวีถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเขาร้องถามออกมาด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน “ห๊ะ!ถ้าเช่นนั้นพวกเราควรทำเช่นไรดี? หรือพวกเราสองคนจะรีบไปจัดการกับปีศาจตนนั้นเดี๋ยวนี้?” หลวงจีนเจี๋วยหยวนส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น“ไม่ทันแล้ว..” นักพรตชงซวีร้องออกมาอย่างหงุดหงิดใจ“ก็ถ้าท่านไม่นั่งคุกเข่าอยู่นานสองนานเช่นนั้น.. ป่านนี้พวกเราก็คงไปถึงแล้ว!” หลวงจีนเจี๋วยหยวนตอบเสียงเบา“ข้ากำลังกราบไหว้พุทธองค์..” นักพรตชงซวีถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ“พุทธองค์งั้นรึ พุทธองค์อะไรกัน?” หลวงจีนเจี๋วยหยวนพูดขึ้นด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง“เป็นพุทธองค์จริงๆ!”จากนั้นหลวงจีนเจี๋วยหยวนก็ยกมือขึ้นชี้ไปที่เส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านดูนั่น!”นักพรตชงซวีเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่หลวงจีนเจี๋วยหยวนชี้แล้วก็ถึงกับนิ่งแข็งไปทันที ก่อนจะระล่ำระลักถามออกไปว่า“นี่..นี่มันเกิดอะไรขึ้น”และไม่จำเป็นที่หลวงจีนเจี๋วยหยวนจะต้องตอบเพราะจากนั้นเมฆดำทะมึนเหล่านั้น ก็ได้ทำให้ช่องว่างระหว่างสวรรค์กับผืนดิน เต็มไปด้วยอสุนีบาตมากมายนับไม่ถ้วน..นักพรตชงซวีถึงกับอึ้งไปเขายกมือขึ้นชี้ไปทางอสุนีบาตจำนวนมาก จากนั้นก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปมากกว่านั้นได้..“นี่..นี่มัน.. นี่มัน..”ครั้งนี้หลวงจีนเจี๋วยหยวนเองก็ถึงกับตกใจอย่างมากเช่นกันริมฝีปากของเขาอ้าออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็หลุดคำพูดออกมาได้เพียงแค่สั้นๆ“ทัณฑ์สวรรค์..”นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9ทั้งสองคน ได้สัมผัสและชื่นชมกับพลังที่ซ่อนเร้นของโลกใบนี้!“ผู้ใดกันผู้ใดที่กำลังรับทัณฑ์สวรรค์นั่น? ปีศาจอย่างนั้นรึ? รับทัณฑ์สวรรค์ในจิงฉูนี่นะ?!”นักพรตชงซวีได้แต่จ้องมองทัณฑ์เมฆาที่ดำทะมึนอยู่ไกลๆและจ้องมองอสุนีบาตที่เพิ่มขนาด และปริมาณขึ้นเรื่อยๆแต่แล้วจู่ๆก็ทำสีหน้าตกใจเมื่อคิดได้ว่า หลิงหยุนเพิ่งจะลงจากเขาหลงเหมินไป และหลวงจีนเจี๋วยหยวนก็เพิ่งจะพูดเรื่องที่หลิงหยุนคือผู้บ่มเพาะตนที่แท้จริง!“เป็น..เป็นเขางั้นรึ ไม่.. เป็นไปไม่ได้! ขั้นของเขายังไม่แก่กล้าพอ!”หลวงจีนเจี๋วยหยวนเอาแต่นิ่งเงียบ..แต่ใบหน้าของเขานั้นกลับเคร่งขรึม แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง และสงสาร แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจสลับหมุนเวียนกันไป..จนกระทั่งอสุนีบาตเส้นสุดท้ายปรากฏขึ้นมันคือสายฟ้าเทวะที่โหดร้ายรุนแรง หลวงจีนเจี๋วยหยวนถึงกับต้องพึมพำออกมาอีกครั้ง“อามิตตาพุทธ!”นักพรตชงซวีเองก็ตกตะลึงมากเช่นกันและได้แต่พึมพำออกมาเบาๆ “สวรรค์เมตตา..”และในขณะที่หลิงหยุนถูกสายฟ้าเทวะสีทองฟาดใส่ร่างนั้นผู้คนในดินแดนลึกลับบางแห่งในประเทศจีน ต่างก็กำลังเจ็บปวด และโกรธขึ้งไปด้วย..…………แคว้นปาฉู่เขาชิงเฉิง..เขาชิงเฉิงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศจีนมีจุดชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามอยู่มากมาย แม้ว่าจะมีขุนเขา และแม่น้ำที่งดงามอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง แต่ก็นับว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดด้วย..ลึกเข้าไปในเขาชิงเฉิงนั้นมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ พวกเขาใช้ยอดเขาสูงเสียดฟ้าแยกตัวเองออกจากโลกภายนอก และซ่อนเร้นกายอยู่บนยอดเขาสูง..น้อยคนนักที่จะรู้ว่าบนยอดเขาชิงเฉิงที่สูงเสียดฟ้านี้จะมีอารามแห่งหนึ่งตั้งอยู่ด้านบน..แม้ว่าอารามแห่งนี้จะงดงามแต่ก็ถูกเมฆขาว และต้นไม้ที่หนาแน่นปกปิดไว้อย่างมิดชิด คนธรรมดาทั่วไปจึงยากนักที่จะพานพบอารามแห่งนี้ได้..และที่นี่ก็คือที่ตั้งของอารามจิ้งซิน..