ตอนที่ 599
บทที่ 1028 : หนิงหลิงยู่เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน!
October 22, 2026
ครึ่งชั่วโมงต่อมาตี้เสี่ยวอู๋ก็พาทุกคนเข้าสู่ถนนหลินเจียง.. ทางด้านทิศเหนือของถนนหลินเจียงนั้นเป็นแม่น้ำส่วนสองข้างทางยังคงเป็นอาคารบ้านเรือนที่เก่าซอมซ่อไม่ต่างจากเมื่อก่อน.. หลังจากที่ถูกหลิงหยุนรื้อสำนักงานตั้งแต่คราวนั้นจนถึงตอนนี้กู่เหลียนเฉิงก็ไม่สามารถทำการรื้อถอนบ้านเรือนที่เก่าทรุดโทรมบนถนนหลินเจียงได้อีกเลย แม้แต่บริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ก็ไม่มีใครกล้าที่จะริเริ่มความคิดนี้อีก! ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่ต่างจากก่อนหน้านี้เพียงแต่อารมณ์ความรู้สึกของหลิงหยุนนั้นเปลี่ยนไป นั่นเพราะเวลานี้ความทรงจำ และความรู้สึกเก่าๆของหลิงหยุนได้กลับคืนมาแล้ว.. เขาจำได้แม้กระทั่งว่าโรงเรียนอนุบาลที่เขาเคยเรียนนั้นอยู่ที่ใหนรวมทั้งโรงเรียนมสมัยประถม และมัธยมต้นอีกด้วย.. เพื่อนเล่นในสมัยเด็กสถานที่ที่เคยชกต่อยกับเพื่อน ลุงจ้าวขายขนมปัง รวมทั้งเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ใจดีที่คอยดูแลตนเอง.. ระหว่างทางที่ขับผ่านไปนั้นหลิงหยุนก็ระลึกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองในอดีต.. และเมื่อมาถึงหน้าคลินิกประชาชนของนางฉินจิวยื่อหลิงหยุนก็ลูบแผ่นหลังของหนิงหลิงยู่อย่างอ่อนโยนพร้อมกับกระซิบว่า “หลิงยู่..ถึงบ้านแล้ว!” หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองอาคารเตี้ยๆที่เวลานี้ถูกทุบจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง และรกร้าง.. หลิงหยุนจ้องมองสภาพบ้านที่ตนเองอยู่มาตั้งแต่เกิดก็ถึงกับกำศิลากลั่นวิญญาณในมือไว้แน่น และแทบอยากจะฆ่ากู่เหลียนเฉิงกับเถียนป๋อเตาให้ตาย.. “เซียนเอ๋อ..เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้ากับหลิงยู่จะเดินไปดูรอบๆ” หลิงหยุนเดินลงจากรถพร้อมกับหันไปสั่งไป๋เซียนเอ๋อ ไป๋เซียนเอ๋อเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของหลิงหยุนได้ดีนางจึงนั่งอยู่ในรถอย่างว่าง่าย.. หลิงหยุนและหนิงหลิงยู่เดินดูรอบๆบ้านที่พังราบเป็นหน้ากองด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน ทั้งคู่ต่างก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากันครู่ใหญ่ จนกระทั่งหลิงหยุนเป็นฝ่ายถามขึ้นทำลายความเงียบ.. “หลิงยู่..พี่ใหญ่คนก่อนกับพี่ใหญ่คนนี้ เธอชอบคนใหนมากกว่ากัน” หนิงหลิงยู่ได้ฟังคำถามของหลิงหยุนก็ถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! แต่ถึงกระนั้นก็รีบปกปิดอารมณ์ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจดวงหน้างดงามนั้นเหม่อมองออกไปไกล ก่อนจะพูดขึ้นออกไปอย่างไม่ตรงกับใจ.. “พี่ใหญ่ก็คือพี่ใหญ่..ทำไมต้องมีคนก่อนกับคนนี้ด้วยล่ะ” หลิงหยุนยิ้มจนเห็นฟันขาวและลักยิ้มบุ๋มลึก ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เด็กโง่.. ตอบตามความรู้สึกจริงๆของเธอสิ!” หนิงหลิงยู่ถึงกับสั่นสะท้านอีกครั้งเธอส่ายหน้าไปมาจนผมสีดำยาวสลวยราวน้ำตกนั้นปลิวไสว และใบหน้างดงามก็เปื้อนไปด้วยน้ำตา.. “พี่ใหญ่..!” หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้กับหนิงหลิงยู่แล้วพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ! แต่ว่า.. พี่จะจัดการกับคนที่งอน และโกรธพี่มาตลอดหกปียังไงดีนะ” หนิงหลิงยู่หน้าแดงก่ำและรีบหันหน้าหนีพร้อมกับร้องตะโกนออกมา “ฉันไม่สนใจพี่แล้ว!” หลิงหยุนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับใช้สองมือจับไหล่หนิงหลิงยู่ไว้เบาๆและอธิบายว่า “หลิงยู่..พี่ใหญ่เข้าใจดีว่าเพราะอะไรเธอถึงต้องทำแบบนั้น เพียงแต่ตอนนั้นเธอยังไม่รู้ว่า.. ตั้งแต่พี่เกิดมานั้น เส้นลมปราณหยางเจี่วยของพี่ได้ถูกทำลาย และจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินยี่สิบปี..” หนิงหลิงยู่ชะงักและเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าของหลิงหยุนอยู่เนิ่นนาน.. จู่ๆภาพในวัยเด็กของหลิงหยุนตั้งแต่มัธยมต้น มัธยมปลาย เรื่อยมาจนถึงในวันที่หลิงหยุนถูกสายฟ้าเทวะสีทองฟาดใส่ร่างต่อหน้าหนิงหลิงยู่ ก็ปรากฏขึ้นเป็นฉากๆอยู่ตรงหน้า.. จากนั้นหนิงหลิงยู่จึงก้มหน้าลงพร้อมกับระเบิดน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ.. “พี่ใหญ่..ฉันขอโทษ ฉันเสียใจที่ทำไปแบบนั้น ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรจู่ๆพี่ถึงได้เปลี่ยนไปแบบนั้น เปลี่ยนเป็นคนอ่อนแอ แล้วก็ไม่สู้คน ฉันแค่คิดว่า.. พี่ไม่ควรเป็นแบบนั้น..”“แต่ถึงแม้พี่จะเปลี่ยนไปขนาดใหนพี่ก็ยังคงปกป้องฉันอยู่ตลอดเวลาด้วยวิธีของพี่เอง! แม้ว่ามันจะเป็นวิธีที่ฉันไม่ชอบเลยก็ตาม..”ในที่สุดคำพูดมากมายก็พร่างพรูออกจาปากของหนิงหลิงยู่และน้ำตาก็ไหลพรากออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง เธอสะอึกสะอื้นจนสั่นไปทั้งร่าง..หลิงหยุนถอนหายใจพร้อมกับเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะยิ้มและพูดขึ้นว่า“เธอยังจำได้มั๊ยตอนอายุสิบสอง.. พี่ถูกคนชกกลับมาจนหน้าบวม เธอไม่เพียงเยาะเย้ยถากถางพี่ แต่ยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ด้วย พี่ยังจำได้ว่าแม่ไม่คุยกับเธอเป็นอาทิตย์!”หนิงหลิงยู่ถึงกับอึ้งไปอีกครั้ง!ใบหน้าของเธอซีดเผือดและจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับถามขึ้นว่า “พี่ใหญ่.. นี่.. นี่ความทรงจำของพี่กลับคืนมาแล้วเหรอ พี่.. พี่จำทุกอย่างได้แล้วจริงๆเหรอ?”ในโลกใบนี้..มีความลับที่ไม่สามารถพูดได้เสมอ!หนิงหลิงยู่เองก็เช่นกัน..มีเรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถพูดมันออกมาได้ ถามใครก็ไม่ได้ และบอกใครยิ่งไม่ได้..ซึ่งก็คือเรื่องที่หลิงหยุนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแต่กลับต้องสูญเสียความทรงจำทั้งหมดไป..เขาและเธอเป็นเพื่อนในวัยเด็กเป็นพี่ชายน้องสาวที่เติบโตมาด้วยกัน หลังจากที่หลิงหยุนเปลี่ยนไปอย่างมาก แต่ก็ต้องสูญเสียความทรงจำที่เคยมี แม้ว่าเธอจะปกปิดเรื่องนี้ไว้กับตัวเอง แต่มันก็คือความจริงที่เธอต้องยอมรับ!ตั้งแต่ที่หลิงหยุนเปลี่ยนเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งและเก่งกาจไปทุกด้านนั้น เขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องในอดีตอีกเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง!และนี่คือความเจ็บปวดของหนิงหลิงยู่หากวันนี้หลิงหยุนไม่พาเธอกลับมาที่นี่ หนิงหลิงยู่ก็คงจะรู้สึกเจ็บปวดเพราะเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต และเรื่องนี้ก็เปรียบเสมือนหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงใจเธอ..หนิงหลิงยู่รู้สึกมาตลอดว่าเธอยังไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อไถ่โทษให้กับพี่ใหญ่ผู้อ่อนแอเพราะยังไม่ทันที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป ทุกอย่างในครอบครัวก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีราวกับความฝัน! และความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นได้เพราะหลิงหยุน.. แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความทรงจำของเขาที่หายไป!มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไปจริงๆอย่างนั้นหรือหนิงหลิงยู่เฝ้าถามคำถามนี้กับตนเองมานับครั้งไม่ถ้วนและเธอเองก็ไม่สามารถตอบได้ว่าหลิงหยุนคนใหนแน่ที่เธอต้องการหลิงหยุนนั้นรู้ว่าหนิงหลิงยู่เป็นเด็กสาวที่เฉลียวฉลาดเธอคงต้องสัมผัสได้ถึงความผิดปกตินี้ได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่เคยเอ่ยถามออกมาเท่านั้น..หลิงหยุนไม่ตอบคำถามของหนิงหลิงยู่ตรงๆแต่ชี้ไปตรงตำแหน่งที่เคยตั้งโต๊กินข้าวพร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลิงยู่..เธอยังจำได้มั๊ย เมื่อคราวที่สอบกลางภาคครั้งหนึ่ง เธอสอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียน ส่วนพี่สอบได้ที่โหล่ กลับมาบ้านเธอก็มาอวดแม่ต่อหน้าพี่ แต่แม่กลับทำอาหารอร่อยให้พี่กิน แล้วก็ไม่ยอมกินข้าวเย็นร่วมโต๊ะกับเธอ!”หนิงหลิงยู่นั้นเฉลียวฉลาดการที่หลิงหยุนเลือกที่จะไม่ตอบ และพูดเรื่องนี้ขึ้นมานั้น นับว่าแทนคำตอบได้เป็นอย่างดี เธอจึงไม่ถามเรื่องความทรงจำของเขาอีก และพูดขึ้นว่า“นั่นน่ะสิ!ก็เพราะแบบนี้ไงล่ะ ฉันถึงได้เข้าใจผิดมาตั้งนานว่าพี่เป็นลูกแท้ๆของแม่..”จากนั้นสองพี่น้องก็มองหน้ากันนิ่งนาน..ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันแต่แล้วในที่สุดหนิงหลิงยู่ก็อดรนทนไม่ได้จึงได้ถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น“พี่ใหญ่..แล้วมันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ ทำไมจู่ๆพี่ถึงได้ไปวิ่งแบกกระสอบทรายแบบนั้น? พี่บอกฉันได้มั๊ย?”หลิงหยุนมองหน้าหนิงหลิงยู่ที่ดูจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง..จึงร่ายกลอนบทหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย..ริมฝีปากเล็กๆของหนิงหลิงยู่ถึงกับอ้ากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง..หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า..‘ข้าบอกเจ้าได้เพียงเท่านี้ ความจริงบางเรื่องข้าก็ไม่สามารถบอกกับเจ้าได้!’เวลานี้หนิงหลิงยู่อยู่ในระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9แล้ว ภายใต้แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรง หนิงหลิงยู่ยังคงท่องกลอนบทนั้นซ้ำไปซ้ำมา ระหว่างนั้นพลังปราณซึ่งเกิดจากการฝึกวิชาคลื่นคงคาก็เริ่มหมุนเวียนภายในร่างของหนิงหลิงยู่อย่างรวดเร็ว!และเวลานี้ภายใต้กายอัปสรของหนิงหลิงยู่พลังอมตะจากพู่กันจักรพรรดิ และสมุดจักรพรรดิ ปราณมังกร และพลังชีวิตจากน้ำ ต่างก็ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณวิสามัญทั้งแปดของหนิงหลิงยู่ราวกับกระแสน้ำที่คลุ้มคลั่งรุนแรง!แม่น้ำที่อยู่ทิศเหนือของถนนหลินเจียงเริ่มก่อตัวเป็นคลื่นสูงราวกับมังกรตัวใหญ่ ก่อนจะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่สูงกว่าสิบเมตรลูกแล้วลูกเล่า..