ตอนที่ 591
บทที่ 1020: ความฝันที่ยาวนาน!
October 22, 2026
หลิงหยุนยังคงอยู่นอนหลับใหลอยู่ในอาการโคม่า..แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ได้ยินเสียงพูดของผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นฉินตงเฉี่วย หรือว่าใครๆ ในเวลานั้น..หลิงหยุนกำลังออกเดินทางไปไกลหลายพันลี้ผ่านความฝัน มันเป็นความฝันที่แสนยาวนาน และทุกเหตุการณ์ล้วนแล้วแต่มีหลิงหยุนอยู่ด้วยทั้งสิ้น เพียงแต่ในความฝันนั้น..ยังมีหลิงหยุนอีกคนที่เป็นเพียง ‘ผู้ดู’ เท่านั้น และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับภาพเหตุการณ์เหล่านั้นเลย แต่ทุกอย่างก็เหมือนจริงจนเขาเองก็แยกไม่ออกว่า มันคือความฝัน หรือว่าความจริงกันแน่! …… ตูม!เสียงระเบิดภายในร่างกายดังขึ้น “ฮ่า..ฮ่า.. ในที่สุดข้าก็เข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้แล้ว! คิดไม่ถึงว่าจะง่ายดายเพียงนี้ ไม่เห็นจะยากเย็นดังที่ตำนานว่าไว้เลยสักนิด..” ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่..ภายในหุบเขาที่ไร้ชื่อแห่งหนึ่ง เด็กหนุ่มอายุสิบสองปีนามว่าหลิงหยุน.. ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่งามของเด็กน้อยหน้าตาหล่อเหลาผู้นั้น เป็นประกายด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างบอกไม่ถูก.. ตามตำรากล่าวไว้ว่า..การที่จะทำให้ร่างกายสร้างพลังปราณได้อย่างไม่รู้จบนั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง หลิงหยุนจึงไม่ได้ตั้งความหวังอะไรมากนัก เขาเพียงแค่อยากรู้อยากเห็น และอยากลองเท่านั้น แต่จากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาติดกันถึงเจ็ดวัน หลิงหยุนกลับสามารถเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้สำเร็จ.. “ไม่น่าเชื่อ..ครั้งนี้ร่างกายของข้าจะอัศจรรย์มากเพียงใดกันนะ” หลิงหยุนในฐานะ‘ผู้ดู’ เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อได้รู้ว่า ตนเองนั้นได้เริ่มต้นฝึกบ่มเพาะมาตั้งแต่เมื่อใด.. …….. “พี่ใหญ่..พี่ใหญ่คะ.. รอฉันด้วย! ฉันวิ่งตามพี่ไม่ทัน..” เด็กหญิงแก้มอมชมพูวิ่งตามก้นเด็กชายในวัยเดียวกันไปพร้อมกับร้องตะโกนออกมาเสียงดัง “ฮือ..ฮือ..” แต่แล้วเด็กหญิงก็ร้องไห้ออกมาเมื่อลื่นล้มลงไปกับพื้น เด็กชายคนนั้นจึงรีบหยุดวิ่งและรีบกลับไปช่วยพยุงเด็กหญิงให้ลุกขึ้นจากทันที จากนั้นจึงช่วยปัดฝุ่นที่เปื้อนอยู่ตามร่างกายให้ อีกทั้งยังคอยเช็ดน้ำตาให้ด้วย.. “หลิงยู่..ทำไมถึงวิ่งไม่ระวังแบบนี้ล่ะ แล้วเธอจะคอยวิ่งตามพี่ทำไมกัน?” “พี่ใหญ่..ฉันอยากเล่นกับพี่..” ปากเล็กๆ ของหนิงหลิงยู่พูดเจื้อยแจ้ว “หลิงยู่งั้นรึนี่.. นี่หลิงยู่ตอนเป็นเด็กงั้นรึ? ถ้าเช่นนั้น.. เด็กผู้ชายคนนั้น..” “แล้วข้าที่มองดูอยู่นี่ล่ะ..!” หลิงหยุนตกใจอย่างมาก..เพราะนี่เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน ครั้งนี้เขากลายเป็นเพียงผู้ดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเท่านั้น! …….. “เจ้าหนู..เจ้าอย่าหนีนะ! กล้าขโมยโอสถของอาจารย์ข้างั้นรึ ดูว่าข้าจะจัดการกับเจ้าเช่นใด?” เด็กหนุ่มอายุราว17-18 ปี จำนวนสี่คน กำลังล้อมจับเด็กชายอายุสิบสามปีคนหนึ่ง สีหน้าของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างมาก! และแน่นอนว่าเด็กผู้ชายคนนั้นก็คือหลิงหยุนนั่นเอง..หลังจากฝึกเพลงกระบี่เหินฟ้าสำเร็จแล้ว เขาก็ได้ไปที่สำนักฝึกปราณแห่งหนึ่งเพื่อขโมยโอสถพลังชี่ แต่กลับถูกศิษย์สำนักนั้นพบเข้า และทั้งสี่คนก็กำลังไล่ล่าหลิงหยุนอย่างไม่ลดละ.. หลิงหยุนยังใช้เพลงกระบี่เหินฟ้าไม่คล่องนักจึงยังไม่สามารถควบคุมกระบี่ให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้ กระบี่เหินฟ้าจึงได้บินฉวัดเฉวียนไปมาจนเขาเองก็แทบทรงตัวไม่อยู่ และดูเหมือนจะสามารถตกลงมาได้อยู่ตลอดเวลา แต่ในระหว่างนั้น.. หลิงหยุนก็รีบโยนโอสถพลังชี่ในมือเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว “นี่..พวกเจ้าจะไล่ตามข้าไปถึงใหนกัน ก็แค่ยาเม็ดเพิ่มพลังปราณ รอให้ข้าสามารถกลั่นโอสถเองได้ก่อน แล้วข้าจะนำมาคืนให้พวกเจ้าเป็นกระสอบเลยทีเดียว..” หลังจากล้อเลียนศิษย์ทั้งสี่ของสำนักฝึกปราณแห่งนั้นแล้วหลิงหยุนก็รีบกลืนโอสถพลังชี่ลงคอไปทันที และหลังจากที่กินเข้าไปแล้ว ขั้นของหลิงหยุนก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถหนีการไล่ล่าของศิษย์ทั้งสี่คนไปได้อย่างง่ายดาย จากนั้นจึงมองหาสถานที่สำหรับเดินลมปราณต่อ.. “เจ้าสี่คนนั้นช่างโง่นัก!” หลิงหยุนซึ่งเป็น‘ผู้ดู’ พึมพำออกมาอย่างนึกขัน เขาจำได้แม่นยำว่า หลังจากนั้นไม่นานหลิงหยุนก็สามารเข้าสู่ขั้นจินตันได้สำเร็จ ในขณะที่ศิษย์ทั้งสี่คนนี้ยังคงติดอยู่ที่ขั้นพลังชี่ ไม่มีสักคนที่ผ่านเข้าสู่ขั้นชู่วจี (สร้างรากฐานปราณ) ได้เลยสักคน.. และหลังจากที่หลิงหยุนสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นจินตันได้แล้วเขาก็กลับไปที่สำนักฝึกปราณแห่งนั้น และมอบโอสถชู่วจีสำหรับสร้างรากฐานปราณให้กับสำนักแห่งนั้นหลายร้อยเม็ด ทำให้ศิษย์ในสำนักต่างก็พากันตกอกตกใจ.. …… ในโรงเรียนระดับประถมแห่งหนึ่ง..“ใครกล้ารังแกน้องสาวของฉันฉันจะไม่ปล่อยมันไว้แน่!”เด็กชายอายุเก้าขวบชื่อว่าหลิงหยุนยืนแอ่นอกอยู่หน้าเด็กหญิงหลิงยู่ พร้อมกับกำหมัดเล็กๆนั้นไว้แน่น แล้วตรงเข้าชกเด็กผู้ชายสองสามคนที่กำลังรังแกหนิงหลิงยู่..“น้องพี่ไม่ต้องกลัวนะ..พี่ใหญ่จะปกป้องเธอเอง..”หลังจากการชกต่อยครั้งนั้นหลิงหยุนก็ช้ำไปทั้งตัว และใบหน้าบวมปูด เขาหัวเราะออกมาพร้อมกับใช้มือเล็กๆ นั้นลูบบ่าหนิงหลิงยู่อย่างอ่อนโยนเป็นการปลอบประโลม“พี่ใหญ่..พี่เจ็บมากมั๊ยคะ”ใบหน้างดงามของหนิงหลิงยู่ซีดขาวด้วยความกลัวและค่อยๆใช้ฝ่ามือเล็กๆนั้นเช็ดหน้าให้กับหลิงหยุน พร้อมกับร้องไห้ออกมา..“ไม่เจ็บเลยสักนิด..”หลิงหยุนฉีกยิ้มให้พร้อมกับลูบไล้แผ่นหลังของหนิงหลิงยู่เป็นการปลอบโยนอีกครั้ง..“พี่ใหญ่..พี่จะปกป้องฉันไปตลอดเลยมั๊ย” ดวงตาคู่งามชวนฝันของหนิงหลิงยู่จ้องมองหลิงหยุนแน่นิ่ง“แน่นอนอยู่แล้ว!”หลิงหยุนน้อยเองก็ยกมือขึ้นตบหน้าอกตัวเองพร้อมกับตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ..“โอ้..ดูเหมือนตอนเด็กๆ เจ้าเด็กนั่นไม่เลวเลยทีเดียว!”หลิงหยุนซึ่งเป็น‘ผู้ดู’ นั้นถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ และประหลาดใจ…..ปัง..ปัง.. ปัง..หลิงหยุนซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดขั้นจินตันกำลังประมืออยู่กับยอดฝีมือขั้นปฐมจิตทั้งสามคน และความแข็งแกร่งของยอดฝีมือในขั้นปฐมจิตนี้ ก็เท่ากับหลิงหยุนต้องประมือกับศัตรูถึงหกคนพร้อมกัน..“วิชาดาราคุ้มกาย!”“เงาพันร่าง..หมัดปีศาจเถียนกัง!”หลิงหยุนโคจรดาราคุ้มกายพร้อมกับใช้พลังจิตสร้างร่างเสมือนจริงขึ้นมา และหลิงหยุนทั้งสามสิบหกร่างก็พุ่งหมัดปีศาจเถียนกังเข้าใส่ร่างของยอดฝีมือขั้นปฐมจิตทั้งสามคนพร้อมๆกัน!ยอดฝีมือขั้นปฐมจิตทั้งสามถูกหมัดปีศาจเถียนกังของหลิงหยุนเข้าไปก็ถึงกับตกใจจนต้องการที่จะหลบหนี..“พวกเจ้าหนีข้าไม่พ้นแน่!”“หยางสะกดเซียน!”หลิงหยุนร้องตะโกนออกไปและจู่ๆ แสงสีขาวก็ทำหน้าที่แทนกรงขัง พุ่งเข้าครอบร่างของยอดฝีมือขั้นปฐมจิตทั้งสามไว้ทันที..“ตายซะ!”หลิงหยุนยกมือขึ้นคว้าอากาศธาตุดึงเอาพลังจากผืนดินก่อนจะฟาดฝ่ามือกระแทกเข้ากับร่างของตนเองจนลอยขึ้นไปกลางอากาศ แล้วจึงซัดฝ่ามืออีกข้างออกไปด้านหน้า ปรากฏเป็นกระบี่หยางพิสุททธิ์สามเล่มพุ่งเข้าใส่ร่างของยอดฝีมือขั้นปฐมจิตทันที!ยอดฝีมือขั้นปฐมจิตทั้งสามคนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะร้องขอความเมตตา..จากนั้นหลิงหยุนก็ใช้พลังจิตที่แก่กล้าของตนเองเรียกของวิเศษทั้งหมดกลับเข้าไปในแหวนพื้นที่ของตนเองทันที“หึ..คิดจะแย่งของวิเศษไปจากข้างั้นรึ พวกเจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้านี่ล่ะคือนักล่าสมบัติที่แท้จริง..”หลังจากยึดสมบัติล้ำค่าของยอดฝีมือทั้งสามไปแล้วหลิงหยุนก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ..ในขณะที่หลิงหยุนซึ่งเป็นผู้ดูนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจเช่นเดียวกัน..……“พี่ชายน้องสาวงั้นเหรอตลกสิ้นดี!”