ตอนที่ 593
บทที่ 1022 : ตื่นจากความหลับใหล!
October 22, 2026
ถังเมิ่งรับหน้าที่ขับรถให้หนิงหลิงยู่กับโม่วู๋เตา.. ช่วงนั้นเป็นเวลาสี่ทุ่มตรงพอดีตามถนนหนทางจึงไม่มีรถรา หรือผู้คนขวักไขว่มากนัก ถังเมิ่งจึงสามารถขับรถไปด้วยความเร็วสูงได้.. แต่เพราะสิ่งที่โม่วู๋เตากำลังทำอยู่นั้นไม่เพียงดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ยังดูน่าขับขันอีกด้วย! บรรยากาศภายในรถจึงมีแต่ความท้อแท้สิ้นหวังมากขึ้น จนไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว.. หลังจากขับรถไปได้ราวสองสามกิโลเมตรถังเมิ่งก็อดรนทนไม่ได้ ในที่สุดก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ.. “นี่มันทางไปโรงเรียนมัธยมจิงฉูนี่..ทำไมต้องไปที่นั่นด้วย” โม่วู๋เตาที่นั่งอยู่ข้างคนขับและเอาแต่จ้องมองไปด้านหน้าด้วยสายตามุ่งมั่น โดยที่ไม่พูดอะไรมาตลอดทางนั้น เมื่อได้ยินคำถามของถังเมิ่ง จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “เจ้ามีหน้าที่ขับรถก็ขับไป..แล้วก็ทำตามที่ข้าสั่งเท่านั้น ไม่ต้องถามอะไรมากมาย..” ถังเมิ่งฟังแล้วก็ได้แต่หุบปากเงียบไม่ตอบโต้และตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป.. ในช่วงบ่ายนั้น..โม่วู๋เตาได้ย้ำนักย้ำหนาว่า หน้าที่ของถังเมิ่งในคืนนี้สำคัญอย่างยิ่ง เขาจึงได้รับอาสาทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้.. “แม่นางหลินเกิดในปีและเดือนที่เป็นหยินร่างกายของนางจึงมีหยินบริสุทธิ์อยู่ ข้าจึงเลือกนางให้ทำหน้าที่เรียกวิญญาณของหลิงหยุน!” “ส่วนแม่นางเหยาลู่นั้น..ข้าได้ยินมาว่าวิชาที่นางฝึกล้วนข้องเกี่ยวกับผืนดิน ในเมื่อสวรรค์คือหยาง ผืนดินคือหยิน ข้าจึงเลือกนางเข้าร่วมพิธีด้วยเช่นกัน!” “สำหรับแม่นางหลิงยู่..เจ้าเป็นผู้ที่สนิทสนมใกล้ชิดกับหลิงหยุนที่สุด ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมอบภารกิจสำคัญนี้ให้กับเจ้า..” โม่วู๋เตาเลือกที่จะอธิบายสาระสำคัญของพิธีกรรมครั้งนี้ให้กับหนิงหลิงยู่กับถังเมิ่งฟังนั้นก็เพื่อต้องการให้ถังเมิ่งหุบปาก และเขาเองก็สังเกตเห็นสีหน้าที่ไม่สบายใจของหนิงหลิงยู่ด้วย.. หลังจากที่รถวิ่งไปได้ราวห้ากิโลเมตรโม่วู๋เตาก็สั่งให้ถังเมิ่งหยุดรถ เขายกมือขึ้นชี้ไปทางสี่แยกซึ่งอยู่ห่างไปราวห้าร้อยเมตร พร้อมกับพูดขึ้นว่า.. “ถังเมิ่ง..เจ้ามีหยางที่รุนแรงมากเกินไป เจ้าเข้าไปในบริเวณนั้นไม่ได้!” “นี่โม่วู๋เตา..ฉันว่านายเพี้ยนไปใหญ่แล้ว! พี่หยุนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บ้านเลขที่-1 และเวลานี้ร่างของเขาก็นอนอยู่ที่นั่น ดวงวิญญาณของเขาจะมากไกลถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน” ถังเมิ่งร้องออกมาด้วยความรู้สึกผิดหวังและสีหน้าของเขาก็บ่งบอกว่าไม่เชื่อถือโม่วู๋เตาอย่างมาก.. ถังเมิ่งแทบไม่อยากจะเชื่อ..สี่แยกตรงหน้านั้นอยู่ห่างจากบ้านเลจที่-1 เกือบสิบกิโลเมตร และห่างจากโรงเรียนมัธยมจิงฉูไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ต่อให้ดวงวิญญาณของหลิงหยุนออกจากร่างจริง เขาก็ไม่เชื่อว่าดวงวิญญาณจะร่อนเร่มากไกลถึงเพียงนี้! ครั้งนี้..ดูเหมือนหนิงหลิงยู่ก็ประหลาดใจมากเช่นกัน และสีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความงุนงงสงสัย! แต่โม่วู๋เตาซึ่งมีสีหน้าท่าทางไม่น่าเชื่อถือนั้นกลับไม่สนใจ และไม่ตอบคำถามใดๆของถังเมิ่ง เขาเปิดประตูรถก้าวลงไปทันที และยังหันมาส่งสายตาเร่งให้หนิงหลิงยู่รีบตามเขาไปด้วย.. จากนั้นโม่วู๋เตาก็หันไปพูดกับถังเมิ่งว่า“ส่วนเจ้า.. รีบจัดการตามที่ข้าบอก!” เมื่อช่วงเย็นนั้น..โม่วู๋เตาได้สั่งการถังเมิ่งด้วยตัวเอง เขามอบหมายให้ถังเมิ่งทำหน้าที่เคลียร์เส้นทางจากนี้ไปจนถึงบ้านเลขที่-1! เพราะหลังจากนี้..หนิงหลิงยู่จะต้องถือโคมไฟเดินนำหลิงหยุนกลับไปยังบ้านเลขที่-1 และตลอดเส้นทางจะต้องไม่มีสิ่งใดรบกวนอย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ตลอดเส้นทางกลับบ้านจึงต้องไม่มีรถ หรือว่ามีคนเดินผ่านไปมาแม้แต่คนเดียว.. ถังเมิ่งหันไปมองโม่วู๋เตาและพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “โม่วู๋เตา.. การปิดถนนห้ามคนสัญจรไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เพื่อพี่หยุนฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธได้! แต่ถ้าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดในคืนนี้ไร้ประโยชน์ ฉันจะจัดการกับนายแน่!”เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของถังเมิ่งเช่นนี้โม่วู๋เตาก็ถึงกับเครียดขึ้นมาทันที เขาขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า..“ข้าบอกได้เพียงแค่ว่าจะพยายามทำอย่างดีที่สุดเท่านั้น!เรื่องอื่น.. ข้าเองก็ไม่อาจรับรองได้!”ถังเมิ่งได้แต่แอบถอนหายใจในเมื่อหลิงหยุนเป็นเช่นนี้ แม้แต่ท่านหมอเสี่ยวยังหมดหนทางช่วย และเมื่อโม่วู๋เตาเอ่ยปากจะออกตามหาดวงวิญญาณของหลิงหยุนกลับมา เขาจะปฏิเสธได้อย่างไรกันยิ่งไปกว่านั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ดำเนินการเรียบร้อยแล้ะว และเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเลิกกลางคัน เมื่อคิดได้เช่นนี้ถังเมิ่งจึงไม่ถามอะไรโม่วู๋เตาอีก เขาสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆจากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและคนแรกที่เขาโทรหาก็คือถังเทียนห่าวที่กำลังรออยู่แล้ว และคนที่สองก็คืออาปิง – หัวหน้าแก๊งมังกรเขียว ถังเมิ่งสั่งอาปิงเพียงแค่สั้นๆ“จัดการเคลียร์เส้นทาง..”และเพียงแค่ได้รับคำสั่งสั้นๆนั้นเส้นทางในเมืองจิงฉูเกือบครึ่งเมืองก็ถูกสั่งปิดทันที!จากนั้นตลอดเส้นทางสองฟากถนน..ไม่ว่าจะเป็นไฟถนน ไฟบ้าน หรือไฟร้านค้า ต่างก็พร้อมใจกันดับพรึบลงทันที!เวลานี้..ตลอดเส้นทางที่ถังเมิ่งขับรถกลับไปยังบ้านเลขที่-1 นั้น ก็เปลี่ยนเป็นมืดสนิท!ในเวลาเดียวกัน..ที่สี่แยกก็มีสัญญาณไฟ ‘ห้ามการสัญญจร’ ปรากฏขึ้น และไม่อนุญาตให้รถราวิ่งผ่านอีกเลย และตลอดสี่แยกก็มีคนของแก๊งมังกรเขียวเฝ้าไว้ทุกหนทุกแห่ง!ส่วนบริเวณที่คนของแก๊งมังกรเขียวไม่สะดวกที่จะปรากฏตัวนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้าดูแทน เรียกได้ว่าตลอดเส้นทางเกือบสิบกิโลเมตรนี้ มีคนเฝ้าอยู่ตลอดเส้นเลยทีเดียว..ท่ามกลางความมืดมิด..ถังเมิ่งจ้องมองโม่วู๋เตาและหนิงหลิงยู่เดินข้ามถนนไปอย่างเงียบๆ จากนั้นจึงเลี้ยวรถกลับไปทางเดิน เขาค่อยๆขับไปอย่างช้าๆ เพื่อสำรวจดูความเรียบร้อยไปตลอดเส้นทางด้วย..“พี่หยุน..พี่ต้องตื่นขึ้นมานะ! หากพี่ไม่ตื่นขึ้นมาล่ะก็ พี่ต้องเจอดีแน่!”ถังเมิ่งได้แต่ขับรถไปและพร่ำภาวนาอยู่ในใจเงียบๆ……โม่วู๋เตาและหนิงหลิงยู่เดินข้ามถนนไปอย่างรวดเร็ว..ไม่เพียงถังเมิ่งและหนิงหลิงยู่ที่ประหลาดใจแม้แต่โม่วู๋เตาเองก็ประหลาดใจไม่น้อย..ตลอดระยะเวลาเก้าวันที่ผ่านมานั้นโม่วู๋เตาก็ไม่ได้นิ่งดูดาย เขาใช้วิชาเหมาซานที่ร่ำเรียนมาคำนวนหลายต่อหลายครั้ง และในที่สุดก็สามารถคำนวณตำแหน่งดวงวิญญาณของหลิงหยุนได้..โม่วู๋เตาไม่ตอบคำถามของถังเมิ่งไม่ใช่เพราะเขาไม่ต้องการที่จะตอบ! แต่เขาไม่สามารถตอบได้.. นั่นเพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดดวงวิญญาณของหลิงหยุนจึงได้เร่ร่อนออกมาจากร่างได้ไกลถึงเพียงนี้แต่ก็ไม่แปลกหากโม่วู๋เตาจะคิดหาเหตุผลในเรื่องนี้ไม่ได้..นั่นเพราะสี่แยกแห่งคือสถานที่หลังจากหลิงหยุนออกมาจากร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แล้วถูกรถพ่วงชนตายนั่นเอง!เวลานี้ทั้งไฟถนนไฟตามร้าน และไฟตามอาคารบ้านเรือน ต่างก็ปิดหมด ถนนทั้งเส้นจึงมีเพียงแค่ความมืดเท่านั้น..โม่วู๋เตาส่งสัญญาณให้หนิงหลิงยู่หยุดนิ่งจากนั้นเขาจึงล้วงเอาเทียนขาวออกมาจากถุงผ้าหนึ่งเล่ม และนำไปจุดไว้ในโคมไฟ จากนั้นจึงหยิบด้ายแดงสำหรับพันแขนออกมาจากกระเป๋า แล้วนำไปผูกไว้ที่ข้อมือของหนิงหลิงยู่อย่างแน่นหนา…ไอลีนโนเวล.