ตอนที่ 624
บทที่ 1053: ฉินฉางชิง!
October 22, 2026
ชายชรารูปร่างสง่างามที่กำลังเดินออกมาจากทางเดินนั้นก็คือหลินหงจวินนั่นเอง และหลินเมิ่งหานเห็นเขาเดินออกมา ก็รีบพุ่งเข้าไปหาอ้อมแขนของหลินหงจวินทันที.. “หึ..เอาแต่เล่นสนุกอยู่ข้างนอกไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง นี่เจ้ายังต้องการปู่อีกงั้นรึ” หลินหงจวินนั้นแม้ว่าจะชราภาพแล้วแต่ก็ยังคงความสง่างาม และความมีพลังอำนาจเช่นเดิม เขาจ้องมองหลานสาวด้วยแววตารักใคร่ นั่นเพราะตระกูลหลินมีหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนอยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น! “ท่านปู่..หลานก็ต้องคิดถึงและต้องการท่านปู่มากอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องถามเลย!” หลินเมิ่งหานเงยหน้าขึ้นพร้อมกับพูดออดอ้อน “ท่านปู่หลิน!” หลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่เดินเข้าไปทักทายหลินหงจวินพร้อมๆกันหลินหงจวินเงยหน้าขึ้นมองสองพี่น้อง แต่สายตากลับมาหยุดอยู่ที่หลิงหยุน และสำรวจเขาอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า และแววตาดุดันนั้นก็ดูเหมือนจะนิ่งอึ้งไป.. แต่ถึงแม้จะถูกสำรวจอย่างละเอียดเช่นนั้นหลิงหยุนกลับไม่มีแม้แต่อาการหวาดหวั่น เขายังคงยิ้มให้หลินหงจวินด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งเป็นปกติ.. น่าขัน..หลิงหยุนในเวลานี้ มีหรือที่หลินหงจวินจะเทียบได้ เช่นนี้แล้วหลิงหยุนใยต้องเกรงกลัวด้วยเล่า “เจ้าคือหลิงหยุนสินะ!ข้าเคยเห็นรูปของเจ้าแล้ว เจ้าก็คือคนที่เอาตัวหลานสาวสุดที่รักของข้าไปครอบครองสินะ..” เมื่อหลินหงจวินเห็นหลิงหยุนยังคงสงบนิ่งไม่มีแม้แต่ท่าทีหวาดกลัวเขาก็เปลี่ยนกลับมาเป็นชายแก่ใจดีธรรมดาๆ พร้อมกับพูดยิ้มๆ “ท่านปู่หลิน..ข้ากับหลินเมิ่งหาน..” หลิงหยุนนั้นไม่ได้เกรงกลัวอำนาจบารมีของหลินหงจวินเลยแม้แต่น้อยแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่กลัวหลินหงจวินในฐานะที่เป็นปู่ของหลินเมิ่งหาน และได้แต่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ท่านปู่..”หลินเมิ่งหานเขินอาย และแสดงอาการไม่พอใจด้วยการกระทืบเท้าลงกับพื้น “เอาล่ะ..เอาล่ะ.. เขาจะส่งหลานสาวสุดที่รักของปู่ไปแคนาดาทั้งที แต่ปู่กลับไม่สามารถตำหนิอะไรเขาได้เลยสินะ..” และดูเหมือนว่าหลินเมิ่งหานคงจะบอกกับทุกคนที่บ้านหมดแล้วเกี่ยวกับเรื่องที่เธอจะต้องเดินทางไปต่างประเทศในเร็วๆนี้ “ท่านปู่..ถ้าท่านปู่ยังพูดเรื่องนี้อีก หนูจะไม่สนใจท่านปู่แล้ว และจะทิ้งท่านปู่ไว้ที่นี่คนเดียว!” หลินเมิ่งหานเขินอายจนต้องยื่นคำขาดกับหลินหงจวิน.. “เฮ้อ..ก็ได้ๆ ปู่จะไม่พูดอะไรอีกแล้ว!” จากนั้นหลินหงจวินก็หันไปมองหนิงหลิงยู่พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และเปี่ยมไปด้วยเมตตา “ส่วนสาวน้อยคนนี้..เธอคงจะเป็นหลิงยู่สินะใช่มั๊ย” หนิงหลิงยู่ยิ้มให้พร้อมกับพยักหน้า“ใช่ค่ะท่านปู่หลิน.. หนูคือหนิงหลิงยู่!” หลินหงจวินพยักหน้าที่เปี่ยมไปด้วยเมตตานั้นพร้อมกับเอ่ยชมหนิงหลิงยู่“หลิงยู่.. เจ้างดงามมากจริงๆ งดงามยิ่งกว่าเมิ่งหานของฉันเสียอีก!” หนิงหลิงยู่รีบปฏิเสธทันที“ท่านปู่หลินคะ.. หนูเทียบพี่เมิ่งหานไม่ได้หรอกค่ะ” จากนั้นหนิงหลิงยู่กับหลินเมิ่งหานก็หัวเราะออกมาพร้อมกันระหว่างนั้นหลิงหยุนจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า“ท่านปู่หลิน..รถจอดอยู่ที่ลานจอดรด้านนอก พวกเราไปกันเถอะครับ!”“ได้ๆ!”หลังจากตอบรับหลิงหยุนไปแล้วหลินหงจวินก็หันไปเรียกผู้ติดตามที่ยืนอยูด้านหลัง “เสี่ยวเฉิน..”เสี่ยวเฉินพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับตอบไปว่า“ครับท่าน..”“วันนี้ข้าจะอยู่กับหลานสาวตามลำพังเจ้าหยุดพักหนึ่งวันก็แล้วกัน!”เสี่ยวเฉินถึงกับนิ่งอึ้งไปและรีบตอบกลับไปว่า “แต่ว่านายท่าน..”“อะไรกันนี่เจ้ากลัวว่าหลานสาวของข้าจะทำร้ายข้าหรือยังไง? วันนี้เจ้าหยุดพักหนึ่งวัน นี่คือคำสั่ง!”เสี่ยวเฉินได้แต่รับคำเสียงเบา“ครับนายท่าน!”ทั้งหลินเมิ่งหานและหนิงหลิงยู่ได้เห็นก็อดที่จะนึกขันไม่ได้จากนั้นหลินหงจวิน หลินเมิ่งหาน และหนิงหลิงยู่ก็เดินไปที่จอดรถ ส่วนหลิงหยุนทำหน้าที่ถือกระเป๋าเดินตามหลัง..หลิงหยุนส่งหลินหงจวินกับหลินเมิ่งหานขึ้นรถและหลังจากที่เก็บกระเป๋าทั้งหมดไว้ท้ายรถเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปพูดกับหลินหงจวินว่า“ท่านปู่หลิน..ข้ายังต้องอยู่รับคนที่สนามบินต่อ คงไม่ได้กลับไปพร้อมกับท่าน..”หลินหงจวินพยักหน้า“ไม่เป็นไร.. ตามสบาย ข้ารู้ว่าช่วงนี้เจ้าเองก็คงจะยุ่งมาก!”มีหรือที่ชายชราจะไม่รู้พิธีเปิดบรษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นทั้งที แม้แต่เขายังมาร่วมงาน มีหรือที่คนใหญ่คนโตอื่นๆจะไม่มาร่วมงานนี้ด้วยจากนั้นหลิงหยุนจึงพูดขึ้นยิ้มๆ“ท่านปู่หลิน.. ได้โปรดอนุญาตให้ข้าสัมผัสท้ายทอยของท่านจะได้หรือไม่”หลินหงจวินถามขึ้นด้วยความงุนงง“สัมผัสท้ายทอยของข้างั้นรึ”แต่หลิงหยุนกลับไม่รอคำตอบมือซ้ายของเขายื่นออกไปสัมผัสท้ายทอยของหลินหงจวินทันที พร้อมกับเรียกยันต์บำบัดระดับสี่ออกมา และทำการสั่งให้ยันต์ออกฤทธิ์..เมื่อครั้งที่หลินหงจวินไปร่วมรบกับทหารแนวหน้าเขาเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ครั้งหนึ่ง และครั้งนั้นศรีษะของเขาก็ไปกระแทกเข้ากับศิลากลั่นวิญญาณ และเพราะอานุภาพของศิลาก้อนนั้น หลินหงจวินจึงสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ แต่นับจากนั้นมาที่ท้ายทอยของเขาก็จะมีแผลเป็นขนาดใหญ่ปรากฏอยู่!แต่ตอนนี้หลิงหยุนได้จัดการใช้ยันต์บำบัดลบรอยแผลเป็นที่ท้ายทอยของชายชราจนไม่เหลือร่องรอยใดๆแล้ว!หลินหงจวินรู้สึกเย็นวาบและรู้สึกเบาสบายไปทั่วทั้งศรีษะ เขาจึงเข้าใจได้ทันทีว่าหลิงหยุนกกำลังทำอะไรสองนาทีต่อมา..หลิงหยุนจึงถอนฝ่ามือออกจากท้ายทอยของหลินหงจวิน หลินหงจวินยกมือขึ้นลูบไล้ท้ายทอยของตนเอง และพบว่าแผลเป็นขนาดใหญ่นั้นได้หายไปแล้ว..เขาถึงกับตกใจและพูดขึ้นว่า“พ่อหนุ่ม.. เมื่อครั้งที่พ่อของเมิ่งหานกลับไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่คลินิกครั้งนั้นให้ข้าฟัง บอกตามตรงว่าข้าเองยังไม่อยากเชื่อ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉายาหมออมตะของเจ้านั้น ช่างสามคำร่ำลือยิ่งนัก!”หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงตอบไปว่า “ท่านปู่หลิน.. ข้าเป็นศิษย์คนเดียวของสำนักหมอสวรรค์ นี่เป็นเพียงแค่การรักษาเล็กน้อยที่ข้ามอบให้กับท่านในการพบกันครั้งแรก!”