ตอนที่ 596
บทที่ 1025 : ยึดประคำโลหิต!
October 22, 2026
“เหตุใดจึงมีตำรวจเฝ้าอยู่มากมายเช่นนี้” หลิงหยุนทำการเดินยืดเส้นยืดสายไปรอบๆบ้านหลังจากนอนแน่นิ่งมานานและพูดคุยกับหวังเฟยฮู๋อย่างเป็นกันเอง ระหว่างนั้นจึงสังเกตเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกำลังยืนรักษาความปลอดภัยอยู่หน้าประตูบ้าน.. หวังเฟยฮู๋เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับตอบยิ้มๆ“หลังจากคืนที่มีศัตรูบุกเข้าบ้านเลขที่-1 เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจิงฉูก็พากันตื่นตัว และได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุ้มกันพวกเราตั้งแต่นั้นมา..” หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มและได้แต่คิดว่า ‘ครั้งนี้ดูเหมือนลุงถังจะโกรธน่าดูสินะ!’ เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงสวนด้านหลังหลิงหยุนจึงพบว่าสภาพความเสียหายนั้นพังพินาศกว่าที่เขาคิดไว้มาก ต้นไม้ใหญ่หลายต้นในสวนถูกฟันล้มระเนระนาดบ้างก็ถูกฟ้าผ่าจนกลายเป็นตอตะโกสีดำไป.. สนามหญ้าถูกทำลายเสียหายหญ้าที่เคยเขียวขจีเวลานี้กลับแห้งคาตา ซึ่งเป็นผลพวงจากลูกไฟร้อนแรงของยันต์เตโชนั่นเอง สภาพสวนที่ยังเหลือหญ้าเขียวเป็นหย่อมๆ นั้น ดูช่างน่าเกลียดยิ่งนัก! หลิงหยุนเห็นสภาพบ้านที่ถูกทำลายเสียหายมากมายเช่นนี้ใบหน้าถึงกลับเปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองพร้อมกับพึมพำออกมาเสียงเย็น.. “หึ..หากข้าไม่สังหารพวกเจ้า วันนี้ข้าคงต้องนึกเสียใจเป็นแน่!” หวังเฟยฮู๋พูดขึ้นมายิ้มๆ“พวกมันช่างโง่นักที่เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่! พรรคมารนำยอดฝีมือนับร้อยมาจู่โจมบ้านกลางเมืองเช่นนี้ นับว่าทำการอุกอาจเกินไปจริงๆ!” จากนั้นหลิงหยุนจึงเดินเข้าไปสำรวจสมุนไพรทั้งสามต้นอย่างละเอียดและพบว่าทุกต้นล้วนอยู่ในสภาพปลอดภัยดีอย่างที่ไป๋เซียนเอ๋อบอก และดูเหมือนจะเติบโตขึ้นมากอีกด้วย.. และจากที่คาดคะเนด้วยสายตานั้นหลิงหยุนคิดว่าคงอีกราวครึ่งเดือนหญ้าหยินกับหญ้าหยางก็จะโตเต็มวัยแล้ว.. แต่แล้วจู่ๆก็มีร่างใหญ่สองร่างกระโดดเข้ามายืนล้อมหลิงหยุนไว้.. “ว้าว..เจ้านายที่เคารพ! ท่านตื่นขึ้นมาแล้ว.. ขอบคุณท่านเทพซาตาน!” แวมไพร์ทั้งสองตนรีบวิ่งออกมาจากห้องเก็บของเล็กๆที่สวนด้านหลังทันที และเจสเตอร์ก็ถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจเมื่อได้พบเห็นหลิงหยุน.. “เคานต์พอล..ยินดีที่ได้พบเจ้านายที่เคารพอีกครั้ง!” ระหว่างแวมไพร์สองตนนั้นพอลเป็นแวมไพร์ที่เงียบขรึม และมีความเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าเจสเตอร์ แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นดีใจที่แสดงออกทางสีหน้าไว้ได้ “เจสเตอร์..การที่ข้าตื่นขึ้นมาได้นั้น เกี่ยวข้องอะไรกับเทพซาตานของเจ้างั้นรึ อีกอย่าง.. เจ้าช่วยทำเสียงเบาหน่อย ทุกคนกำลังหลับอยู่ เสียงของเจ้าจะปลุกให้พวกเขาตื่นขึ้นมากันหมด!” หลิงหยุนเหลือบมองเจสเตอร์ด้วยสายตาตำหนิจากนั้นจึงหันไปมองพอลด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาและถามขึ้นว่า “เคานต์พอลงั้นรึ!หลังจากคืนนั้น.. นี่พวกเจ้าทั้งคู่ขึ้นเป็นเคานต์ได้แล้วรึ?” “ใช่แล้วเจ้านายที่เคารพ!พวกเราขึ้นเป็นแวมไพร์ขั้นเคานต์แล้ว แต่ข้าขึ้นเป็นเคานต์ได้ก่อนพอล แล้วพอลก็ด้อยกว่าข้าเล็กน้อย..” เจสเตอร์กระซิบเสียงเบาลงหลังจากที่ถูกหลิงหยุนตำหนิแต่ก็ไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นดีใจไว้ได้เช่นกัน และอดที่จะเอ่ยปากชมตัวเองไม่ได้ หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่นึกขันในความขี้อวดของเจสเตอร์จึงตอบกลับไปว่า “เจสเตอร์..เจ้าช่างหน้าไม่อาย! เจ้าติดตามข้าไปสู้กับศัตรูที่เขาเซียนเหยินหลิงหลายครั้ง ได้รับประโยชน์มากมายกว่าพอลนัก แต่เวลานี้เจ้าเหนือกว่าพอลเพียงแค่เล็กน้อย กลับกล้าอวดตนเช่นนี้เชียวรึ” เจสเตอร์ถูกหลิงหยุนดักคอเช่นนี้จึงได้แต่ทำสีหน้ากระอักกระอ่วน และไม่สามารถตอบโต้ได้ จึงได้แต่ยกมือขึ้นเกาศรีษะ.. พอลยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า“เจ้านายที่เคารพ.. เวลานี้เจสเตอร์เหนือกว่าข้าจริงๆ!” หลิงหยุนพยักหน้ารับรู้ก่อนจะถามขึ้นว่า“ตอนนี้พวกเจ้าสองตนสามารถใช้เวทย์มนต์ได้หรือไม่” พอลกับเจสเตอร์นิ่งไปครู่หนึ่งทั้งคู่มองตากันก่อนจะโค้งตัวลง และเอ่ยปากตอบหลิงหยุนขึ้นพร้อมกัน.. “เจ้านายที่เคารพ..น่าเสียดายที่พวกเรายังไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้!” หลิงหยุนได้แต่แอบถอนหายใจและได้แต่คิดว่า ‘ดูเหมือนแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสขึ้นไปสินะจึงจะสามารถใช้เวทย์มนต์ได้!’“เอาล่ะ..พวกเจ้าไม่ต้องร้อนใจ! ค่อยเป็นค่อยไป ไว้กลับไปปักกิ่งเมื่อไหร่ พวกเจ้าค่อยไปเรียนรู้การใช้เวทย์มนต์จากเอ็ดเวิร์ด..”นี่คือลอร์ดแวมไพร์สองตนที่หลิงหยุนเป็นผู้ให้เลือดของตนเองเขาจึงคาดหวังกับความก้าวหน้าของพวกมันทั้งคู่ในวันข้างหน้ามาก..หลิงหยุนเองก็ได้ตั้งใจไว้แล้วว่า..หลังจากที่ร่างกายของเขากลับสู่สภาพปกติเมื่อใด ทุกครั้งที่เขาฝึกวิชาในคัมภีร์เสวียนหวง เขาก็จะให้แวมไพร์ทั้งสองตนนี้อยู่ข้างกายด้วย เพื่อให้มันได้ดูดซับเอาปราณเสวียนหวงเข้าไป จะได้เพิ่มความรวดเร็วในการพัฒนาขั้นของพวกมันทั้งคู่..และเวลานี้..หลิงหยุนก็มีแวมไพร์เป็นบริวารถึงห้าตน ขั้นมาร์ควิสหนึ่ง และขั้นเคานต์อีกสี่!หลิงหยุนพยักเพยิดหน้าไปทางห้องเก็บของพร้อมกับถามเสียงนิ่งเรียบ“ข้างในมีใครบ้าง”พอลตอบเสียงเบา“เจ้านาย.. ตอนนี้มียอดฝีมือแขนขาขาดสองคน แล้วก็สองพี่น้องตระกูลเฉิน และไห่ซานอีกคน..”หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับพึมพำออกไปว่า“พวกมันยังมีชีวิตอยู่หรือนี่”เจสเตอร์ตอบยิ้มๆ“ขอรับเจ้านาย.. เพียงแต่เป็นการอยู่ที่ทรมานยิ่งกว่าตาย!”หลิงหยุนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย..พอลรีบตอบทันที“ไม่เกี่ยวกับข้า..”เจสเตอร์ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์และรีบอธิบายให้หลิงหยุนฟัง “เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับข้าเช่นกัน! แต่เป็นน้องชายสุดที่รักของท่าน – ถังเมิ่ง ส่วนข้า – เจสเตอร์เป็นเพียงผู้ช่วยของเขาเท่านั้น..”หลิงหยุนหลับไปนานถึงเก้าวันและไม่รู้ว่าจะได้ตื่นขึ้นมาอีกหรือไม่ ถังเมิ่งนั้นไม่ว่าจะยุ่งมากเพียงใด ทุกๆวันก็จะต้องมาที่บ้านหลังนี้ และจัดการระบายความโกรธทั้งหมดลงกับคนที่ไร้ทางสู้ทั้งห้า..หลิงหยุนได้ฟังเช่นนั้นก็พอที่จะจินตนาการได้ทันทีว่า ถังเมิ่งกับเจสเตอร์ร่วมมือกันเช่นนี้ ทั้งห้าคนคงจะต้องได้รับการทรมานอย่างน่าสยดสยองเป็นแน่!“เจ้าเด็กนั่นกลายเป็นคนเหี้ยมโหดเช่นนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”หลิงหยุนได้แต่ขมวดคิ้ว แต่ในใจกลับนึกพออกพอใจอย่างมาก“เข้าไปดูแขกทั้งห้าของเรากันดีกว่า..”หลิงหยุนเป็นฝ่ายเดินนำแวมไพร์ทั้งสองตนไปยังห้องเก็บของ..“โอ้ว..”เพียงแค่เดินผ่านหน้าประตูห้องเก็บของหลิงหยุนก็ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดจมูกทันที เพราะกลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นเน่าของบาดแผล ได้โชยคละคลุ้งออกมาอย่างน่าสะอิดสะเอียน และน่าขยะแขยงจนเกินที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้..เวลานี้..สภาพร่างกายของหลิงหยุนยังไม่ฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม เขาจึงไม่สามารถหายใจจากภายในได้ และไม่สามารถทนกลิ่นเหม็นเน่าเช่นนี้ได้ จึงเปลี่ยนใจไม่เข้าไปด้านใน..เขากลั้นหายใจกวาดสายตามองผ่านประตูห้องเก็บของก่อนจะรีบหันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว!และเพียงแค่นั้นก็พอที่จะเห็นสภาพของผู้ที่อยู่ภายในห้องได้แล้ว..แขกทั้งห้าคนนั้นล้วนมีสภาพที่น่าสยดสยองยิ่งนัก!นักบวชเลี่ยยื่อและซือกงวู่จี๋ที่ไร้แขนขานั้น น่าจะไม่ได้กินอะไรมานานหลายวัน เวลานี้สภาพของพวกเขาทั้งสองจึงเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก และกำลังนอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนพื้น..ทางด้านเฉินเจี้ยนกุ่ยซึ่งถูกหลิงหยุนตัดขาทั้งสองข้าอีกทั้งยังได้รับปราณเสวียนหวงเข้าไป ขั้นของมันจึงลดต่ำลงจากขั้นเคานต์เป็นบารอนทันที! และเวลานี้มันกำลังนอนอ้าปากอยู่บนพื้น และจากสภาพดูเหมือนฟันของมันจะถูกดึงจนหลุดหมดทั้งปากแล้ว..ส่วนเฉินเซินนั้นหลังจากได้รับปราณเสวียนหวงเข้าไป ก็ได้แต่ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด จนไม่เหลือสภาพของแวมไพร์อีกเลย!เวลานี้คนที่มีสภาพที่ดูดีที่สุดจึงเป็นลูกน้องของเฉินเซินที่ชื่อไห่ซาน!“ถังเมิ่ง..เจ้าหมอนี่ช่างเหลือเกินจริงๆ!”หลิงหยุนถึงกับลืมสภาพร่างกายที่อ่อนแอของตนเองและรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องเก็บของอย่างเร็วที่สุด!หลังจากวิ่งออกมาได้ไกลพอควรแล้วหลิงหยุนจึงยกมือขึ้นขยี้จมูก ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปบนหลังคาพร้อมกับสั่งหวังเฟยฮู๋ว่า