ตอนที่ 600
บทที่ 1029 : จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย
October 22, 2026
ร่างกายของตี้เสี่ยวอู๋นั้น..ในบรรดาเบญจธาตุทั้งห้า ธาตุทองกับธาตุดินของเขานับว่ามีความบริสุทธิ์ที่สุด ธาตุทองนั้นมีคุณสมบัติในการจู่โจม และธาตุดินนั้นมีคุณสมบัติในการป้องกัน.. แต่หลิงหยุนเลือกที่จะสอนวิชานู่เตาให้กับตี้เสี่ยวอู๋แทนวิชาที่บ่มเพาะธาตุทองและธาตุดินโดยเฉพาะ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าวิชานู่เตาเป็นวิชาที่ต้องอาศัยกระแสน้ำเป็นปัจจัยหลักในการฝึกฝน.. และในหลักของเบญจธาตุนั้น..ดินข่มน้ำ ส่วนทองนั้นก่อเกิดน้ำ การที่ตี้เสี่ยวอู๋ใช้วิชานู่เตาซึ่งอาศัยกระแสน้ำในการฝึกนั้นจะช่วยให้ร่างกายของตี้เสี่ยวอู๋มีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก.. จึงเรียกดินข่มน้ำ ในขณะที่วิชานู่เตาซึ่งใช้กระแสน้ำในการฝึกนั้นจะช่วยให้ตี้เสี่ยวอู๋มีพลังในการจู่โจมที่แข็งแกร่งรุนแรงยิ่งขึ้น.. จึงเรียกว่าทองก่อเกิดน้ำ “พี่หยุน..ฮ่า.. ฮ่า..” ทันทีที่ตี้เสี่ยวอู๋เห็นหลิงหยุนก็รีบกระโดดออกมาจากค่ายกลลวงตาทันที แล้วก็เอาแต่หัวเราะออกมาอย่างดีอกดีใจ หลิงหยุนทำเสียงประชดประชัน“เป็นยอดฝีมือแล้วสินะ! แต่ฉันว่าตอนนี้นายไปจัดการตัวเองก่อนจะดีกว่า เปียกปอนไปหมดแล้ว!” หลิงหยุนหันไปมองรอบๆตัวและพบว่าเวลานี้มีผู้คนออกมาออกันอยู่เต็มถนนพร้อมกับโวยวายเสียงดัง “เกิดอะไรขึ้นจู่ๆ ทำไมในแม่น้ำถึงได้มีคลื่นแรงแบบนี้ทั้งที่ไม่มีลมพัด..” “ตอนนี้ที่บ้านฉันน้ำท่วมมาจะถึงเข่าแล้ว..”อีกคนร้องตะโกนออกมา หลิงหยุนได้แต่ยิ้มและรีบร้องตะโกนบอกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดว่า “ลุงหวังครับ.. ช่วยไปบอกทุกคนด้วยว่า ผมจะให้ครอบครัวละหนึ่งล้านหยวนไม่ว่าจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้หรือไม่ก็ตาม!” ลุงหวังถึงกับอ้าปากค้าง..รอบๆนี้มีบ้านอยู่กว่าเก้าสิบหลังคาเรือน หากหลิงหยุนจ่ายให้ครอบครัวละหนึ่งล้าน รวมแล้วก็เป็นเงินเกือบหนึ่งร้อยล้าน! แต่ถึงกระนั้นก็วิ่งออกไปพร้อมกับร้องตะโกนออกมาอย่างดีอกดีใจ.. “พี่ใหญ่!” หนิงหลิงยู่ถึงกับร้องเรียกหลิงหยุนออกมาอย่างตกใจแต่หลิงหยุนกลับยิ้มให้พร้อมกับตบบ่าหนิงหลิงยู่ และกระซิบเสียงเบา “พี่ไม่ได้ให้เงินกับทุกคนเพราะว่าเธอทำให้เกิดปัญหาเพียงแต่ต้องการสร้างความทรงจำดีๆให้กับทุกคนก่อนที่เราจะไป..” ……. ครั้งหนึ่งหลิงหยุนไปเยี่ยมเยียนหลี่หงเม่ยอย่างเป็นทางการและได้มอบบ้านหลังใหม่ให้กับเธอพร้อมกับเงินอีกสองล้าน หลี่หงเม่ยตื่นเต้นดีใจจนถึงกับทำการคาราวะหลิงหยุน.. หลิงหยุนไม่ได้ป่าวประกาศบอกผู้ใดแต่คนในแถบนั้นก็รู้อยู่ดี และข่าวก็แพร่สะพรัดออกไปอย่างรวดเร็ว ครั้งนั้นได้สร้างความอิจฉา และเสียดายให้กับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ หลายคนได้แต่นึกเสียใจที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สร้างสัมพันธไมตรีกับนางฉินจิวยื่อ.. แต่มาครั้งนี้..หลิงหยุนแสดงความใจกว้างยิ่งกว่าครั้งก่อน เขาอาศัยโอกาสที่หนิงหลิงยู่ผ่านเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนจนเกิดน้ำท่วม ทำการมอบเงินให้กับเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ คลินิกประชาชนของนางฉินจิวยื่อ เพราะทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนบ้านของเขามาร่วมสิบแปดปี.. จากความทรงจำที่ฟื้นคืนมาทำให้หลิงหยุนรู้ว่าตัวเองในอดีตนั้นปรารถนาที่จะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเอง และเวลานี้เขาเองก็ได้รู้แล้วว่าตัวเองเป็นบุตรชายที่เกิดจากหลิงเสี่ยวกับธิดาพรรคมารคนก่อน อีกทั้งยังเป็นถึงนายน้อยสี่ของตระกูลหลิงในปักกิ่งอีกด้วย! และนับจากนี้ไป..ชีวิตของเขาก็ไม่มีอะไรต้องข้องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านบนถนนหลินเจียงนี้อีกแล้ว.. หลิงหยุนพร้อมที่จะย้ายจากเมืองจิงฉูไปปักกิ่งแต่ก่อนไปเขาต้องการที่จะทำบางสิ่งบางอย่างเสียก่อน..หลิงหยุนโอบเอวหนิงหลิงยู่ไว้พร้อมกับจ้องมองเพื่อนบ้านที่คุ้นหน้าคุ้นตา และเวลานี้ทุกคนต่างก็กำลังกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ..สายตาของเพื่อนบ้านเมื่อรู้ว่าจะได้รับเงินจากหลิงหยุนนั้นต่างก็จ้องมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้งใจ และหลังจากนั้นทุกคนต่างก็นิ่งเงียบอยู่ในความสงบ เพราะรู้ว่าหลิงหยุนผู้มีจิตใจกว้างดั่งแม่น้ำคงมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการจะพูด..“เพื่อนบ้านทุกท่าน..แม่ได้พาพวกเราสองคนพี่น้องมาอาศัยอยู่บนถนนเส้นนี้เป็นเวลานานหลายปี”“ตอนนี้พวกเราสองพี่น้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยหยางจิงได้แล้วและอีกไม่นานจดหมายตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยก็คงจะมาถึง..”“หลังจากนี้..พวกเราสองคนพี่น้องก็คงต้องเดินทางไปปักกิ่ง จึงต้องการมาที่นี่เพื่อร่ำลาเพื่อนบ้านทุกๆคน”“แต่ดูเหมือนการมาของพวกเราสองพี่น้องได้สร้างความลำบากให้กับทุกท่านไม่น้อย พวกเราสองคนจึงต้องการมอบเงินชดเชยเล็กๆน้อยๆนี้ให้กับทุกท่าน ขอทุกท่านอย่าได้เกรงใจ..”“พรุ่งนี้เช้า..ผมจะให้คนจัดการนำเงินไปให้ทุกท่านถึงที่บ้าน หวังว่าเงินจำนวนเล็กๆน้อยๆนี้ จะช่วยให้ทุกท่านผ่านพ้นความยากลำบากในชีวิตไปได้ และสามารถสร้างชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้ ขอให้ทุกท่านใช้เงินจำนวนนี้ไปในทางที่ถูกที่ควร..”หลิงหยุนพูดประโยคสุดท้ายจบแล้วก็หันไปมองหนิงหลิงยู่สองพี่น้องยิ้มให้กันโดยไม่ต้องพูดอะไร..ฝูงชนต่างก็นิ่งเงียบกันไป..แต่หลังจากนั้นไม่นาน เสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มขึ้นอยู่ครู่ใหญ่ และเมื่อสิ้นเสียงปรบมือ ก็มีเสียงตะโกนเรียกหลิงหยุน“หลิงหยุน..ฉันได้ข่าวมาว่าเธอได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงสุดของจิงฉู เมื่อก่อนลุงหลิวเคยดูถูกเธอ วันนี้ลุงต้องขอโทษเธอจากใจจริงๆ!”“หลิงหยุน..เมื่อก่อนหลานๆ ของฉันก็เคยข่มเหงรังแกเธอ วันนี้ป้าต้องขอโทษแทนพวกเขาด้วยจริงๆ!”ในเวลานั้น..ทุกคนต่างก็พากันเอ่ยขอโทษหลิงหยุนในสิ่งที่เคยกระทำกับเขาไว้ในอดีต และต่างก็ซาบซึ้งในน้ำใจของหลิงหยุนอย่างที่สุดหลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่เพียงแค่ยิ้ม..ทุกอย่างเป็นอดีตที่ผ่านไปแล้ว ทั้งคู่ต่างก็ปล่อยให้มันผ่านไป..สองพี่น้องโบกมือร่ำลาทุกคนแล้วจึงเดินขึ้นไปบนรถ จากนั้นรถของทั้งคู่ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไปก่อนจะหายลับตาไปในที่สุด…….หลังจากที่ขึ้นไปบนรถแล้วหนิงหลิงยู่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า และดวงตาคู่สวยถึงกับเบิกโพลงพร้อมกับร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจ!“โอ้โห..Missed Call เต็มไปหมดเลย!”หนิงหลิงยู่เลื่อนดูหน้าจอและพบว่าไม่เพียง Missed Call เท่านั้น แต่ยังมีข้อความอีกมากมาย..หนิงหลิงยู่เปิดข้อความที่ส่งมาจากเสี่ยวเม่ยหนิงขึ้นอ่าน-พี่หลิงยู่..จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยของพี่กับพี่หลิงหยุนส่งมาถึงที่บ้านแล้วนะ!–หนิงหลิงยู่ร้องบอกหลิงหยุนด้วยความตื่นเต้นดีใจแต่หลิงหยุนกลับมีท่าทีสงบนิ่ง และพูดเพียงแค่สั้นๆ“ไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลย!พวกเราติดหนึ่งในสามของผู้ที่ได้คะแนนสอบสูงสุด มหาวิทยาลัยหยางจิงจะไม่รับได้ยังไงเล่า”ถึงแม้ว่าหลิงหยุนจะพูดไปเช่นนั้นแต่ในใจกลับมีความสุขยิ่งนัก และคิดว่าในเมื่อตนเองกับหนิงหลิงยู่ได้จดหมายตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยหยางจิงแล้ว ฉีเสี่ยวชิง ฉางหลิง เฉิงเมี่ยน และคนอื่นๆ ก็คงจะได้รับแล้วเช่นกัน!