ตอนที่ 595
บทที่ 1024 : เส้นทางบ่มเพาะ!
October 22, 2026
เกาเฉินเฉินป้อนข้าวต้มให้กับหลิงหยุนไปถึงห้าถ้วยและข้าวต้มที่หลิงหยุนทานเข้าไปนั้น ท่านหมอเสี่ยวก็ได้ผสมตัวยาสมุนไพรเข้าไปด้วย หลังจากที่รับประทานเข้าไปมากมาย หลิงหยุนจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสัมผัสได้ถึงกำลังวังชาที่เพิ่มขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก.. “ผมอิ่มมากแล้ว..รู้สึกคล้ายเลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้นมาก!” จากนั้นหลิงหยุนจึงหันไปพูดกับท่านหมอเสี่ยว“ท่านปู่เสี่ยว.. ลำบากท่านแล้ว!” มีหรือที่หลิงหยุนจะไม่ได้กลิ่นยาสมุนไพรล้ำค่าที่ผสมอยู่ในข้าวต้มและสมุนไพรล้ำค่าเช่นนี้ ก็มีเพียงท่านหมอเสี่ยวเท่านั้นที่จะสามารถจัดหามาได้.. “เอาล่ะ..ในเมื่อเจ้าเองก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ตาแก่อย่างฉันก็คงไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีก! หนุ่มๆสาวๆคุยกันต่อก็แล้วกัน ฉันขอกลับไปพักผ่อนก่อนล่ะ..” ท่านหมอเสี่ยวพูดจบก็เดินจากไปทันทีแต่ก่อนกลับก็ไม่ลืมที่จะย้ำกับหลิงหยุน “ที่บ้านของฉันยังมีสมุนไพรดีๆอีกมากมาย น้ำลายมังกรที่เจ้าให้ไว้ก็ยังไม่ได้ใช้ หากเจ้าต้องการก็ไปเอาที่บ้านได้ทุกเมื่อ!” “เจ้าเด็กดื้อ..ในเมื่อเจ้ากินโจ๊กได้ขนาดนี้ ก็น่าจะกินอาหารบำรุงอย่างอื่นได้ด้วย! ” หลิงหยุนรีบส่ายหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“น้าหญิง.. แค่นี้ข้าก็อิ่มไปถึงพรุ่งนี้เช้าแล้ว..” จากนั้นหลิงหยุนก็เงยหน้าขึ้นสำรวจสีหน้าของทุกคนก่อนจะพูดขึ้นว่า “ที่ผ่านมาทุกคนคงนอนหลับพักผ่อนกันไม่เต็มอิ่มนัก ตอนนี้ผมก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงผมอีกแล้ว ขอให้กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่!” “อืมม..” แม้ทุกคนจะทำเสียงเห็นด้วยกับหลิงหยุนแต่ก็ราวกับฝ่าเท้าถูกตรึงไว้ด้วยตะปู เพราะไม่มีใครยอมก้าวเท้าออกจากห้องนอนของหลิงหยุนเลยแม้แต่คนเดียว หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงได้แต่หันไปมองฉินตงเฉี่วยพร้อมกับขอร้อง“น้าหญิง..” ฉินตงเฉี่วยได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ.. เอาล่ะ.. ข้ารู้ว่าทุกคนต่างก็เป็นห่วงเจ้าเด็กดื้อนี่ แต่ในเมื่อเขาก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว ข้าเองก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่เช่นกัน สู้กลับไปพักผ่อนจะดีกว่า..” ฉินตงเฉี่วยรู้ว่าร่างกายคนเรานั้นไม่ได้ทำจากเหล็กไหลทุกคนเฝ้าหลิงหยุนมานานติดต่อกันถึงเก้าวัน ถึงอย่างไรก็ต้องมีขีดจำกัด และถึงเวลาที่ควรต้องพักผ่อนบ้าง รวมถึงตัวนางด้วยเช่นกัน.. ในเมื่อฉินตงเฉี่วยเอ่ยปากเช่นนี้ทุกคนแม้จะไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องก้มหน้าก้มตาเดินออกจากห้องนอนของหลิงหยุนไป.. แต่ก็ยังมีหนึ่งคนที่ไม่ยอมไปใหนซึ่งก็คือไป๋เซียนเอ๋อ! และหากไป๋เซียนเอ๋อไม่ยอมออกจากห้อง ใครจะพูดเช่นใดก็เปล่าประโยชน์ หลิงหยุนจึงไม่มีทางเลือก และได้แต่ปล่อยให้นางอยู่ในห้องต่อไป.. หลิงหยุนยื่นแขนออกมาโอบร่างของไป๋เซียนเอ๋อไว้พร้อมกับพูดขึ้นว่า“เซียนเอ๋อ.. เจ้าเป็นคนที่ไม่เชื่อฟังข้าที่สุด!” ไป๋เซียนเอ๋อนอนขดอยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุนราวกับลูกแมวใบหน้างดงามนั้นแย้มยิ้มออกมาอย่างพอใจ ขนตางอนยาวกระพริบถี่ก่อนจะร้องถามออกไปว่า “พี่หลิงหยุน..ท่านทำให้เซียนเอ๋อกลัวแทบตาย..” หลิงหยุนรู้ดีว่าไป๋เซียนเอ๋อกำลังพูดถึงทัณฑ์สวรรค์..เขาโอบร่างบอบบางของนางไว้เป็นการปลอบโยน “เจ้ากลัวงั้นรึที่เกาะเตียวหยู่เจ้าเองก็เคยผ่านทัณฑ์สวรรค์ที่น่ากลัวมาแล้ว ครั้งนี้ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย!” ครั้งนี้อาจจะดูเหมือนว่าหลิงหยุนบ้าบิ่นจนเกินไปแต่ความจริงแล้วหลิงหยุนไม่ได้บ้าบิ่นอย่างที่ใครๆเห็น เพียงแต่เขารู้ดีว่าหากตนเองได้รับอันตรายถึงชีวิต พู่กันจักรพรรดิ สมุดจักรพรรดิ หม้อเสินหนง ประคำโพธิ และของวิเศษอื่นๆจะต้องเผยตัวขึ้นเพื่อช่วยชีวิตของเขาอย่างแน่นอน.. ไม่เช่นนั้น..หลิงหยุนเองก็คงไม่โง่ที่จะใช้ร่างที่ไร้เครื่องป้องกันใดๆ รับทัณฑ์สวรรค์ หรือทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายเช่นนั้นแน่! ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องสังหารศัตรูที่แข็งแกร่งทั้งสองให้จบสิ้นก่อนที่วิชาพลังมังกรของตนจะหมดฤทธิ์และหากวิชาพลังมังกรหมดฤทธิ์ลงแล้ว แต่ทัณฑ์สวรรค์ยังคงอยู่ ถึงตอนนั้นอย่างไรเสียสมุดจักพรรดิ และพู่กันจักรพรรดิ ก็จะต้องออกมาช่วยปกป้องเขาไว้อย่างแน่นอน หลิงหยุนเชื่อมั่นเช่นนั้น! ไป๋เซียนเอ๋อพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจพร้อมกับพึมพำออกมาว่า “พี่หลิงหยุน.. ตอนนี้พี่อยู่ในขั้นพลังชี่แล้วรึ” หลิงหยุนตอบกลับไปอย่างมั่นใจ“แน่นอน.. ไม่เช่นนั้นทัณฑ์สวรรค์ก็คงไม่ปรากฏ เพียงแต่..” เพียงแต่..หลิงหยุนคำนวณผิดพลาดไป!หลิงหยุนคิดไม่ถึงว่าผลจากการใช้วิชาพลังมังกรนั้นจะทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแอลงได้มากมายถึงเพียงนี้ อีกทั้งทัณฑ์สวรรค์เส้นสุดท้ายนั้น ไม่เพียงรุนแรง แต่ยังเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างมาก จนแม้แต่พู่กันจักรพรรดิ และสมุดจักรพรรดิยังไม่สามารถพุ่งออกจากร่างมาช่วยเขาไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้.. หลิงหยุนจึงได้รับบาดเจ็บสาหัสจนแทบเอาชีวิตไม่รอด..ในเมื่อหลิงหยุนยังไม่ตายเพราะทัณฑ์สวรรค์จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเวลานี้เขาได้เข้าสู่ด่านแรกของขั้นพลังชี่แล้ว แต่ร่างกายของเขากลับมีปัญหาใหญ่ และเขาจะต้องเร่งหาทางแก้ไขให้ได้โดยเร็ว..หลิงหยุนหยิบศิลากลั่นวิญญาณขึ้นมากำไว้ในมือและเริ่มสงบจิตสงบใจอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันก็ค่อยๆ เลื่อนตัวลง และเอนศรีษะซบลงบนเนินอกอ่อนนุ่มของไป๋เซียนเอ๋ออย่างสบายอกสบายใจ จากนั้นจึงร้องบอกนางว่า“เซียนเอ๋อ..ปลดปล่อยพลังชีวิตในกายเจ้าให้ข้าที!”ไป๋เซียนเอ๋อเห็นหลิงหยุนนอนซบเนินอกตนเองเช่นนั้นก็ได้แต่เขินอาย แต่ก็ทำการปลดปล่อยพลังชีวิตออกจากร่างตามคำสั่งอย่างว่าง่าย..หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่แข็งแกร่งของสุนัขจิ้งจอกแต่ร่างกายของเขากลับไม่สามารถดูดซับพลังชีวิตเหล่านั้นเข้าไปได้เหมือนเคย..‘แย่แล้ว..อาการของข้าดูเหมือนจะหนักหนากว่าที่คิดไว้มาก!’หลิงหยุนถึงกับถอนหายใจและไม่คิดว่าการใช้วิชาพลังมังกรจะส่งผลรุนแรงถึงเพียงนี้ เขาจึงได้แต่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะดูดซับพลังชีวิตไปชั่วคราว..‘เข้าสู่ขั้นปฐมชี่ได้แต่กลับไม่มีพลังปราณเหลืออยู่เลย จิตหยั่งรู้ก็ไม่สามารถใช้ได้ เช่นนี้แล้วจะมีประโยชน์อะไรกัน นี่ไม่เท่ากับข้าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์งั้นรึ?’“พี่หยุน..มีอะไรรึ”ไป๋เซียนเอ๋อสัมผัสได้ถึงท่าทางที่ผิดปกติของหลิงหยุนจึงได้แต่ร้องถามด้วยความสงสัย“ไม่มีอะไร..”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับถามต่อว่า“เซียนเอ๋อ.. สมุนไพรของข้าทั้งสามต้นเล่า”แทนที่จะเป็นห่วงบ้านหลิงหยุนกลับเป็นห่วงสมุนไพรทั้งสามต้น ไป๋เซียนเอ๋อยิ้มออกมาอย่างมีความสุขพร้อมตอบกลับไปว่า“ข้าคิดอยู่แล้วว่าท่านต้องถามถึงเรื่องนี้!ทุกต้นยังปลอดภัยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญ้าหยินกับหญ้าหยาง ดูเหมือนจะโตขึ้นมากแล้วด้วย!”เมื่อได้ยินว่าสมุนไพรทั้งสามต้นปลอดภัยดีหลิงหยุนก็ได้แต่โล่งใจ ในเมื่อเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้แล้ว หลิงหยุนก็จะสามารถกลั่นโอสถเองได้ และสามารถสร้างของวิเศษพื้นๆได้ เขาตั้งใจว่ารอให้สมุนไพรทั้งสามต้นโตเต็มวัยเสียก่อน เขาจะได้จัดการนำไปกลั่นเป็นโอสถหยิน-หยาง และโอสถน้ำลายมังกร เพื่อใช้ในการฝึกของตนเองต่อไป..ไป๋เซียนเอ๋อถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น“พี่หลิงหยุน.. ขั้นพลังชี่คืออะไรงั้นรึ”หลิงหยุนยิ้มและตอบกลับไปว่า“ขั้นพลังชี่เป็นขั้นของผู้ที่ฝึกบ่มเพาะตนอย่างแท้จริง ในขั้นนี้จะแยกเป็นสองส่วนคือ.. ดูดซับปราณภายในร่างกาย และกลั่นปราณบ่มเพาะจิตวิญาณ”“ในด่านแรกของขั้นพลังชี่นั้น..จะเน้นในเรื่องของการดูดซับปราณภายในร่างกาย และพลังชีวิตในโลกเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้บ่มเพาะ และสร้างพลังให้กับจิตหยั่งรู้ ในขั้นนี้ผู้บ่มเพาะตนจะสามารถกลั่นโอสถ และสร้างของวิเศษแบบพื้นๆได้บ้าง..”“เมื่อเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่..ในกายของผู้บ่มเพาะจะเสมือนมีกระบี่อยู่ในกาย เพียงแค่คิดก็สามารถเปลี่ยนขนาดของกระบี่ได้ตามต้องการ และสามารถใช้กระบี่เหินเหาะเหินไปได้ไกลหลายพันลี้..”“สำหรับด่านสุดท้ายของขั้นพลังชี่นั้น..ผู้บ่มเพาะจะมีพลังแข็งแกร่งอย่างที่สุด ไม่เพียงแค่เหาะเหินเดินอากาศได้ แต่ยังสามารถเสกไฟ เสกอสุนีบาต แล้วก็ของวิเศษได้อีกมากมายหลายอย่าง..”ไป๋เซียนเอ๋อได้ฟังถึงกับร้องอุทานออกมา“โอ้โห.. เช่นนี้แล้วต่อไปพี่หลิงหยุนคงต้องแข็งแกร่งมากยิ่งนัก!”“นั่นยังกระจอกนัก..”หลิงหยุนหลับตาพร้อมกับยิ้มออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า“หากสามารถเข้าสู่ขั้นจินตัน และขั้นปฐมจิตได้ คนผู้นั้นจะมีอายุถึงพันปี สามารถทลายขุนเขาแยกแม่น้ำได้ด้วยสองมือเปล่า และเพียงแค่ชั่วพริบตาก็สามารถเดินทางได้ไกลถึงพันลี้ ในสายตาของคนธรรมดาทั่วไป.. พวกเขาจึงไม่ต่างจากเซียน!.ไอลีนโนเวล.ไป๋เซียนเอ๋อร้องถามอย่างร้อนอกร้อนใจ“พี่หลิงหยุน.. เซียนเอ๋อจะเป็นเซียนได้หรือไม่”หลิงหยุนลืมตาขึ้นพร้อมกับตอบยิ้มๆ“ย่อมได้อยู่แล้ว.. รอให้เจ้างอกหางที่หกเสียก่อน ถึงตอนนั้นเจ้าก็จะสามารถฝึกบ่มเพาะจิตวิญญาณได้..”“และเมื่อใดที่เจ้าสามารถกำจัดหางที่หกได้..เมื่อนั้นเจ้าจะไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่ปีศาจ แต่จะกลายเป็นเซียน!”