ตอนที่ 594
บทที่ 1023 : เป็นหนี้ชีวิต!
October 22, 2026
หลิงหยุนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะนอนหลับใหลมานานเกินไป หรืออาจะเป็นเพราะแสงสว่างภายในห้องไม่เพียงพอ เขาจึงมองเห็นร่างสามร่างที่ยืนอยู่ข้างเตียงได้ไม่ชัดเจนนัก.. ในเวลานั้น..ทั้งหนิงหลิงยู่ หลินเมิ่งหาน และเหยาลู่ ต่างก็ถือโคมไฟนำวิญญาณอยู่ในมือ และยังคงยืนเรียกชื่อหลิงหยุนข้างเตียง.. “พี่ใหญ่!พี่ใหญ่ตื่นแล้ว! พี่ใหญ่ลืมตาแล้ว!” หนิงหลิงยู่ดูเหมือนจะเป็นห่วงอาการของหลิงหยุนมากที่สุดเธอเป็นคนแรกที่เห็นว่าหลิงหยุนลืมตาขึ้น และถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ! “หลิงหยุน!” หลินเมิ่งหานและเหยาลู่จึงรีบก้มหน้ามองดูร่างของหลิงหยุนที่อยู่บนเตียงพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นตกใจ.. และเมื่อทั้งคู่เห็นหลิงหยุนลืมตาขึ้นน้ำตาแห่งความประหลาดใจ และปลื้มปิติก็ไหลพรากออกมาทันที จากนั้นทั้งคู่ก็ได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก “อย่าขยับเขยื้อนร่างกายของเขาเด็ดขาด!” เสียงร้องตะโกนดังขึ้นจากด้านหลังของหญิงสาวทั้งสามคนโม่วู๋เตารีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนของหลิงหยุน และปรี่เข้าไปที่เตียงทันที! จากนั้นโม่วู๋เตาก็รีบหยิบด้ายแดงขึ้นมาพันรอบข้อมือของหลิงหยุนไว้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกระซิบ.. “หลิงหยุนยังไม่ฟื้นคืนสติอย่างสมบูรณ์พวกเจ้าทั้งสามคนยังต้องเรียกชื่อของเขาไปเรื่อยๆก่อน ข้าจะจัดการพันด้ายแดงผูกดวงวิญญาณของเขาไว้..” แต่กลับได้ยินเสียงของหลิงหยุนดังขึ้นว่า“ไม่ต้องเรียกแล้ว.. ข้ารู้สึกตัวแล้ว!” โม่วู๋เตาที่กำลังพันด้ายแดงรอบข้อมือหลิงหยุนนั้นถึงกับหน้าเปลี่ยนไปทันทีและร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ “ห๊ะ..เจ้าฟื้นตัวเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ” มนุษย์นั้นต้องมีสามจิต-เจ็ดวิญาณจึงจะสามารถเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้.. โม่วู๋เตารู้ว่าการที่หลิงหยุนนอนหลับใหลไปนานนั้นเพราะถูกสายฟ้าเทวะสีทองฟาดใส่ร่างอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้ดวงวิญญาณหลุดออกจากร่างเช่นนั้น เขาจึงได้ใช้เวลาหลายวันในการตระเตรียมพิธีแปลกประหลาดนี้ เพื่อเรียกดวงวิญญาณที่หลุดลอยของหลิงหยุนให้กลับเข้าร่าง.. แต่เมื่อดวงวิญญาณของหลิงหยุนเข้าร่างได้แล้วยังไม่ทันจะเสร็จพิธีดีด้วยซ้ำไป ระหว่างที่โม่วู๋เตากำลังทำการพันด้ายแดงผูกดวงวิญญาณของหลิงหยุนไว้กับร่างนั้น หลิงหยุนกับร้องบอกว่า.. ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว และโม่วู๋เตาไม่จำเป็นต้องทำอะไรต่ออีกแล้ว โม่วู่เตาจึงได้แต่ตกตะลึงและนิ่งอึ้งไปทันที.. “หลิงยู่..เมิ่งหาน.. เหยาลู่..” ระหว่างที่ปรับสายตาอยู่ครู่ใหญ่หลิงหยุนก็ส่งเสียงเรียกหญิงสาวทั้งสามคน แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีความลำเอียงให้เห็นเล็กน้อย เพราะสายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างของหนิงหลิงยู่เป็นคนแรก เวลานี้หลิงหยุนกำลังอดทนอดกลั้นต่ออาการปวดศรีษะที่เสมือนถูกเข็มนับร้อยๆเล่มทิ่มแทงอยู่.. “พี่ใหญ่!” หนิงหลิงยู่ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่น้ำตาของเธอไหลพรากออกมาทันทีเมื่อได้ยินหลิงหยุนเรียกชื่อตนเองออกมาเช่นนั้น และรีบเอื้อมมือออกไปหมายกุมมือหลิงหยุนไว้! “ช้าก่อน!” หนิงหลิงยู่หันไปมองโม่วู๋เตาด้วยความตกใจโม่วู๋เตาเลียริมฝีปากของตนเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปแก้ด้ายแดงซึ่งผูกอยู่ที่ข้อมือของหนิงหลิงยู่ออกพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ต้องให้ข้าแก้ด้ายแดงที่ข้อมือของเจ้าออกก่อนเจ้าจึงจะสัมผัสตัวเขาได้..” หลังจากแก้ด้ายแดงออกแล้ว..หนิงหลิงยู่ก็รู้สึกหนาวจนสั่นสะท้านปากสั่นขึ้นมาทันที และใบหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ โม่วู๋เตาเองยังนึกตกใจกับสิ่งที่พบเห็น..เพราะหลังจากที่เขาจัดการผูกด้ายแดงสกัดกั้นหยางในกายของหนิงหลิงยู่แล้ว หนิงหลิงยู่จะต้องเดินอย่างช้าๆ อยู่ท่ามกลางถนนที่มืดมิดกว่าสิบกิโลเมตรเพียงลำพัง และใช้เวลาในการเดินร่วมสามชั่วโมงกว่าจะมาถึงบ้านเลขที่-1 การกระทำเช่นนี้..จำเป็นต้องใช้ความเพียรพยายาม ความกล้าหาญ และความอดทนอย่างมากมาย เช่นนี้แล้วโม่วู๋เตาจึงได้แต่แอบคิดว่า.. หนิงหลิงยู่มีความรู้สึกเช่นใดกับพี่ชายของตนเองกันแน่! “เจ้าต้องรีบทำให้ร่างกายตนเองอบอุ่นทันที!” โม่วู๋เตาร้องบอกหนิงหลิงยู่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหลังจากแกะด้ายแดงออกให้นางแล้ว โคมไฟสีขาวด้ายแดง และเสียงเรียกจากความทรงจำ ทำให้หลิงหยุนตื่นจากอาการหลับใหล ผู้อื่นอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งนี้นัก แต่หลิงหยุนซึ่งมาจากโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น กลับเข้าใจในสิ่งที่นักพรตน้อยโม่วู๋เตาทำได้เป็นอย่างดี.. ในช่วงเวลาที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้นหลิงหยุนเองก็ได้สังหารเหล่าภูติผีปีศาจไปตั้งมากมาย.. หลิงหยุนเองก็สัมผัสได้ว่าภายในห้องนอนของตนเองนั้นเย็นราวกับขั้วโลก..เขาอดทนต่ออาการปวดศรีษะ และรีบเดินพลังลับหยิน-หยางเพื่อปรับหยางในร่างกายทันที แต่กลับพบว่าตนเองไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เพราะหลังจากที่พยายามจะเดินลมปราณ หลิงหยุนจึงพบว่าภายในร่างกายของตนเองนั้นว่างปล่า จึงได้แต่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นใจ.. หลิงหยุนยังไม่รู้ว่าตนเองนั้นได้นอนหลับใหลไปนานเพียงใดและในเมื่อไม่สามารถเดินวิชาพลังลับหยิน-หยางได้ เหตุผลเดียวที่หลิงหยุนนึกได้ในเวลานี้ก็คือ เป็นผลพวงจากการใช้วิชาพลังมังกร ซึ่งหลังจากใช้วิชานี้ ร่างกายของผู้ใช้จะอ่อนแอลงมาก.. หลิงหยุนคาดว่าผลกระทบจากการใช้วิชาพลังมังกรในครั้งนี้คงจะทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแออย่างที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งเลยทีเดียว.. ในการต่อสู้ที่ดุเดือดครั้งนี้..หลิงหยุนได้ใช้พละกำลังเกินขีดจำกัดของร่างกายไปมากมายเหลือเกิน!เมื่อครั้งที่สายฟ้าเทวะสีทองซึ่งทรงพลังที่สุดฟาดใส่ร่างของหลิงหยุนนั้นเป็นช่วงจังหวะที่พลังมังกรของหลิงหยุนหมดฤทธิ์พอดี แต่เพราะหลิงหยุนยังคงมีพลังหยางที่ดูดมาจากร่างของปีศาจภัยแล้ง จนกระทั่งวิชาหยางพิสุทธิ์ของเขาเข้าสู่ขั้นที่สองได้สำเร็จไม่เช่นนั้นแล้ว..หากมีเพียงกายเนื้อที่มีเพียงวิชาดาราคุ้มกายปกป้อง กับดวงจิตขั้นอมตะเท่านั้น รับรองได้ว่าสายฟ้าเทวะสีทองคงจะพรากชีวิตของเขาไปอย่างนิรันด์แล้วเป็นแน่!เวลานี้เมื่อนึกถึงแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าที่ยังฝังแน่นตราตรึงอยู่ในใจเมื่อใดหลิงหยุนก็จะถึงกับขนหัวลุกขึ้นมาทันที!“เมิ่งหาน..เหยาลู่.. พวกคุณสองคนไม่ต้องกังวลใจไป ผมไม่เป็นอะไรแล้ว! คุณสองคนรีบพาหลิงยู่ออกไปพักผ่อนก่อน และช่วยหาอะไรห่มให้ร่างกายหลิงยู่อบอุ่นด้วย..”“อ่อ..ช่วยเรียกเซียนเอ๋อมาหาผมด้วย!”เมื่อเห็นว่าหลิงหยุนรู้สึกตัวแล้วหลินเมิ่งหานกับเหยาลู่ก็รีบทำตามคำสั่ง และพาหลิงยู่กลับไปพักผ่อนทันทีหลังจากที่หญิงสาวทั้งสามออกไปจากห้องแล้วหลิงหยุนก็ค่อยๆ หันไปมองที่มือข้างขวาของตนเอง และพบว่าในมือของตนเองกำบางสิ่งบางอย่างอยู่..ศิลากลั่นวิญญาณ..“มิน่า..เหตุใดภาพในความฝันของข้าจึงได้ชัดเจนยิ่งนัก! ความทรงจำของข้าทั้งหมดหลอมรวมกันได้เช่นนี้ เป็นเพราะศิลากลั่นวิญญาณก้อนนี้เองหรอกรึ!”เวลานี้..ทั้งความทรงจำ และอารมณ์ความรู้สึกต่างๆในอดีตกับปัจจุบันของหลิงหยุนนั้น ได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่แบ่งแยกหลิงหยุนคนก่อน หรือหลิงหยุนคนใหน..เพราะเวลานี้..เขาก็คือหลิงหยุน และหลิงหยุนก็คือเขา!“ข้าเป็นหนี้ชีวิตเจ้าแล้ว!”หลิงหยุนหันไปพูดกับโม่วู๋เตาแต่แทนที่โม่วู๋เตาจะซาบซึ้งใจ เขากลับพูดขึ้นว่า “เจ้ามันบ้าบิ่นเกินไป!”แต่หลิงหยุนกลับทำหูทวนลมและตอบกลับไปเพียงแค่ว่า “ครั้งนี้นับว่าข้าประมาทเกินไป จนเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้ง!”หลิงหยุนยิ้มแล้วจึงพูดต่อว่า“นี่มันวิชาเรียกวิญญาณไม่ใช่รึ”โม่วู่เตาถามขึ้นอย่างประหลาดใจ“เจ้ารู้กระทั่งเรื่องนี้ด้วยรึ”หลิงหยุนไม่ตอบคำถามและนึกชมโม่วู๋เตาอยู่ในใจ จากนั้นจึงถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น..“หลังจากที่ข้าหลับใหลไปแล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ไปจากที่นี่ ข้าเชื่อว่าหากเจ้าบอกเหตุผลกับทุกคน คงไม่มีใครคิดที่รั้งเจ้าไว้แน่..”“อีกอย่าง..หากข้าไม่ฟื้นขึ้นมาจริงๆ ไม่เท่ากับเป็นการแก้แค้นให้กับศิษย์สำนักเหมาซานที่ตายไปงั้นรึ”โม่วู๋เตาจ้องมองหลิงหยุนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเขายิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “นี่.. เรื่องนั้นข้ายังไม่ล้มเลิกความคิดแน่!”“เพียงแต่..ข้าเรียนวิชาเหล่านี้กับอาจารย์มาตั้งหลายปี เมื่อได้เห็นเจ้านอนนิ่งหมดสติเช่นนั้น ก็เลยอดไม่ได้ที่จะ.. ที่จะลองวิชาที่เรียนมาดู!”“…….”หลิงหยุนได้ฟังคำตอบของโม่วู๋เตาก็ถึงกับนิ่งอึ้งและพูดอะไรไม่ออก เขาหมดความอดทน และในที่สุดก็ตะโกนใส่หน้าโม่วู๋เตาอย่างเดือดดาล“เจ้านักพรตบ้า!นี่เจ้าใช้ชีวิตของข้าเป็นการลองวิชางั้นรึ ห๊ะ?”โม่วู๋เตายักไหล่อย่างไม่ยี่หระพร้อมกับตอบไปว่า“แต่ถึงอย่างไรข้าก็สามารถนำดวงวิญญาณของเจ้ากลับเข้าร่างได้ และสามารถฉุดเจ้าออกมาจากประตูนรกได้ก็แล้วกัน..”ความปรารถนาดีและไมตรีจิตที่หลิงหยุนมีต่อนักพรตน้อยนั้นลดฮวบลงทันที เขาคร้านที่จะสนใจนักพรตน้อยอีก และทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหลับตาลง..แต่แล้วหลิงหยุนก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงร้องถามออกไปว่า “นี่ข้าหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว”โม่วู๋เตาที่เห็นอาการของหลิงหยุนดีขึ้นมากแล้วและกำลังจะเปิดประตูเดินออกจากห้องไป จึงหันกลับมาตอบคำถามของเขา“รวมแล้วก็เก้าวันเต็มๆ!”“อะไรนะ!”หลิงหยุนแทบกระโจนลุกขึ้นจากเตียง!“เจ้าเด็กดื้อ..”“หลิงหยุน!”“พี่หยุน!”ในเวลานั้น..คนอื่นๆ ต่างก็พากันตามขึ้นมาบนห้องนอนของหลิงหยุนเช่นกัน และเมื่อได้ยินเสียงของคนที่ตนเองรักร้องเรียกเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนรัก หรือว่าพี่น้อง หลิงหยุนจึงได้แต่ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่นใจ..ความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า..คนที่ตนเองตั้งใจ และพยายามที่จะปกป้องนั้น ยังมีชีวิตอยู่ครบกันทุกคน ช่างเป็นความรู้สึกที่ดีอย่างหาใดเปรียบไม่ได้!“เจ้าแน่ใจนะว่าหายดีแล้ว”โม่วู๋เตาร้องถามออกด้วยความสงสัย