ตอนที่ 592
บทที่ 1021 : พิธีเรียกดวงวิญญาณ!
October 22, 2026
ผ่านไปอีกสามวัน..แต่หลิงหยุนก็ยังคงไม่ฟื้นคืนสติ! จากคืนวันที่เกิดแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าไปทั่งทั้งเมืองจิงฉูจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ผ่านไปทั้งหมดแปดวันแล้ว และความวุ่นวายโกลาหลต่างๆ ก็ค่อยๆจางลง เมืองจิงฉูก็กลับสู่ความสงบเช่นเคย.. ในช่วงสามวันที่ผ่านมานี้..ทั่วทั้งเมืองจิงฉูได้เกิดฝนฟ้าคะนองอย่างหนักเป็นประวัติกาล เจ้าหน้าที่ในเมืองจิงฉูต่างก็ต้องพากันหาเหตุผลมาชี้แจ้งกันให้วุ่นวายไปหมด เพื่อกลบคำวิพากษ์พิจารณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆนานา หลังจากนั้น..ทั่วทั้งสี่ทิศของบ้านเลขที่-1 ก็ได้มีการวางกำลังป้องกันไว้แน่นหนาถึงสามชั้น มีทั้งตำรวจในเครื่องแบบติดอาวุธพร้อมกระสุนจริง และตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวอยู่ด้วย.. หากไม่มีเหตุผลอันควรผู้ใดก็ยากที่จะเข้าใกล้บริเวณนี้ได้ เรียกได้ว่าบ้านเลขที่-1 นั้นได้กลายเป็นเขตพื้นที่พิเศษที่ถูกแยกออกอย่างเด็ดขาดจากโลกภายนอก.. และนี่เป็นคำสั่งของถังเมิ่งที่สั่งการไปทางหัวหน้าหน่วยหลิวกังหย่ง และผู้อำนวยการหน่วยรักษาความมั่นคงประจำจิงฉี – หลิวจินไล๋ และด้วยกองกำลังที่แน่นหนาเช่นนั้นแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้บ้านเลขที่-1 ได้เลยแม้เพียงครึ่งก้าว เว้นแต่ผู้คนที่อยู่ภายในบ้านหลังนี้เท่านั้น.. ภายในสวนของบ้านเลขที่-1เวลานี้.. “เฮ้อ..ข้าฝึกฝนอย่างหนักเพื่อที่จะให้เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-5 ให้ได้โดยเร็ว แต่กลับไม่ต่างจากกบน้อยในก้นบ่อที่เฝ้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า!” หวังเฟยฮู๋ส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจก่อนจะฝืนยิ้มออกมา.. เวลานี้..หวังเฟยฮู๋กำลังนั่งอยู่ในสวนหน้าบ้านหันหน้าไปทางสระว่ายน้ำ พร้อมกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ.. ยันต์บำบัดที่มีอานุภาพในการักษาได้อย่างน่าอัศจรรย์นั้นได้รักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของหวังเฟยฮู๋ และช่วยฟื้นฟูเส้นลมปราณ และรักษาอาการบาดเจ็บภายในของเขาจนหายดีแล้ว.. หลายวันมานี้..ทุกครั้งที่หวังเฟยฮู๋นึกถึงคืนการต่อสู้ที่ดุเดือดน่ากลัวนั้น เขาก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกที่สามารถรอดชีวิต และมีโอกาสได้กลับมาชื่นชมยินดีกับชีวิตของตนเองอีกครั้ง! หวังเฟยฮู๋ยอมรับว่าตลอดชีวิตทีผ่านมาของเขา..คืนนั้นเป็นคืนที่เขารู้สึกตกใจและหวาดกลัวที่สุดในชีวิต และเป็นคืนแห่งการต่อสู้ที่ดุเดือดบ้าคลั่งที่สุดเท่าที่เขาเคยประสบมา.. สิ่งที่เขาเคยได้ยินได้ฟังมาในตำนานเล่าขานไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9 พรรคมาร แวมไพร์ และแม้แต่ปีศาจภัยแล้งกับปีศาจจิ้งจอก แม้กระทั่งเรื่องของการรับทัณฑ์สวรรค์! หวังเฟยฮู๋ไม่นึกไม่ฝันว่า..เรื่องที่เขาเคยคิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อหลังจากที่ได้ยินได้ฟังมานั้น จะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาตนเองจริงๆ ราวกับว่าเขาได้ฝันไป! หวังเฟยฮู๋ถึงกับต้องหยิกต้นขาตนเองอยู่หลายครั้งหลายคราเพื่อเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ตนเห็นนั้นมันไม่ใช่ความฝัน.. แต่มันคือความจริง! และในคืนนั้น..แม้ว่าจะสามารถสังหารศัตรูไปได้มากมาย แต่หวังเฟยฮู๋ก็ต้องสูญเสียลูกน้องทั้งสองคนไป เวลานี้หวังเฟยฮู๋ยังจำเหตุการณ์ในคืนนั้นได้อย่างกระจ่างชัด และตอนนี้เขาก็กำลังนั่งเดินลมปราณฟื้นฟูสภาพร่างกายตนเองอยู่ในสวน.. ส่วนภายในห้องเก็บของเล็กๆที่สวนด้านหลังนั้นก็มีสองพี่น้องตระกูลเฉิน – เฉินเจี้ยนกุ่ยกับเฉินเซิน แล้วก็มีร่างที่ไร้แขนขาราวกับท่อนไม้อยู่สองร่าง ซึ่งก็คือนักบวชเลี่ยยื่อแห่งเขาหลงหู่ และโอรสพรรคมารซือกงวู่จี๋ รวมทั้งไห่ซานซึ่งเป็นลูกน้องของเฉินเซิน.. หวังเฟยฮู๋ไม่จำเป็นต้องคอยเฝ้าทั้งห้าคนอีกแล้วเพราะมีแวมไพร์บริวารที่ซื่อสัตย์ของหลิงหยุนคอยทำหน้าที่อยู่ และเวลานี้ทั้งพอลกับเจสเตอร์ก็ได้เข้าสู่ขั้นเคานต์เรียบร้อยแล้ว.. เรียกได้ว่าในคืนนั้นไม่มีศัตรูคนใดที่บุกเข้ามาในบ้านเลขที่-1แล้ว จะสามารถมีชีวิตรอดกลับออกไปได้เลยแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สำนักแดนใต้ สำนักโลหิตมาร หรือแม้แต่มือสังหารขององค์กรนักฆ่า ยอดฝีมือร่วมร้อยคนนั้นล้วนถูกไป๋เซียนเอ๋อสังหารตายไปกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ท้ายที่สุดก็ถูกไป๋เซียนเอ๋อสังหารตายจนหมดเช่นกัน!สำหรับแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสทั้งห้าที่ติดตามดยุคแดร๊กคูล่ามานั้นภายใต้ทัณฑ์สวรรค์ พลังอมตะ-เสวียนหวง และพลังหยางพิสุทธิ์ของหลิงหยุน พวกมันล้วนถูกเผาจนมอดไหม้ และไม่เหลือให้เห็นแม้แต่เถ้าถ่าน..ในครั้งนั้น..พลังอมตะ-เสวีนหวงที่หลิงหยุนปล่อยออกมานั้น นับได้ว่าไม่เปล่าประโยชน์ เพราะทั้งหนิงหลิงยู่ เหลายู่ พอล และเจสเตอร์ ต่างก็ได้รับอานิสงค์ไปตามๆกัน..กายอัปสรของหนิงหลิงยู่ได้ดูดซับเอาพลังอมตะ-เสวียนหวงเข้าไปจนสามารถที่จะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9 ได้ทุกเมื่อ แต่เพราะหนิงหลิงยู่มัวแต่เป็นห่วงหลิงหยุน จึงไม่มีกะจิตกะใจที่จะสนใจเรื่องเหล่านี้..แต่ที่ได้ประโยชน์อย่างที่สุดดูเหมือนจะเป็นเหยาลู่..ร่างกายของเธอนั้นอุดมด้วยเบญจธาตุจากผืนดิน อันได้แก่ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุไฟ และธาตุทอง ซึ่งเป็นผลจากการฝึกวิชาใต้พิภพ และพลังอมตะ-เสวียนหวงที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้น ก็ถูกร่างกายของเหยาลู่ดูดซับเข้าไปตั้งแต่เริ่มต้น จนสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้ แต่ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ขั้นของเหยาลู่ยังคงพุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุดก็ไปหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-3!ส่วนพอลกับเจสเตอร์นั้นหลังจากที่ดูดเอาพลังอมตะ-เสวียนหวงนี้เข้าไปจนมากพอ ก็สามารขึ้นเป็นแวมไพร์ขั้นเคานต์ได้ในทันทีเช่นกัน..พลังอมตะ-เสวียนหวงนี้ก็คือพลังอมตะนั่นเองดังนั้นทุกคนภายในบ้านเลขที่-1 ไม่ว่าจะเป็นฉินตงเฉี่วย ไป๋เซียนเอ๋อ เหมี่ยวเสี่ยวเหมา ตี้เสี่ยวอู๋ เสี่ยวเม่ยหนิง และคนอื่นๆ หลังจากที่ได้ดูดซับเอาพลังอมตะนี้เข้าไป ก็ย่อมได้รับประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพียงแต่ไม่เท่ากับสี่คนที่กล่าวมา..หวังเฟยฮู๋ยังคงนั่งเหม่อมองไปทางสระว่ายน้ำนิ่งเงียบ..รถสีดำพุ่งตรงเข้ามาภายในบ้านเลขที่-1และถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ก็เดินลงมาจากรถพร้อมกัน..ทั้งสองคนเพิ่งกลับมาจากบ้านเลขที่-9ในอ่าวจิงฉู เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของทั้งคู่นั้นเศร้าหมองยิ่งนัก แต่เมื่อพบหน้าหวังเฟยฮู๋ทั้งคู่ก็ฝืนยิ้มออกมาทันที..ถังเมิ่งเดินเข้าไปตบบ่าหวังเฟยฮู๋พร้อมกับพูดกระเซ้าเย้าแหย่“จิ้งจอกเฒ่า.. คุณออกมาตากแดดอีกแล้วเหรอ แล้วอาการบาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง?”หวังเฟยฮู๋ยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “เรื่องอาการบาดเจ็บของข้าไม่เท่าไหร่หรอก.. ว่าแต่หลิงหยุน.. ตอนนี้เป็นเช่นใดบ้าง”สีหน้าของถังเมิ่งสลดลงทันทีพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“พี่หยุนก็ยังเหมือนเดิม.. เขานอนหลับใหลมานานถึงแปดวันแล้ว แล้วก็ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาได้เลย..”หวังเฟยฮู๋ขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจก่อนจะพึมพำเบาๆกับตัวเอง“เฮ้อ..สายฟ้าสีทองนั่นช่างมีอานุภาพรุนแรงยิ่งนัก!”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้..ทั้งสามคนต่างก็พากันนิ่งเงียบไปพักใหญ่ แต่แล้วจู่ๆ ถังเมิ่งก็หันไปสำรวจรอบๆบ้าน ก่อนจะร้องถามออกไปว่าก็จ้องมองร่างกายของหวังเฟยฮู๋จนทั่วพร้อมกับขมวดคิ้วและร้องถามขึ้นมา สำรวจไปรอบๆบ้าน“นี่คุณอยู่บ้านคนเดียวงั้นเหรอแล้วพ่อเจ้าพิธีโม่วู๋เตาไปใหนเสียล่ะ?”.ไอรีนโนเวล.หลังจากค่ำคืนนั้นนักพรตน้อยโม่วู๋เตาก็ยังไม่ยอมจากไปใหน แต่เป็นฝ่ายขออยู่ที่บ้านเลขที่-1 อีกอย่าง.. โม่วู๋เตาก็เป็นคนที่หลิงหยุนนำกลับมาที่บ้านด้วยตัวเอง แม้จะไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงต้องนำนักพรตน้อยนี้กลับมาที่บ้าน แต่ในเมื่อหลิงหยุนยังไม่ฟื้น หากโม่วู๋เตาจะจากไปทุกคนในบ้านก็คงไม่ยินยอมเช่นกัน..หลายวันนี้..ในสายตาของถังเมิ่ง โม่วู๋เตาทำตัวไม่ต่างจากร่างทรง หรือนักพรตเจ้าพิธีกรรม!เพราะตั้งแต่โม่วู๋เตาเข้ามาอยู่ในบ้านเลขที่-1นั้น ทุกเช้าเขาก็จะต้องทำการจุดธูปหอมเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามแบบเต๋า..