ตอนที่ 590
บทที่ 1019: ชีวิตเสมือนตาย!
October 22, 2026
เวลาเจ็ดโมงเช้า..ดวงอาทิตย์เป็นสีแดงเจิดจ้าราวกับสีเลือด ทั่วท้องนภาเป็นสีแดงอย่างน่ากลัว.. ลมทะเลที่กำลังพัดเอื่อยได้พัดเอาคลื่นความร้อนรุนแรงปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองจิงฉู แต่กลับไม่สามารถพัดเอาความเศร้าหมองในจิตใจของผู้คนในบ้านเลขที่-9 ออกไปได้เลยแม้แต่น้อย.. “เฮ้อ..” ท่านเสี่ยวหมอเทวดาถอนหายใจพร้อมกับค่อยๆดึงนิ้วมือทั้งสามออกจากข้อมือของหลิงหยุน เขาหันไปมองทุกคนในบ้านที่สีหน้าล้วนบ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจ และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง พร้อมกับส่ายหน้าไปมา.. “ไม่มีอะไรกระเตื้องขึ้นเลยแม้แต่น้อย..ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม!” ในเวลานี้..คนที่จะอยู่ในห้องได้ก็มีเพียงแค่คนสำคัญรอบตัวหลิงหยุนเท่านั้น ท่านหมอเสี่ยวจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร หลิงหยุนถูกสายฟ้าเทวะสีทองฟาดใส่ร่างจนได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันที..แล้วตั้งแต่เมื่อคืนกลางดึกจนถึงวันนี้ หลิงหยุนก็ยังคงนอนหมดสติอยู่ในอาการโคม่ามานานร่วม 115 ชั่วโมงแล้ว! และหลังจากนี้ไปอีกเพียงแค่ห้าชั่วโมงหลิงหยุนก็จะนอนแน่นิ่งเช่นนี้มาครบห้าวันห้าคืนแล้ว! ตลอดระยะเวลาห้าวันมานี้..ท่านหมอเสี่ยวได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเลขที่-9 มาโดยตลอด และได้ทำการรักษาหลิงหยุนตลอดสามเวลา – เช้า กลางวัน และเย็น! เขาคอยจับชีพจรสังเกตอาการบาดเจ็บของหลิงหยุนอยู่แทบจะตลอดทั้งวัน และแม้ว่าเขาจะมีฉายาหมอเทวดา แต่อาการของหลิงหยุนในเวลานี้ ก็เกินกว่าที่เขาจะสามารถทำอะไรได้จริงๆ เวลานี้หลิงหยุนกำลังนอนอยู่ในห้องนอนของตนเองนี่คือห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดบนชั้นสองของบ้านเลขที่-9 ในอ่าวจิงฉู ห้องนี้จึงค่อนข้างกว้างใหญ่โอ่โถง แม้จะจับคนมายืนเรียงกันยี่สิบสามสิบคน ก็ยังไม่ทำให้ห้องนี้ดูอึดอัดขึ้นได้เลย! ครั้งนี้..นับว่าหลิงหยุนอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วง หรือจัดว่าเลวร้ายเลยก็น่าจะถูก! หลิงหยุนนอนราบอยู่บนเตียงแน่นิ่งดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท ใบหน้าซีดเซียวดูราวกับว่าในร่างของเขานั้นคงจะมีโลหิตเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ลมหายใจก็อ่อนระทวยราวกับไม่หายใจ และชีพจรก็เต้นอ่อนมาก ดูราวกับว่าหัวใจของหลิงหยุนนั้นจะสามารถหยุดเต้นได้ตลอดเวลา.. แต่ทั้งหมดนั้นยังไม่น่ากลัวที่สุด! เพราะเวลานี้..แม้หลิงหยุนจะนอนหมดสติอยู่ในอาการโคม่า แต่สภาพร่างกายของเขานั้นกลับพลิกไปพลิกมาระหว่างร้อนกับเย็นอย่างสุดขั้ว.. ในยามที่ร่างของเขาเย็นทั่วทั้งห้องนอนก็เปลี่ยนเป็นเย็นอย่างที่สุด และในยามที่พลิกกลับเป็นร้อน ร่างของเขาก็ร้อนราวกับไฟที่สามารถทำให้ภายในห้องร้อนระอุขึ้นมา จนคนอื่นๆ แทบหายใจไม่ได้.. ในสภาพเช่นนี้..หากเป็นคนธรรมดาคงต้องตายไปแล้วอย่างแน่นอน แต่หลิงหยุนเพียงแค่หมดสติไปถึงห้าวันห้าคืน จึงนับว่าแข็งแกร่งอย่างมากแล้ว! นอกเหนือจากลมหายใจที่อ่อนระทวยและชีพจรที่เต้นอ่อนมากแล้ว ก็ยังไม่มีการขับถ่ายอีกด้วย ดูคล้ายกับว่าหลิงหยุนได้ปิดตัวเอง และตัดขาดจากโลกภายนอก และภายในอย่างสมบูรณ์.. เวลานี้หลิงหยุนจึงไม่ต่างจากคนที่มีร่างแต่ไร้วิญญาณซึ่งแตกต่างจากผู้ที่นอนเป็นผัก เขามีชีวิตที่เสมือนตาย! ระหว่างที่จับชีพจรของหลิงหยุนดูนั้นท่านหมอเสี่ยวก็ไม่สามารถตรวจพบสิ่งใดเลย ด้วยเหตุนี้วิชาแพทย์แผนจีนของเขา จึงไม่สามารถช่วยอะไรหลิงหยุนได้เลยแม้แต่น้อย! “สภาพเช่นนี้..คงทำได้เพียงแค่รอให้หลิงหยุนฟื้นคืนสติ และให้เขาทำการรักษาตัวเองเท่านั้น ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นเซียน ก็คงยากที่จะทำอะไรได้..” มีเพียงต้องรอให้หลิงหยุนฟื้นคืนสติและรักษาตัวเองเท่านั้น..ประโยคนี้..ท่านหมอเสี่ยวพูดมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งตั้งแต่เริ่มตรวจดูอาการของหลิงหยุน และจนถึงเวลานี้เขาก็ยังคงยืนยันคำเดิม!“ท่านปู่คะ..หนูจะใช้วิชาเก้าเข็มปลุกชีพที่พี่หลิงหยุนสอนให้ ลองทำการรักษาพี่หลิงหยุนดีมั๊ยคะ”เสี่ยวเม่ยหนิงร้องถามออกมาในที่สุดสองสามวันมานี้เธอร้องห่มร้องไห้ไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และด้วยความเป็นห่วงเป็นใยหลิงหยุน เธอถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ จนดวงตาทั้งสองข้างทั้งแดงและบวม จะเรียกว่าเป็นสีแดงอยู่ตลอดเวลาก็ได้..นอกจากเสี่ยวเม่ยหนิงแล้วก็ยังมีคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ภายในห้องด้วยเช่นกัน!ท่านหมอเสี่ยวจ้องมองหลานสาวที่รักดั่งแก้วตาดวงใจนิ่งนานก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง และดุไปว่า“อย่าได้เพ้อเจ้อไปหน่อยเลย!”“หนิงน้อย..แม้เจ้าจะร่ำเรียนวิชาเก้าเข็มปลุกชีพมา แต่ก็รักษาได้เพียงแค่อาการเจ็บป่วยธรรมดาๆเท่านั้น แต่หากจะรักษาอาการของหลิงหยุนในเวลานี้แล้วล่ะก็.. เจ้าก็คงฝันไปแล้ว!”ท่านหมอเสี่ยวดุเสี่ยวเม่ยหนิงไปแล้วจึงยกมือขึ้นห้ามไป๋เซียนเอ๋อกับฉินตงเฉี่วยที่กำลังจะเสนอตัวลองวิธีของตนดูเช่นกัน จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด..“ฉันเข้าใจความรู้สึกของทุกคนดี..ใช่ว่าฉันจะจงใจขัดขวางทุกคนไม่ให้ช่วยเหลือหลิงหยุน แต่อาการของเขานั้นค่อนข้างซับซ้อน อย่าว่าแต่วิชาฝังเข็มใดๆเลย แม้แต่ถ่ายเทลมปราณเข้าไปในร่างกายของเขา ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้..”“การรักษาเปรียบเสมือนการให้ยาที่ถูกกับโรคให้แก่คนไข้แต่พวกเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลิงหยุนเป็นอะไรกันแน่ หากทำการรักษาอย่างไม่ระวัง ไม่เพียงจะไม่สามารถช่วยชีวิตของเขาได้ แต่ยังจะเป็นการทำร้ายเขาอีกด้วย!”เวลานี้ท่านหมอเสี่ยวกังวลอย่างที่สุดว่าทั้งไป๋เซียนเอ๋อกับฉินตงเฉี่วย หรือว่าคนอื่นๆ จะพากันสละพลังปราณของตนเองถ่ายเทลงไปในร่างกายของหลิงหยุน เขาจึงย้ำกับทุกคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น!จากนั้นท่านหมอเสี่ยวก็หันไปทางฉินตงเฉี่วยพร้อมกับพูดขึ้นว่า“แม่นางฉิน.. เจ้าเองน่าจะเข้าใจวิชาที่หลิงหยุนใช้ฝึกบ่มเพาะตนได้ดีกว่าข้า ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจที่ข้าพูด และกำชับทุกคนให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด!”คำพูดของท่านหมอเสี่ยวนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าฉินตงเฉี่วยเป็นผู้เดียวที่มีคุณสมบัติในการกำกับให้ทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของเขาอย่างเคร่งครัด..ฉินตงเฉี่วยถึงกับตกใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้ยินว่าเสี่ยวเม่ยหนิงต้องการใช้วิชาเก้าเข็มปลุกชีพรักษาหลิงหยุนเพราะความจริงแล้วนางเองก็อยากจะลองถ่ายเทลมปราณในร่างให้กับหลิงหยุนเช่นกัน ความจริงแล้วฉินตงเฉี่วยยอมแม้กระทั่งจะสูญเสียวรยุทธทั้งหมดหากมันจะสามารถทำให้หลิงหยุนฟื้นขึ้นมาได้..หลังจากที่ได้ฟังคำเตือนของท่านเสี่ยวหมอเทวดาแล้วฉินตงเฉี่วยก็ได้แต่สงบจิตสงบใจ แล้วพูดขึ้นว่า“ขอบคุณท่านหมอเสี่ยว..ข้าจะไม่ให้ใครมาวุ่นวายกับหลิงหยุนได้!”ในที่สุดหนิงหลิงยู่ก็อดรนทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากถามขึ้นด้วยความกังวลใจ “ท่านปู่เสี่ยวคะ.. พี่ใหญ่ไม่ได้กินหรือดื่มอะไรมาถึงห้าวันห้าคืนแล้ว หากเป็นแบบนี้ต่อไป.. เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อได้ยังไง”ท่านหมอเสี่ยวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่บางเบา “หลิงหยู่.. ความรู้สึกของเธอปู่เสี่ยวเข้าใจดี! เธอต้องการที่จะใช้การแพทย์สมัยใหม่ ด้วยการให้อาหารทางสายยางกับหลิงหยุนใช่มั๊ย”หนิงหลิงยู่พยักหน้าอย่างไม่ลังเล…ไอรีนโนเวล.ท่านหมอเสี่ยวยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับโบกมือห้าม“เรื่องนั้นเธอไม่ต้องกังวลใจไป! อีกอย่าง.. การทำเช่นนั้นก็เป็นเรื่องเปล่าประโยชน์.. แม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถเห็นการทำงานภายในร่างกายของหลิงหยุนได้ แต่จากชีพจรของเขานั้น ปู่ก็พอจะรู้ว่า.. ภายในร่างกายของหลิงหยุนนั้น เส้นลมปราณเยิ่นกับเส้นลมปราณตูได้เปิดเชื่อมกันแล้ว..”“การที่เส้นลมปราณเยิ่นกับเส้นลมปราณตูเชื่อมต่อกันนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าคนผู้นั้นเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนแล้ว และเมื่อเข้าสู่ขั้นนี้ร่างกายของคนผู้นั้นก็จะสามารถเปลี่ยนจากการหายใจภายนอก มาเป็นการหายใจภายใน อีกทั้งยังสามารถดูดซับเอาพลังงานบริสุทธิ์ที่อยู่ในจักรวาล หรือระหว่างผืนโลกกับสวรรค์เข้าไปได้ เพราะฉะนั้น.. ร่างกายของหลิงหยุนจะไม่ขาดสารอาหารอย่างที่เธอกังวล เธอตัดความกังวลใจในเรื่องนี้ออกไปได้เลย..”