ตอนที่ 625
บทที่ 1054: คำทำนาย!
October 22, 2026
ระหว่างทางที่ขับรถออกจากสนามบินนานาชาติจิงฉูไปยังหมู่บ้านในอ่าวจิงฉูนั้นฉินฉางชิงก็นั่งจับมือหนิงหลิงยู่มาตลอดทาง ทั้งคู่พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันมาตลอดทาง ต่างก็ถ่ายทอดความรักตลอดสิบแปดปีที่อยู่ในใจให้กันและกัน.. ส่วนหลิงหยุนนั้นทำหน้าที่ขับรถในขณะที่โม่วู๋เต้านั้น ตั้งแต่ขึ้นมาบนรถเขาก็เอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งได้มาใหม่ โดยไม่สนใจผู้ใด หรือสิ่งใดรอบตัวเลยแม้แต่น้อย.. สี่สิบนาทีผ่านไป..รถของหลิงหยุนก็มาจอดอยู่หน้าบ้านเลขที่-9 แต่ประตูรั้วถูกล็อคไว้ หลิงหยุนจึงเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูภายในบ้าน และพบว่าฉินตงเฉี่วยไม่ได้อยู่ภายในบ้าน.. ‘หรือน้าหญิงจะรู้ว่าท่านปู่ฉินจะมาหานางที่บ้านก็เลยรีบหลบหน้าไปก่อน!’ แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็แสร้งทำเป็นเปิดกระจกรถลงและร้องตะโกนออกไป”” “น้าหญิง.. พวกเรากลับมาแล้ว เปิดประตูให้พวกเราด้วย!” แต่กลับคิดไม่ถึงว่าฉินฉางชิงซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังกับหนิงหลิงยู่จะหัวเราะออกมา และพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน..เจ้าไม่จำเป็นต้องแสดงละครหลอกข้า เจ้าฝึกมาถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่รู้เชียวรึว่าในบ้านไม่มีผู้ใดอยู่” “เอ่อ..” หลิงหยุนถึงกับอ้ำอึ้งและได้แต่หน้าแดงด้วยความอับอายที่ถูกฉินฉางชิงจับได้.. ฉินฉางชิงอยู่ในขั้นเซียงเทียน-7แน่นอนว่าย่อมสามารถได้ยินไปไกลเป็นร้อยเมตร เหตุใดจึงจะไม่ได้ยินว่าภายในบ้านนั้นไม่มีคนอยู่เล่า หนิงหลิงยู่ก็เช่นกัน..นับวันจิตหยั่งรู้ของเธอก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น จึงรู้ว่าฉินตงเฉี่วยไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่โชคดีที่หนิงหลิงยู่มีกุญแจบ้านจึงรีบร้องบอกว่า “ท่านปู่คะ..หลานมีกุญแจ เดี๋ยวหลานจะไปเปิดประตูให้เอง!” ฉินฉางชิงปล่อยมือหนิงหลิงยู่พร้อมกับพูดขึ้นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู“ได้สิ.. จะได้เข้าไปนั่งคุยกันในบ้านสบายๆ!” ดูเหมือนฉินตงเฉี่วยจะตั้งใจให้ฉินฉางชิงมาเก้อ.. หลังจากหนิงหลิงยู่เปิดประตูรั้วแล้วหลิงหยุนก็ค่อยๆขับรถเข้าไปจอดภายในบ้าน และทันทีที่ลงจากรถ โม่วู๋เตาก็พูดขึ้นว่า “หลิงหยุน..บรรยากาศที่นี่ดีมากทีเดียว ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย!” โม่วู๋เตานั้นรู้ว่าทั้งผู้เป็นตาหลานสาว และหลานชาย ต่างก็ไม่ได้พบหน้าคร่าตากันมานาน เขาจึงต้องการให้ทุกคนได้นั่งพูดคุยกันในบ้านได้อย่างสะดวกโดยไม่มีคนนอก.. และเพียงแค่พริบตาเดียวร่างของหนิงหลิงยู่ก็ไปปรากฏอยู่หน้าฉินฉางชิงแต่ฉิงฉางชิงกลับไม่รู้สึกแปลกใจนัก เพราะเรื่องของหนิงหลิงยู่กับหลิงหยุนนั้น เขาได้รู้มาจากปากของป้าเม่ยก่อนแล้ว.. หนิงหลิงยู่ใช้วิชาตัวเบากระโดดไปยืนข้างฉินฉางชิงและจูงมือของเขาพาเข้าไปในบ้านทันที หนิงหลิงยู่พาฉินฉางชิงไปนั่งลงบนโซฟาด้วยกัน ส่วนหลิงหยุนนั้นยืนอยู่ข้างๆ ฉินฉางชิงดึงหนิงหลิงยู่เข้าไปใกล้ๆอีกครั้งเขาจ้องมองดวงตาของหนิงหลิงยู่ที่เวลานี้รื้นไปด้วยน้ำตามอีกครั้ง แล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ “หลายปีมานี้..ข้าคงทำให้พวกเจ้าต้องอยู่อย่างยากลำบากมากเลยสินะ!” หลิงหยุนรีบบอกหนิงหลิงยู่ผ่านกระแสจิต-หลิงยู่.. ทำการคาราวะท่านตาเร็วเข้า!–นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงหลิงยู่ได้พบกับคนในตระกูลฉินเป็นครั้งจึงยังไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติ หลังจากที่หลิงหยุนเอ่ยเตือน เธอจึงรีบลุกขึ้นยืนตรงหน้าฉินฉางชิง และคุกเข่าทำการคาราวะทันที..“หลิงยู่คาราวะท่านปู่..”จากนั้นหนิงหลิงยู่ก็ทำการโขกศรีษะลงกับพื้นสามครั้งฉินฉางชิงก็ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง..ฉินฉางชิงรีบเอื้อมมือไปดึงหนิงหลิงยู่ให้ลุกขึ้นและพูดขึ้นว่า “หลานตา.. เจ้าไม่จำเป็นต้องโขกศรีษะเลย แล้วนี่เจ้าเจ็บมากมั๊ย”“ท่านปู่..หลานไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย!”“หลิงหยุนคาราวะท่านปู่ฉิน..”หลังจากที่หนิงหลิงยู่คาราวะฉินฉางชิงแล้วหลิงหยุนก็ทำการคาราวะต่อ เพราะอย่างน้อยฉินจิวยื่อก็เลี้ยงดูเขามานานถึงสิบแปดปี จึงสมควรที่เขาจะต้องคุกเข่าคาราวะฉินฉางชิงแต่หลิงหยุนโขกศรีษะไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นฉินฉางชิงก็พูดขึ้นว่า “แค่คุกเข่าก็เพียงพอแล้ว.. ลุกขึ้นๆ”ฉินฉางชิงนั้นไม่อาศัยความอาวุโสของตนเองบีบคั้นให้หลิงหยุนต้องคุกเข่าอยู่นาน แต่กลับรีบก้มลงประคองหลิงหยุนขึ้นมาเช่นเดียวกันกับหนิงหลิงยู่ หลิงหยุนเองได้แต่คิดในใจว่า‘ท่านปู่ฉินเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุมีผลน่านับถือยิ่งนักเหตุใดน้าหญิงยังต้องหลบหน้าหลบตาท่านปู่เช่นนี้!’จากนั้นหลิงหยุนจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า“ท่านปู่ฉิน.. ท่านกับหลิงยู่อยู่คุยกันไปก่อน ข้าจะออกไปตามน้าหญิง!”แต่ฉินฉางชิงกลับหัวเราะเสียงดังพร้อมกับโบกมือห้าม“ไม่จำเป็นหรอก! เพราะเรื่องของแม่เจ้า ทำให้น้าหญิงของพวกเจ้ายังคงขุ่นเคืองใจข้า เจ้าไม่ต้องออกไปตามหานางหรอก และต่อให้เจ้าหานางพบ นางก็ไม่กลับมากับเจ้าแน่..”ฉินฉางชิงนั้นรู้จักลูกสาวและเข้าใจความรู้สึกของนางเป็นอย่างดี.. และได้ร้องบอกหลิงหยุนว่า“หลิงหยุน..เจ้านั่งลงก่อน!”หลังจากที่หลิงหยุนนั่งลงฉินฉางชิงก็กระแอมเบาๆ แล้วจึงพูดขึ้นว่า..“หลิงหยุน..จิวยื่อเลี้ยงดูเจ้ามาสิบแปดปี เจ้าจึงนับว่าเป็นคนของตระกูลฉินเช่นกัน ข้าในฐานะผู้ที่อาวุโสที่สุดของตระกูลฉิน มีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้าสักหน่อย..”ฉินฉางชิงในฐานะผู้นำตระกูลที่มีสิทธิ์พูด และทำอะไรก็ได้ หลิงหยุนจึงตอบกลับไปยิ้มๆ“ท่านปู่ฉิน..เชิญท่านพูดออกมาได้เลย!”ฉินฉางชิงหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน.. เมื่อครั้งที่อยู่บนเขาหลงหู่นั้น เจ้าได้สู้กับศิษย์จากหลายสำนัก หลายคนถูกเจ้าสังหาร และหลายคนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เรื่องนี้ได้ร่ำลือกันไปทั่วทั้งยุทธภพแล้ว..”เรื่องที่ฉินฉางชิงรู้นั้นหลิงหยุนไม่ได้นึกแปลกใจเพราะครั้งนั้นมีทั้งเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง กระบี่คุนหลุน สำนักดาบเทวะ และสำนักอื่นๆอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่รอดชีวิต..“ท่านปู่ฉิน..ท่านกล่าวเกินไป ครั้งนั้นข้าเพียงแค่โชคดีเท่านั้น!” Aileen-novelฉินฉางชิงพยักหนาแต่ดวงตาคมกริบนั้นกลับจับจ้องอยู่ที่หลิงหยุน พร้อมกับพูดขึ้นว่า