ตอนที่ 620
บทที่ 1049: ร้านขายยาจี้ชี่ถัง!
October 22, 2026
หลิงหยุนต้องซื้อกิจการร้านขายยาจี้ชี่ถังนี้ให้ได้.. เวลานี้เขามีทั้งบริษัทและโรงงานผลิตยามีโรงพยาบาล และมีศูนย์วิจัยยา ยังขาดอยู่ก็แต่ร้านขายยา.. หลิงหยุนต้องการให้ธุรกิจเกี่ยวกับยาของเขานั้นครบวงจรเขาจึงตัดสินใจที่จะไปเจรจากับเจ้าของกิจการด้วยตัวเอง และยินดีที่จะจ่ายเงินให้อย่างเต็มที่.. จากนั้นหลิงหยุนจึงหันไปถามถึงโม่วู๋เตากับถังเมิ่ง.. “หมอนั่นน่ะเหรอ” “อย่าให้พูดเลย..ฮวงจุ้ยก็จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังแต่งชุดนักพรตเดินร่อนอยู่ในออฟฟิศไม่ยอมกลับ ดูท่านักพรตคงอยากจะมีเมียแล้วล่ะ!” หลิงหยุนถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ..“ห๊ะ! อะไรนะ?” ถังเมิ่งพยักหน้า“จริงๆพี่หยุน! เวลานี้หมอนั่นกำลังป๊อบปูล่าในหมู่สาวๆมาก วันๆก็เอาแต่จับมือพนักงานสาวๆ แล้วก็คอยทำนายดวงชะตาให้..” หลิงหยุนรีบร้องบอกถังเมิ่งทันที“นายรีบโทรบอกเฉินเจี้ยนเตาเดี๋ยวนี้ สั่งให้เขาพาโมวู๋เตากลับมาที่บ้าน!” “หึ..ฉันว่าเฉินเจี้ยนเตาจะไม่กล้าน่ะสิ! ตอนนี้หมอนั่นกลายเป็นคนใหญ่คนโตในตึกหลิงหยุนไปแล้ว ฉันว่าหมอนั่นไม่ยอมกลับบ้านแน่!” หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปจากนั้นจึงสั่งถังเมิ่งว่า “นายบอกเฉินเจี้ยนเตา.. ถ้าโม่วู๋เตาไม่ยอมกลับ ก็ให้โทรเรียกตำรวจเลย! แล้วบอกเขาว่านี่เป็นคำสั่งของฉัน!” ถังเมิ่งรีบควักโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาเฉินเจี้ยนเตาทันที..และหลังจากวางสาย หลิงหยุนกับถังเมิ่งก็แอบส่งยิ้มให้กัน.. จากนั้นถังเมิ่งก็ขอตัวไปหาหลี่ยี่เฟิงหลิงหยุนจึงสั่งให้หวังเฟยฮู๋ตามไปดูแลถังเมิ่งด้วย ส่วนตัวเขาก็นั่งทำสมาธิอยู่บนโซฟา และกำลังครุ่นคิดเรื่องธุรกิจของเฉิงเมดิคัลกรุ๊ป “เฉิงเทียนนี่สมกับเป็นเจ้าพ่อธุรกิจจริงๆจิ้งจอกอย่างไรก็ยังเป็นจิ้งจอกอยู่วันยังค่ำ ครั้งนี้อย่างไรเจ้ามีแต่ได้กับได้!” ….. “คุณเฉิน..อย่าเอาแต่เล่นโทรศัพท์ เจ้าตั้งใจขับรถหน่อย!” ในเวลาเดียวกันนั้น..โม่วู๋เตาก็กำลังนั่งรถเฉินเจี้ยนเตากลับมายังบ้านเลขที่-1 ระหว่างทางโม่วู๋เตาเห็นเฉินเจี้ยนเตาเอาแต่จ้องมองโทรศัพท์ในมือ จึงได้ร้องเตือนด้วยความเป็นห่วง แต่เฉินเจี้ยนเตากลับตอบมาว่า “นี่ท่านนักพรต..มีใครบ้างที่จะไม่ตื่นเต้นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะได้เงินล้านในอีกไม่กี่นาที” โม่วู๋เตาฟังแล้วได้แต่ถามขึ้นด้วยความงุนงง“ขับรถอยู่ก็สามารถหาเงินได้ด้วยหรือนี่” ไม่นานนักเฉินเจี้ยนเตาก็ขับรถพาโม่วู๋เตามาส่งยังบ้านเลขที่-1และทันทีที่เห็นหน้าโม่วู๋เตา หลิงหยุนก็ตะโกนถามออกไปทันที “นี่เจ้ากลับบ้านได้แล้วรึ!” โม่วู๋เตาร้องตะโกนตอบอย่างโมโห“หลิงหยุน.. เหตุใดเจ้าต้องสั่งให้คุณเฉินพาข้ากลับมาที่นี่ด้วย!” หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาเขาเดินเข้าไปตบไหล่โม่วู๋เตาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ก็เพราะวันนี้ข้ามีเรื่องต้องให้เจ้าช่วยน่ะสิ..” จากนั้นหลิงหยุนจึงสั่งให้เฉินเจี้ยนเตาขับรถพาเขากับโม่วู๋เตาไปที่ร้านขายยาจี้ชี่ถังระหว่างทางเฉินเจี้ยนเตาก็พูดขึ้นว่า..“คุณหลิง..เจ้าของร้านขายยาจี้ชี่ถังมีชื่อว่าเหยียนเค่อหมิง อายุห้าสิบเจ็ดปี เป็นคนสมถะถ่อมเนื้อถ่อมตัว นอกจากร้านขายยาของเขาจะใหญ่ที่สุดในเมืองแล้ว ร้านของเขายังเป็นร้านขายยาจีนที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว..”“นอกจากนี้เขาเองก็รู้จักคนใหญ่คนโตในจิงฉูหรือข้าราชการระดับสูงมากมาย นับว่าเป็นผู้ที่มีเส้นสายมากคนหนึ่ง”“อีกทั้งยังไม่ใช่คนขาดแคลนเงินทองและไม่ได้มีปัญหากับจำนวนเงินที่ทางเราเสนอให้ แต่ทุกครั้งที่ผมไปพบเหยียนเค่อหมิง ผมก็จะได้ยินคำพูดแค่สองคำคือ.. ไม่ขาย จนผมเองถึงกับปวดหัวมาก!”หลิงหยุนกับโม่วู๋เตาที่นั่งอยู่ด้านหลังทั้งคู่ต่างก็หันไปมองหน้ากัน และหลิงหยุนก็พูดขึ้นว่า“ดี..งั้นก็รีบไปพบเหยียนเค่อหมิงกัน!”ทั้งสามคนไปถึงร้านขายยาจี้ชี่ถังตอนสิบโมงตรงระหว่างทางที่เดินจากที่จอดรถไปยังร้านขายยานั้น หลิงหยุนก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูภายในร้านที่กว้างใหญ่นั้นก่อนแล้วเขาพบว่าภายในร้านมีพนักงานสวมชุดสีขาวอยู่ราวสิบกว่าคนด้านในสุดเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ และมีชายชราอายุห้าสิบกว่า รูปร่างผอมสูง กำลังนั่งจิบน้ำชา และอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้านใน..ทันทีที่ก้าวลงจากรถโม่วู๋เตาก็สำรวจไปรอบๆ บริเวณร้าน และพึมพำเบาๆ “เหตุใดจึงต้องเปิดร้านขายยาตรงข้ามกับโรงพยาบาลแบบนี้นะ”หลิงหยุนได้ยินจึงยกมือขึ้นตบบ่าโม่วู๋เตาพร้อมกับประชดว่า“ไม่ให้เปิดหน้าโรงพยาบาล หรือจะให้ไปเปิดที่สำนักเหมาซานของเจ้างั้นรึ”เมื่อทั้งสามคนเดินเข้าไปในร้านก็ตรงเข้าไปยังห้องทำงานของเหยียนเค่อหมิงทันที ส่วนโม่วู๋เตานั้นเดินช้าที่สุดเพราะมัวแต่สำรวจภายในร้านอยู่..เมื่อไปถึงหน้าห้องทำงานของเหยียนเค่อหมิงเฉินเจี้ยนเตาก็ยืนพูดหน้าประตู “เถ้าแก่เหยียนครับ.. ผมมารบกวนเวลาคุณอีกครั้ง!”แต่ก็มีเพียงน้ำเสียงเย็นชาของเหยียนเค่อหมิงดังออกมาจากห้อง“ไม่ขาย..”หลิงหยุนฟังคำพูดประโยคนั้นของเหยียนเค่อหมิงแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าและเดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันที พร้อมกับพูดขึ้นยิ้มๆ“เถ้าแก่เหยียน..ผมชื่อหลิงหยุน เป็นเจ้าของบริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่น ผมมาพบคุณวันนี้เพื่อพูดคุยเรื่องการซื้อกิจการ!”เหยียนเค่อหมิงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง“ไม่ขาย.. ไม่ขาย.. ไม่ว่าใครมาฉันก็ไม่ขาย..”ในเมื่อเหยียนเค่อหมิงไม่เชื้อเชิญให้นั่งหลิงหยุนก็ได้แต่ถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าเขา และเสนอราคาต่อทันที“เถ้าแก่เหยียน..สามร้อยล้าน! ไม่ทราบว่าคุณคิดเห็นเช่นไร”ในที่สุดเหยียนเค่อหมิงก็เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์เขาจ้องหน้าหลิงหยุนนิ่ง ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ขาย..”“สี่ร้อยล้าน..”หลิงหยุนมีเงินมากมายเวลานี้ เขาจึงทุ่มไม่อั้น..เหยียนเค่อหมิงจ้องหน้าหลิงหยุนนิ่งนานก่อนจะตอบเช่นเดิม “ไม่ขาย..”“หกร้อยล้าน!”ครั้งนี้เหยียนเค่อหมิงถึงกับหายใจแรงเขาจ้องหน้าหลิงหยุนเนิ่นนานพร้อมกับพูดยาวกว่าเดิม“พ่อหนุ่ม..ดูเหมือนเธอคงจะร่ำรวยมากสินะ ถึงได้ต้องการจะซื้อกิจการร้านขายยาของฉันให้ได้! ขอบอกตามตรง.. ร้านนี้เป็นร้านที่สืบทอดกิจการมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ต่อให้เธอจะเสนอเงินมากมายแค่ใหน ฉันก็ขายให้ไม่ได้จริงๆ!”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่าจำนวนเงินคงจะไม่สามารถโน้มน้าวเถ้าแก่เหยียนได้ผลจริงๆไม่เช่นนั้นเขาขยับจากสองร้อยล้านมาเป็นหกร้อยล้านในเวลาชั่วพริบตาเดียว แต่เหยียนเค่อหมิงกลับยืนกรานเช่นเดิม..