ตอนที่ 598
บทที่ 1027 : ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง!
October 22, 2026
ทุกคนต่างก็เดินออกไปที่สวนหน้าบ้านตี้เสี่ยวอู๋ เกาเฉินเฉิน และเสี่ยวเม่ยหนิง ทั้งสามเดินตรงไปที่ลานจอดรถ ส่วนถังเมิ่งก็วุ่นวายอยู่กับการคุยโทรศัพท์ หลิงหยุนเดินเข้าไปหาหวังเฟยฮู๋พร้อมกับถามยิ้มๆ“ท่านหวัง.. จะไปใหน ไม่ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันรึ?” หวังเฟยฮู๋ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับรีบปฏิเสธทันที“ไม่ดีกว่า.. ข้าขออยู่กินข้าวที่บ้านจะดีกว่า” หวังเฟยฮู๋นั้นตระหนักถึงฐานะของตนเองดีหากเทียบกับถังเมิ่งและตี้เสี่ยวอู๋ซึ่งเปรียบเสมือนน้องชายของหลิงหยุนแล้ว มีหรือที่เขาจะกล้าตีเสมอ และออกไปกินข้าวกับหลิงหยุนเสมือนหนึ่งคนในครอบครัว.. ยิ่งไปกว่านั้นหวังเฟยฮู๋เคยถูกหลิงหยุนจัดการจนหมดท่าที่โรงแรมไคเฉวียนมาก่อน เขารู้สึกเสียหน้าอย่างมาก และได้สาบานว่าจะไม่ไปเหยียบที่นั่นอีก.. หวังเฟยฮู๋ไม่อยากไปหลิงหยุนจึงไม่คะยั้นคะยอ.. ถังเมิ่งวางสายและร้องบอกหลิงหยุนทันที “พี่หยุน.. ฉันจัดการโทรไปบอกทางโรงแรมแล้ว ส่วนเรื่องถอนกำลังตำรวจออกจากบ้านนั้น เดี๋ยวพ่อจะจัดการให้..” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกเขาเดินขึ้นไปนั่งบนรถที่ตี้เสี่ยวอู๋ขับพร้อมกับโบกมือเรียกหนิงหลิงยู่ให้เข้าไปนั่งด้วยกัน หนิงหลิงยู่วิ่งตามไปด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข.. ฉินตงเฉี่วยมองตามหลังหนิงหลิงยู่ไปพร้อมกับแอบถอนหายใจนางยิ้มออกมาได้เพียงแค่ครู่เดียว ใบหน้างดงามนั้นก็เปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยขึ้นมาแทน เมื่อคิดว่าสัญญาระหว่างตระกูลหนิงกับตระกูลฉินใกล้จะมาถึงแล้ว และเมื่อถึงตอนนั้น.. เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ฉินตงเฉี่วยก็ได้แต่กัดริมฝีปากนิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างเกาเฉินเฉิน.. “ขอบคุณทุกคนมาก..หลายวันมานี้คงจะเหนื่อยกันมากสินะ!” หลิงหยุนสั่งให้ตี้เสี่ยวอู๋ขับช้าๆและเปิดกระจกลงพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาทำหน้าที่เฝ้าบ้านเลขที่-1 อยู่นานนับสิบวัน.. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเฝ้าบ้านเลขที่-1นั้น ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าหน้าที่ที่เคยบุกไปที่คฤหาสน์ของเฉิงเทียนในคืนวันเทศกาลเชงเม้ง แม้ความทรงจำบางส่วนของพวกเขาจะถูกหลิงหยุนลบไปแล้ว แต่ทุกคนต่างก็จำได้ดีว่าหลิงหยุนเป็นใคร… และตำรวจชุดนี้ก็เป็นชุดที่จัดการกับศพนับร้อยภายในบ้านหลังจากเกิดเหตุเมื่อเห็นว่าหลิงหยุนเอ่ยปากขอบคุณด้วยตนเองเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายอาชญากรรมสองสามคนจึงเป็นฝ่ายพูดจากระเซ้าเย้าแหย่หลิงหยุน.. ถังเมิ่งซึ่งสนิทสนมคุ้นเคยดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้จึงโผล่หัวออกมานอกรถพร้อมกับร้องตะโกนขึ้นว่า “ลุงหลี่..ลุงหลิว.. กล้าพูดเล่นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ระวังจะถูกพ่อสั่งให้เขียนรายงานล่ะ!” ทุกคนต่างก็พากันหัวเราะออกมาและรถทั้งสามคันก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไป.. “หลิงยู่..คงเหนื่อยมากสินะ เธอกลัวมากมั๊ย” หลิงหยุนรู้ว่าเมื่อคืนก่อนนี้หนิงหลิงยู่เป็นผู้ถือโคมไฟเดินฝ่าความมืดเป็นระยะทางกว่าสิบกิโลเมตรมาเพียงลำพังเขารู้ดีว่าในใจของหนิงหลิงยู่คงจะรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก แต่นางก็สามารถยืนหยัดทำจนสำเร็จ ทำให้หลิงหยุนรู้สึกซาบซึ้งใจมาก.. “พี่ใหญ่..ขอเพียงแค่ให้พี่ฟื้นขึ้นมา อะไรฉันก็ทำได้ทั้งนั้น!” ใบหน้างดงามของหนิงหลิงยู่ยังคงซีดเซียวอยู่เล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าด้ายแดงสกัดกั้นหยางในตัวนั้น ได้ทำให้ร่างกายของหนิงหลิงยู่อ่อนแอลงไม่น้อย และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้นคืนสู่สภาพปกติดีนัก หนิงหลิงยู่เลือกที่จะไม่เล่าถึงสิ่งที่เธอพบเห็นและได้ยินในคืนนั้นให้หลิงหยุนฟัง แต่ความน่าสะพรึงกลัวในครั้งนั้น ก็ทำให้เธอถึงกับสาบานไว้ว่าจะไม่ขอพบเจออีกเป็นครั้งที่สองในชีวิต.. แต่ในเมื่อมันทำให้หลิงหยุนฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ ก็นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก!หลิงหยุนยกมือขึ้นโอบไหล่หนิงหลิงยู่ไว้ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับพึมพำออกมา“ตั้งแต่เช้ามายังไม่เห็นหน้าโม่วู๋เตาเลยดูท่าเมื่อคืนคงจะหนักพอควร..”หนิงหลิงยู่ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นเช่นกัน “เมื่อคืนก่อนโม่วู๋เตาสวดมนต์ แล้วก็พูดคุยกับภูติผีมาตลอดทาง และเมื่อมาถึงบ้านเขาก็กระอักเลือดออกมากองใหญ่ด้วย..”หลิงหยุนได้แต่แอบคิดในใจว่าความจริงแล้วหนิงหลิงยู่ใช้คำพูดให้ดูดี ต้องพูดว่าโม่วู๋เตาขับไล่ภูติผีมาตลอดทางจึงจะถูก!ถังเมิ่งเองก็พูดขึ้นมาว่า“พี่หยุน.. ตอนที่พี่นอนหลับใหลไม่รู้ตัว โม่วู๋เตายังทำนายดวงชะตาให้ฉันด้วย เขาบอกว่าต่อไปฉันจะเป็นคนร่ำรวยและมีอำนาจ..”“หึ..ไม่ใช่นายให้เงินโม่วู๋เตา จ้างให้เขาพูดแบบนั้นหรอกเหรอ”ทุกคนในรถฟังแล้วต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดังบรรยากาศจึงภายในรถเปี่ยมไปด้วยความสุข และสนุกสนานจากนั้นหลิงหยุนจึงหันไปถามหนิงหลิงยู่“หลิงยู่.. ตอนนี้เธออยู่ขั้นใหนแล้ว”หนิงหลิงยู่ร้องตอบด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข“พี่ใหญ่.. เมื่อคืนฉันเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9 ได้แล้ว และดูเหมือนจะสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้ตลอดเวลา..”“โอ้โห!น้องสาวของพี่เก่งมากจริงๆ” หลิงหยุนเอ่ยชม และพูดต่อว่า“แต่การจะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนนั้นต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ไว้ถึงตอนนั้นพี่จะคอยคุ้มครองให้เธอเอง..”หนิงหลิงยู่ยิ้มพร้อมกับพูดต่อว่า“พี่ใหญ่คะ.. พี่คงยังไม่รู้อะไร พี่เหยาลู่ยิ่งน่าอัศจรรย์กว่ามาก ตอนนี้เธอสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-3 ได้แล้ว! น่าอิจฉามากเลย!”“ห๊ะ!”หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปและได้แต่คิดว่า‘คิดไม่ถึงว่าปราณอมตะ-เสวียนหวงจะมีผลกับผู้ฝึกวิชาใต้พิภพถึงเพียงนี้’ความจริงแล้ว..เมื่อเช้าที่หลิงหยุนได้พับกับเหยาลู่ในห้องครัวนั้น เขาก็พอจะสัมผัสได้ว่าเหยาลู่นั้นมีภาพการหลอมรวมระหว่างสวรรค์กับมนุษย์บ้างแล้ว จึงรู้ว่าเหยาลู่น่าจะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้เแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าอยู่ในขั้นใดเท่านั้น เพราะจิตหยั่งรู้ของเขาก็ยังใช้การไม่ได้ เมื่อได้ฟังจากปากของหนิงหลิงยู่เช่นนี้ จึงค่อนข้างตกใจอย่างมาก..แต่เมื่อนึกถึงว่าร่างกายของเหยาลู่นั้นมีคุณสมบัติของผืนดินที่บริสุทธิ์อีกทั้งยังเป็นคนวิริยะอุตสาหะ การที่ได้รับพลังอมตะ-เสวียนเข้าไปจนสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-3 ได้เช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก..“เป็นข่าวดีมากจริงๆ..”หลิงหยุนร้องอุทานออกมาอย่างมีความสุขและได้แต่คิดว่าการปล่อยปราณอมตะ-เสวียนหวงออกจากกล่องหยกในครั้งนี้ นับว่าไม่เสียเปล่าจริงๆ!ในช่วงเวลาที่หลิงหยุนยังไม่สามารถฝึกฝนได้เขาก็จะใช้ช่วงเวลานี้ชี้แนะทุกคนให้สามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งเวลานี้ก็มีโอสถมากมายที่รวบรวมมาได้จากศัตรู สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์กับฉินตงเฉี่วย หนิงหลิงยู่ และตี้เสี่ยวอู๋เป็นอย่างมาก..และในที่สุดรถทั้งสี่คันก็มาจอดอยู่หน้าโรงแรมไคเฉวียน..หลิงหยุนสำรวจไปรอบๆที่จอดรถและพบว่ามีรถหรูจอดอยู่ภายในโรงแรมเนืองแน่น และมีแขกเหรื่อออกันอยู่เต็มหน้าประตูโรงแรมไปหมด..ถังเมิ่งได้แต่ยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงหูพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พี่หยุน.. ตั้งแต่เราซื้อโรงแรมไคเฉวียนมา แขกก็เต็มแบบนี้ทุกวันเลย!”