ตอนที่ 622
บทที่ 1051: สั่นสะเทือนไปทั่ว!
October 22, 2026
ภายในตระกูลหลิง– เมืองปักกิ่ง.. “หลานชายของข้ากำลังจะเปิดบริษัทใหญ่โตในจิงฉูข้าควรไปทำหน้าที่เป็นประธานเปิดพิธีให้จึงจะถูกต้องไม่ใช่รึ เหตุใดพวกเจ้าจึงต้องคัดค้านเช่นนี้ด้วย?” ร่างสูงใหญ่ของหลิงลี่หันหลังกลับมาอย่างรวดเร็วสีหน้าท่าทางของเขาบ่งบอกว่ากำลังโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด! ภายในสวนของคฤหาสน์ตระกูลหลิงเวลานี้..มีผู้คนคุกเข่าอยู่ที่พื้นมากมาย ตั้งแต่ผู้นำตรกูลหลิงคนปัจจุบัน – หลิงเจิ้น คุณชายสองหลิงเย่ว และทายาทตระกูลหลิงอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็นหลิงซิ่ว หลิงหย่ง หลิงเฟิง หลิงเลี่วย และแม้กระทั่งเหล่ากุ่ย.. ตั้งแต่หลิงหยุนเดินทางออกจากปักกิ่งนั้นแม้ว่าหลิงลี่จะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่เขาก็มักจะคอยติดตามข่าวสาร และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองจิงฉูอย่างละเอียด แน่นอนว่าข่าวที่เขาติดตามนั้นล้วนแล้วแต่ต้องเกี่ยวข้องกับหลิงหยุน! และกว่าครึ่งเดือนมานี้..สื่อต่างๆในเมืองจิงฉูต่างก็รายงานเรื่องของบริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นอย่างต่อเนื่อง และหลิงลี่เองก็ติดตามข่าวอยู่แทบทุกวัน.. เมื่อทราบว่าบริษัทเทียนตี้กำหนดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่8 เดือน 8 นั้น หลิงลี่ก็แทบนั่งไม่ติด และได้ตัดสินใจที่จะเดินทางมาร่วมพิธิเปิดบริษัทของหลานชายสุดที่รักด้วยตัวเอง.. แต่ทุกคนจะปล่อยให้หลิงลี่ทำเช่นนั้นได้อย่างไร..ในเมื่อเวลานี้ตระกูลหลิงได้กลายเป็นเป้าสายตาของหลายตระกูลทั่วปักกิ่ง ทุกฝ่ายต่างก็จับตามองการเคลื่อนไหวของตระกูลหลิงอยู่ทุกย่างก้าว หากหลิงลี่ไปร่วมพิธีเปิดบริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นด้วยตัวเองเช่นนี้ แน่นอนว่าความลับระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลหลิงคงต้องถูกเปิดเผยต่อชาวยุทธภพ และชาวโลกอย่างแน่นอน! หลังจากนั้น..ทุกคนที่เฝ้าจับตามองก็จะกระจ่างแจ้งในใจว่า ตระกูลหลิงจะกลับมารุ่งเรืองและผงาดอีกครั้ง และเรื่องการพบกันระหว่างหลิงลี่กับหลิงหยุนก็ต้องถูกเปิดเผยเช่นกัน! และด้วยสาเหตุนี้..ทันทีที่หลิงเจิ้นกับหลิงเย่วทราบข่าวการตัดสินใจของหลิงลี่ ทั้งคู่ต่างก็พากันแสดงตัวคัดค้านทันที! “ท่านพ่อ..นั่นเป็นเพียงแค่พิธีเปิดบริษัทเท่านั้น มันไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่จะทำให้ตระกูลหลิงต้องลงทุนเปิดเผยความลับ ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลหลิงได้เลย!” หลิงลี่เงยหน้าขึ้นพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลหลิงแล้วยังไง ด้วยสถานะของตระกูลหลิงเวลานี้ ก็เกือบจะใกล้เคียงกับตระกูลหลิงเมื่อสิบแปดปีก่อนแล้วไม่ใช่รึ?” ด้วยความช่วยเหลือของหลิงหยุนในครั้งนั้นทำให้หลิงลี่สามารถเข้าสู่ระดับกลางขั้นเซียงเทียน-8 และในเวลานี้ก็สามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียนเทียน-8 ได้แล้ว! นับว่าหลิงลี่ก้าวหน้าได้รวดเร็วอย่างมากส่วนหนึ่งมาจากเมื่อครั้งที่หลิงหยุนได้ถ่ายเทลมปราณของตนเองให้กับหลิงลี่นั้น ได้มีพลังอมตะจากสมุดจักรพรรดิซึ่งอยู่ในจุดตันเถียนของเขานั้นปะปนเข้าไปด้วย อีกทั้งยังมีปราณเสวียน-หวง และหลิงลี่เองก็ฝึกวิชาตามคัมภีร์เสวียนหวงซึ่งเป็นมรกดกตระกูลหลิงด้วยเช่นกัน! หลิงลี่นั้นโมโหจนลมปราณภายในร่างกายพวยพุ่งออกมาดูช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก! แต่จะตำหนิชายชราว่าดื้อดึงหัวรั้นก็ไม่ถูกนัก..เพราะหลิงลี่เชื่อว่าหากตัวเขากับหลานชายหัวแก้วหัวแหวนนี้ร่วมมือกัน ความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งคู่นั้น ก็ยากที่ผู้ใดในปักกิ่งจะเทียบเคียงได้! ยิ่งไปกว่านั้น..เวลานี้ตระกูลหลิงยังมีแวมไพร์ที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นบริวารของหลิงหยุนอยู่อีกหลายตน ตระกูลหลิงจึงนับว่าผงาดขึ้นมาได้อีกครั้งแล้ว เหตุใดยังต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆเช่นนี้อีกเล่า และคำพูดของหลิงลี่นั้น..ก็มีเหตุผลจนแม้แต่หลิงเจิ้นกับหลิงเย่วไม่อาจโต้แย้งได้! ที่ผ่านมา..ตระกูลหลิงถูกกดไว้มานานหลายปี และต้องอยู่อย่างหวานอมขมกลืน อยู่อย่างผู้แพ้มาตลอดสิบแปดปี เมื่อสามารถขึ้นมาผงาดได้อีกครั้งเช่นนี้ ใครเล่าจะสามารถทนนิ่งเฉยสงบจิตสงบใจอยู่ได้อีก.. “นายผู้เฒ่า..ข้าเข้าใจความรู้สึกของเท่านเวลานี้ได้ดี! ตระกูลหลิงของเราไม่จำเป็นต้องหวาดเกรงผู้ใดอีกแล้วก็จริง แต่ท่านต้องนึกถึงคุณชายสามด้วย!” เหล่ากุ่ยซึ่งเวลานี้นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนพื้นและพยายามพูดจาหว่านล้อมหลิงลี่อีกครั้ง..หลิงลี่ถึงกับนิ่งอึ้งไป“ใช่.. เจ้าสาม!”ที่ผ่านมา..แม้ว่าตระกูลหลิงจะพยายามสืบหาร่องรอยของหลิงเสี่ยวมานานนับเดือน แต่ก็ไม่เคยได้ข่าวคราว หรือร่องรอยของหลิงเสี่ยวเลยแม้แต่น้อย..และนั่นทำให้หลิงลี่อดคิดไม่ได้ว่าลูกชายคนที่สามของเขานั้นได้ตกไปอยู่ในมือของศัตรู และอาจถูกศัตรูสังหารตายไปแล้วก็ได้!“เฮ้อ..”เมื่อนึกถึงหลิงเสี่ยวขึ้นมาหลิงลี่ก็ได้แต่ถอนหายใจทุกครั้งไป และได้แต่พึมพำออกมาเสียงเบา“ข้าได้หลานชายกลับมาแต่กลับต้องเสียลูกชายไป! เช่นนี้แล้วชายชราอย่างข้าจะหาความสุขได้อย่างไรกัน”เหล่ากุ่ยพยายามสงบจิตสงบใจและพูดโน้มน้าวต่อ “นายผู้เฒ่า.. คุณชายสามแค่หายตัวไปเท่านั้น ท่านอย่าได้กังวลใจไปนัก! ข้าน้อยเชื่อว่าหลังจากผ่านพ้นพิธีเปิดบริษัทเทียนตี้ไปแล้ว นายน้อยหลิงหยุนจะต้องรีบกลับปักกิ่งทันที..”“และทันทีที่นายน้อยกลับมา..เขาจะต้องหาทางช่วยคุณชายสามกลับมาให้ได้แน่ แม้ว่าพวกเราจะหาคุณชายสามไม่พบ แต่ข้าเชื่อว่านายน้อยจะต้องมีวิธีหาตัวคุณชายสามพบได้อย่างแน่นอน..”“แต่หากท่านไปจิงฉูและเปิดเผยฐานะของนายน้อยให้ชาวยุทธภพล่วงรู้ ถึงตอนนั้นก็ยากจะคาดเดาความปลอดภัยของคุณชายสามได้!”หลังจากได้ฟังเหตุผลของเหล่ากุ่ยหลิงลี่ถึงกับนิ่งไป และเริ่มมีท่าทีลังเล..หลิงเย่วเห็นว่าหลิงลี่เริ่มลังเลเขาจึงรีบพูดเสริมขึ้นทันที “ท่านพ่อ.. ที่เหล่ากุ่ยพูดก็มีเหตุมีผล หากให้ผู้คนล่วงรู้ความสัมพันธ์ระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลหลิง น้องสามคงต้องได้รับอันตรายเป็นแน่ อีกทั้งยังจะนำปัญหามากมายมาให้หลิงหยุนด้วย..”“ลูกว่า..พวกเราไม่ควรให้เรื่องอันตรายเช่นนี้เกิดขึ้น!”“เฮ้อ..”หลิงลี่ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดังในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่เดินทางไปจิงฉูด้วยตัวเอง.“เอาล่ะ..ครั้งนี้ข้าจะรับฟังพวกเจ้าสักครั้ง!”เมื่อเห็นว่าในที่สุดหลิงลี่ก็ยอมเข้าใจเหตุผลเช่นนี้ผู้นำตระกูลหลิงคนปัจจุบันถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่แล้วกลับได้ยินหลิงลี่พูดขึ้นว่า..“แต่ถึงแม้ข้าจะไม่ไปด้วยตัวเอง..ก็ต้องมีใครสักคนจากตระกูลหลิงไปเป็นตัวแทนของข้า!”“ท่านปู่..ข้าไปเอง!”ทันทีที่หลิงลี่เอ่ยปากว่าจะต้องมีตัวแทนจากตระกูลหลิงไปนั้นเหล่าทายาททั้งหลายต่างก็ร้องตะโกนออกมาพร้อมกัน เพื่อจะเสนอตัวเองเป็นตัวแทน เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการไปพบหลิงหยุนที่ได้จากไปนาน..“พวกเจ้าหุบปาก!”เสียงตะโกนของหลิงลี่ทำให้ทายาทตระกูลหลิงทั้งหมดถึงกับเงียบกริบทันที..