ตอนที่ 615
บทที่ 1044 : กุญแจเปิดสุสาน!
October 22, 2026
“เอาล่ะ..ทุกคนคงจะเหนื่อยมากมากแล้ว ใครอยากจะเล่นน้ำทะเลก็เชิญตามสบาย!’ หลิงหยุนพูดพร้อมกับโบกมือเชื้อเชิญให้สมาชิกทั้ง72 คนที่ผ่านการทดสอบลงเล่นน้ำทะเลกันได้ตามสบาย “ขอบคุณหัวหน้าใหญ่!” ทั้งหมดยังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มอายุสิบหกถึงสิบเจ็ดปีเท่านั้นแต่สามารถทนต่อการทดสอบทั้งสามด่านมาได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว เมื่อได้ยินหลิงหยุนเอ่ยปากเช่นนี้ ทุกคนจึงไม่ต่างจากลูกแกะที่ถูกปล่อยออกจากคอก.. และในเมื่อทั้งเจ็ดสิบสองคนผ่านการทดสอบไปได้พวกเขาก็จะไม่ใช่คนของแก๊งมังกรเขียวอีกไป และนับจากนี้ทั้งหมดก็คือคนของหลิงหยุน! “ฉันคิดไม่ถึงจริงๆว่าเจ้าสองคนนั่นจะผ่านการทดสอบทั้งสามด่านไปได้!” อาปิงพูดขึ้นและนึกชื่นชมในสายตาที่แหลมคมของตี้เสี่ยวอู๋ เขาแอบจับตามองเด็กหนุ่มสองคนที่เป็นลมอย่างเงียบๆ และในที่สุดทั้งคู่ก็สามารถผ่านการทดสอบเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองคนได้อย่างน่าทึ่ง.. “เสี่ยวอู๋..อาปิง.. ไปเดินเล่นชายหาดกันดีกว่า!” จากนั้นหลิงหยุนถังเมิ่ง อาปิง และตี้เสี่ยวอู๋ ทั้งสี่คนต่างก็เดินไปตามชายหาด จ้องมองคลื่นที่ซัดเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า จากนั้นหลิงหยุนจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า.. “อาปิง..ฉันมีบางเรื่องจะต้องบอกนาย จากนี้ไปแก๊งมังกรเขียวคงต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่!” หลิงหยุนไม่ต้องการอ้อมค้อมให้เสียเวลาจึงพูดกับอาปิงอย่างตรงไปตรงมา.. อาปิงได้ฟังก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปก่อนจะถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ“เปลี่ยนรูปแบบงั้นเหรอ หมายความว่ายังไงกันพี่หยุน?” ถังเมิ่งยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดแทรกออกไปทันที“เจ้างั่งเอ๊ย! พี่หยุนก็หมายถึงว่าจากนี้ไปแก๊งมังกรเขียวคงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ถูกต้องตามกฏหมาย และขาวสะอาดขึ้นน่ะสิ! นายเข้าใจหรือยัง” “อะไรนะ!” ทั้งอาปิงและตี้เสี่ยวอู๋ต่างก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกัน.. “พี่หยุน..เกิดอะไรขึ้นกันแน่!” สำหรับตี้เสี่ยวอู๋แล้วแก๊งมังกรเขียวเปรียบเสมือนบ้านที่เติบโตมา จึงอดที่จะตกใจกับข่าวนี้ไม่ได้ หลิงหยุนตบบ่าตี้เสี่ยวอู๋เบาๆพร้อมกับพูดยิ้มๆ “วันนี้ฉันไปพบลุงหลี่กับลุงถังมา และนี่เป็นคำขอร้องของพวกเขาทั้งคู่!” “อ่อ..ฉันพอเข้าใจแล้ว!” ตี้เสี่ยวอู๋พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจในสถานการณ์ หลิงหยุนหันไปมองอาปิงพร้อมกับถามขึ้นว่า“อาปิง.. แล้วนายล่ะ” “เอ่อ..” อาปิงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเกาศรีษะและตอบกลับไปว่า “พี่หยุน.. ความจริงฉันเองก็เคยคิดเรื่องนี้เหมือนกัน!” “งั้นรึ”หลิงหยุนนึกประหลาดใจเล็กน้อย.. อาปิงเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าของแก๊งมังกรเขียวแต่กลับมีความคิดเช่นนี้เกิดขึ้นในใจ มีหรือที่หลิงหยุนจะไม่ตกใจ หลิงหยุนถังเมิ่ง และตี้เสี่ยวอู๋ถึงกับหันไปมองหน้ากัน เมื่อได้ฟังคำอธิบายของปิง.. อาปิงได้อธิบายให้หลิงหยุนกับทุกคนฟังว่าตั้งแต่เขาเข้ามรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งมังกรเขียวนั้น พ่อของเขาเองก็ยังไม่รู้เรื่อง และหากพ่อของเขารู้เรื่องเข้า ก็คงต้องพาทหารมาจับตัวเขากลับไปหักแข้งหักขาแน่ๆ! หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าและคิดว่าอาปิงคงจะกลัวพ่อน่าดูทีเดียว จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ..ยังไงก็คงต้องทำตามที่ลุงหลี่กับลุงถังขอร้อง.. โถงมังกรก็คงเปลี่ยนเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัย และรับจ้างเป็นบอดี้การ์ด โถงมนุษย์ก็คงแยกเป็นบริษัทตามประเภทธุรกิจไป..” หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งหลิงหยุนจึงพูดขึ้นว่า “แต่เรื่องนี้ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่บริษัทเทียนตี้จะก่อตั้งเสร็จ..” ตอนนี้ทั้งหลิงหยุนและตี้เสี่ยวอู๋ยังอยู่ในจิงฉูหากคนในแก๊งมังกรเขียวไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่คนเก่าคนแก่ข้างในมีปัญหา ทั้งคู่จะได้สามารถช่วยกันจัดการแก้ปัญหาให้ได้ในทันที.. อาปิงถามขึ้นอีกครั้ง“พี่หยุน.. หลังจากปรับเปลี่ยนรูปแบบของแก๊งแล้ว งั้นเรื่องอื่นๆล่ะ” หลิงหยุนยิ้มให้อาปิงพร้อมกับตอบไปว่า“ก็แค่เปลี่ยนรูปแบบ อะไรที่ควรทำก็ทำเหมือนเดิม ศูนย์บัญชาการของแก๊งมังกรเขียว กับห้องกำยานก็ยังคงต้องอยู่คู่กับแก๊งมังกรเขียวต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง..” “พี่หยุน..แล้วสมาชิกทั้งเจ็ดสิบสองคนนั่นล่ะ” หลิงหยุนหันไปมองเด็กหนุ่มทั้งเจ็ดสิบสองคนที่ส่งเสียงร้องกันอย่างตื่นเต้นสนุกสนานพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ทั้งเจ็ดสิบสองคนต้องออกจากแก๊งมังกรเขียว!เพียงแต่ช่วงนี้ฉันมอบให้นายเป็นคนดูแลพวกเขาไปก่อน..” “เสี่ยวอู๋..ส่วนนายมีหน้าที่ฝึกวรยุทธให้กับพวกเขา!” หลิงหยุนจัดการมอบหมายงานให้อาปิงกับตี้เสี่ยวอู๋รับผิดชอบกันคนละส่วน “พี่หยุน..แล้วเรื่องลุงหลงล่ะ”หลิงหยุนตอบกลับด้วยเสียงเรียบเฉย“ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง นายไม่ต้องเป็นห่วง!”………“เสี่ยวอู๋..อาปิง.. พวกนายจัดการส่งทุกคนกลับไปได้!”“เสี่ยวอู๋..ก่อนที่จะส่งทุกคนกลับไป นายทำหน้าที่กล่าวอะไรกับพวกเขาสักสองสามคำแทนฉันด้วย!”หลังจากนั้นราวห้าโมงเย็นหลิงหยุนกับถังเมิ่งก็ขับรถตรงกลับไปยังบ้านเลขที่-1 ทันที“พี่หยุน..คืนนี้ฉันอยู่เป็นเพื่อนพี่ไม่ได้ เย็นนี้มีงานเลี้ยง แล้วฉันก็จำเป็นต้องเข้าร่วมด้วย!” ถังเมิ่งร้องบอกอย่างนึกเสียดายขณะที่เดินลงจากรถ“ฉันก็ไม่ได้อยากให้นายอยู่เป็นเพื่อนอยู่แล้วเชิญนายกลับไปได้แล้ว!”หลังจากถังเมิ่งกลับออกไปแล้วหลิงหยุนก็เปลี่ยนมาขับรถของตนเองออกไปแทน และมุ่งหน้าไปที่คลินิกสามัญชน..นับจากวันที่คลินิกสามัญชนถูกวางระเบิดมาจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ผ่านมากว่ายี่สิบวันแล้ว อาคารที่ก่อสร้างใหม่ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว..“เกือบจะเหมือนเดิมแล้วสินะ..”หลิงหยุนถอนหายใจพร้อมกับพึมพำออกมา“หลิงหยุน!”เหยาลู่ได้ที่อยู่ข้างในเมื่อได้ยินเสียงพึมพำของหลิงหยุนก็รีบวิ่งออกมาทันที และร้องตะโกนเรียกหลิงหยุนด้วยความตื่นเต้นดีใจ“ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้คุณมาดูแลการก่อสร้างด้วยตัวเองทำไมคุณถึงไม่เชื่อฟัง?”หลิงหยุนยิ้มกว้างในขณะที่ยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ติดอยู่บนใบหน้าให้กับเหยาลู่..“วันหลังถ้าเบื่อก็ไปหาอะไรทำแก้เบื่อกันก็ได้!”จู่ๆหลิงหยุนก็ดึงตัวเหยาลู่เข้ามากอดไว้ พร้อมกับกระซิบข้างหูเบาๆ จนเธอถึงกับเขินอาย และเลี่ยงไปถามเรื่องอื่นแทน“นายมาที่นี่ได้ยังไง”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า“คุณไม่ไปหาผมเลย ผมคิดถึงก็เลยเป็นฝ่ายมาหาคุณที่นี่!”ใบหน้างดงามของเหยาลู่นั้นแดงก่ำพร้อมกับตอบเสียงเบา “ใครบอกล่ะว่าฉันไม่อยากไปหา..”“ผมเชื่อ!ว่าแต่ทุกคนต่างก็ย้ายไปอยู่บ้านเลขที่-9 กันหมด ทำไมคุณถึงไม่ยอมไปอยู่ด้วยล่ะ”เหยาลู่ได้แต่ตอบหลิงหยุนอายๆ“ตอนที่นายนอนบาดเจ็บไม่รู้ตัว ฉันกับพี่เมิ่งหานได้บอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรากับน้าหญิงไปแล้ว..”ต่อให้เหยาลู่ไม่อธิบายต่อ..หลิงหยุนก็เข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวทั้งสองคนได้ดี ในเมื่อตอนนี้หลิงหยุนเองก็รู้สึกตัวแล้ว ทั้งคู่ใหนเลยจะกล้าอาศัยอยู่ร่วมกับทุกคนในบ้านต่อไป!หากอยู่ต่อไปทั้งคู่ก็มีแต่จะรู้สึกอับอายขายหน้า..หลิงหยุนจึงเปลี่ยนมาชวนคุยเรื่องการตกแต่งคลินิกแทนหลังจากนั้นหลิงหยุนจึงพูดขึ้นว่า“คุณโทรไปบอกเมิ่งหานเรียกเธอออกมากินข้าวเย็นด้วยกันดีกว่า..”เหยาลู่แลบลิ้นเลียริมฝีปากทันทีพร้อมกับตอบไปว่า“พี่เมิ่งหานกลับไปบ้านตัวเองแล้ว และช่วงนี้ก็เอาแต่ฝึกวิชา นี่ก็ปิดมือถือไปแล้ว!”หลิงหยุนกับเหยาลู่จึงไปทานอาหารด้วยกันเพียงลำพังระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องส่วนตัวนั้น หลิงหยุนก็ถามขึ้นว่า“เหยาลู่..ตอนนี้คุณเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-3 แล้ว รู้สึกยังไงบ้าง”“สิ่งแรกเลย..ฉันสามารถสัมผัสสิ่งรอบตัวได้ราวกับมองเห็นมันได้ด้วยตาตัวเอง”“อ่อ..นั่นเรียกว่าจิตหยั่งรู้..”“ยังมีอีกเรื่อง..ฉันรู้สึกคล้ายกับว่าตนเองสามารถเชื่อมต่อสื่อสารกับผืนดินได้..”หลิงหยุนหัวเราะออกมาเสียงดัง“ถูกต้องแล้ว!”จากนั้นหลิงหยุนจึงถามต่อว่า“เหยาลู่.. ตอนนี้คุณเข้าสู่เส้นทางบ่มเพาะอย่างแท้จริงแล้ว คุณยังรู้สึกว่าคลินิกสามัญชนมีความสำคัญกับคุณอยู่หรือไม่”เหยาลู่ตอบกลับมาทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด“มันสำคัญกับฉันมาก หากไม่มีคลินิกแห่งนี้ ฉันก็ไม่สามารถเป็นผู้หญิงของนายได้..”หลิงหยุนถึงกับใจสั่นและถามขึ้นว่า“หลังจากนี้อีกราวครึ่งเดือน ถ้าผมต้องไปจากจิงฉู คุณจะไปกับผมมั๊ย”ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบหลิงหยุนถึงกับใจสั่นระหว่างที่รอคำตอบ และแล้วเหยาลู่ก็ส่ายหน้าพร้อมกับปฏิเสธเสียงเบา..“หากนายหมายถึงปักกิ่ง..ฉันจะไม่ไปกับนาย! หลิงหยุน.. ถึงแม้นายจะไม่บอกอะไร แต่ฉันก็รู้ว่าที่นั่นมีเรื่องใหญ่โตหลายเรื่องที่รอให้นายไปจัดการ ฉันในฐานะทีเป็นผู้หญิงของนาย จึงไม่อยากไปเป็นภาระให้นายต้องเป็นห่วง..”“ฉันขออยู่เฝ้าคลินิกสามัญชนและค่อยๆฝึกฝนวิชาไปแบบนี้จะดีกว่า..”