ตอนที่ 626
บทที่ 1055: พบเจอศัตรูคู่แค้น!
October 22, 2026
แต่ท้ายที่สุดฉินฉางชิงก็ได้บอกวันเดือนปีเกิดของนางฉินจิวยื่อให้หลิงหยุนรู้.. หลิงหยุนขับรถออกจากบ้านด้วยใจที่นักอึ้ง..เขาตรงไปรับโม่วู๋เตาที่รออยู่ตรงถนนด้านนอก และทันทีที่โม่วู๋เตาขึ้นไปนั่งข้างหลิงหยุน เขาก็ร้องถามออกมาว่า “หลิงหยุน..เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ สีหน้าของเจ้าดูเปลี่ยนไป.. นี่เจ้าถูกตาเฒ่านั่นดุมารึ?” หลิงหยุนตอบกลับเสียงห้วน“โม่วู๋เตา.. ถ้าเจ้าหุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ก็คงไม่มีใครคิดว่าเจ้าเป็นใบ้หรอกนะ!” หลิงหยุนได้แต่คิดว่าตระกูลฉินมีความลับอะไรกันแน่และเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลฉินเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว? เหตุใดฉินจิวยื่อจึงต้องรู้สึกผิด? แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับสำนักกระบี่เทวะ? หากเกิดเรื่องไม่ดีกับนางฉินจิวยื่อขึ้นเขาก็คงไม่รีรอที่จะจัดการกับสำนักกระบี่เทวะเพื่อช่วยนางกลับมาอย่างแน่นอน! หลิงหยุนครุ่นคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ..เขาจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรดี อย่าว่าแต่นางฉินจิวยื่อเลย ตอนนี้แม้แต่หลิงเสี่ยวก็ยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนแม่แท้ๆของเขาก็ยังถูกกักขังไว้อยู่ที่ใดที่หนึ่งในพรรคมาร และไม่ได้รับอิสรภาพมาถึงสิบแปดปี! แต่เขาคงจะต้องค่อยๆแก้ไขไปทีละเรื่อง.. บริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นเปิดทำการทั้งทีแต่หลิงลี่กลับไม่มาร่วมแสดงความยินดี เพียงแค่ส่งเหล่ากุ่ยกับหลิงซิ่วมาเท่านั้น แต่นั่นก็สามารถทำให้หลิงหยุนเข้าใจได้เป็นอย่างดีแล้วว่า ตระกูลหลิงยังไม่กล้าเคลื่อนไหวใดๆ และกำลังรอคอยการกลับไปของเขาอยู่! และตราบใดที่หลิงหยุนสามารถหาหลิงเสี่ยวซึ่งเป็นพ่อแท้ๆพบตระกูลหลิงก็จะไม่ต้องทนอยู่แบบไม่กล้าขยับตัวทำอะไรเช่นนี้อีก! เมื่อคิดได้เช่นนี้..หลิงหยุนจึงรีบเหยียบคันเร่งออกไปด้วยความเร็วสูง โม่วู๋เตาถึงกับรีบยกมือขึ้นปิดตาพร้อมกับร้องตะโกนออกไปด้วยความตกใจ “เจ้าขับช้าๆกว่านี้ก็ได้..หัวใจของข้าจะหยุดเต้นแล้ว!” หลิงหยุนไม่สนใจโม่วู๋เตา..และเท้าที่เหยียบอยู่บนคันเร่งนั้น ก็ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเข้าสู่ตัวเมืองจิงฉู หลิงหยุนจึงค่อยๆลดความเร็วลง และร้องบอกโม่วู๋เตา.. “ท่านแม่ของมีข้าชื่อว่าฉินจิวยื่อและวันเดือนปีเกิดของนางก็คือ…” “เวลานี้นางอยู่ที่สำนักกระบี่เทวะบนเขาเทียนซันเจ้าช่วยทำนายดวงชะตาของนางให้ข้าฟังด้วย..” โม่วู๋เตาซึ่งกำลังเวียนศรีษะและทำท่าจะอาเจียนจึงตอบกลับไปว่า “เจ้ามีรูปภาพของนางหรือไม่ หากมีรูปภาพให้ข้าดูประกอบ ก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้น” “หลิงยู่น่าจะมี!รอกลับไปข้าจะให้นางนำมาให้เจ้าดู..” ระหว่างนั้นโม่วู๋เตาก็รีบร้องบอกหลิงหยุนว่า“หลิงหยุน.. นี่ก็เกือบจะบ่ายสามแล้ว พวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนไม่กว่ารึ ตอนนี้ข้าหิวจนตาลายแล้ว..” “ก็ดี..” หลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยหลิงหยุนกับโม่วู่เตาก็กลับไปยังบ้านเลขที่-1 และเมื่อพบหน้าเกาเฉินเฉินหลิงหยุนจึงร้องถามไปว่า “เฉินเฉิน..พี่ใหญ่ของคุณมาถึงหรือยัง” “หลิงหยุน..นายเพิ่งกลับมาถึง คงจะเหนื่อยมากเลยสินะ! นั่งลงเร็วเข้า ฉันจะช่วยนวดไหล่ให้..” การนวดของเกาเฉินเฉินไม่เพียงทำให้หลิงหยุนอารมณ์ดีขึ้นมากแต่ยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดภายในใจของเขาอีกด้วย.. “พี่ใหญ่เพิ่งจะโทรมาบอกว่า..อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะมาถึงแล้ว!” “อ่อ..ถ้างั้นเราคงต้องรอเทียนหลงอีกพักใหญ่เลยสินะ!” หลิงหยุนหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาตี้เสี่ยวอู๋สอบถามเรื่องของเหล่ากุ่ยกับหลิงซิ่ว ตี้เสี่ยวอู๋รายงานว่าตนกับเหล่ากุ่ยนั้นอยู่ด้วยกัน ส่วนหลิงซิ่วนั้นพักอยู่ที่โรงแรมไคเฉวียน.. “พี่หยุน..แต่หลิงซิ่วฝากบอกกับพี่ว่าถ้าพี่ว่างแล้ว เย็นๆให้แวะไปหานางด้วย!” เกาเฉินเฉินที่นั่งฟังอยู่จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย“หลิงหยุน.. หลิงซิ่วคนนี้เป็นคนของตระกูลหลิงที่ปักกิ่งใช่มั๊ย” หลิงหยุนตอบกลับมาด้วยเสียงนิ่งเรียบ“เฉินเฉิน.. อย่าเพิ่งถามอะไรผมตอนนี้ รอให้กลับไปปักกิ่งก่อน แล้วผมจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้คุณฟัง..” หลิงหยุนรู้ว่าการกลับไปปักกิ่งครั้งนี้ย่อมหมายถึงการเข่นฆ่าที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อถึงตอนนั้น.. เขาก็คงจะไม่จำเป็นต้องปิดบังฐานะของตนเองอีกต่อไป.. หนึ่งชั่วโมงต่อมา.. รถคนหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านและด้วยจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุน เขาจึงรู้ว่าผู้ที่มาเยือนก็คือเกาเทียนหลงนั่นเอง.. “เฉินเฉิน..พี่ใหญ่ของคุณมากแล้ว ออกไปต้อนรับเขาด้วยกันดีกว่า!” หลิงหยุนกับเกาเฉินเฉินเดินออกจากห้องรับแขกพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้เกาเทียนหลงขับรถเข้ามาในบ้านหลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้ว..เกาเทียนหลงก็เดินลงมาจากรถ และชาวต่างชาติผู้หนึ่งก็ก้าวตามลงมาด้วย..“มาร์ควิสเอ็ดเวิร์ด..ทำความเคารพเจ้านาย!”เมื่อครั้งที่หลิงหยุนจะเดินทางกลับจากปักกิ่งนั้นเขาได้รับปากเกาจิ้นสงว่า จะให้แวมไพร์ที่แข็งแกร่งที่สุดคอยคุ้มครองเกาเทียนหลง และแวมไพร์ตนนั้นก็คือมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดนั่นเอง..เกาเทียนหลงเป็นผู้สืบทอดตระกูลเกาเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่เวลานี้หลิงหยุนจึงจำเป็นต้องเลือกแวมไพร์ที่เก่งกาจที่สุดไว้คอยคุ้มครองดูแลเขา..หลิงหยุนยิ้มให้กับมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดพร้อมกับถามขึ้นว่า“เอ็ดเวิร์ด.. เวลานี้เจ้าอยู่ระดับใดแล้ว”“เจ้านายที่เคารพ..ข้าอยู่ในระดับสูงสุดขั้นมาร์ควิส และอีกไม่นานก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นดยุคได้แล้ว..”“เอาล่ะ..เข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า”ทั้งสี่คนเข้าไปในห้องรับแขก..หลิงหยุนเห็นมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดยังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังตนเองไม่ยอมเข้ามานั่ง จึงหันไปบอกว่า“เอ็ดเวิร์ด..เจ้านั่งลงได้!”มาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดโค้งคำนับแบบชาวตะวันตกพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้านาย.. ข้าประสงค์ยืนอยู่ด้านหลังท่านมากกว่า!”หลิงหยุนไม่รบเร้าเอ็ดเวิร์ดอีกและหันไปพูดกับเกาเทียนหลงแทน “พี่เมีย.. เห็นเจ้ามาถึงอย่างปลอดภัยเช่นนี้ แสดงว่าทุกคนที่อยู่ปักกิ่งก็คงจะสบายดีสินะ”เกาเทียนหลงได้ยินหลิงหยุนจงใจเรียกเขาว่า‘พี่เมีย’ เช่นนั้น จึงรีบหันไปมองน้องสาวพร้อมกับถามขึ้นด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป“เฉินเฉิน..นี่พวกเจ้าสองคน.. เรียบร้อยแล้วรึ..!”เกาเฉินเฉินถึงกับหน้าแดงและรีบตอบกลับไปทันที “พี่ใหญ่.. พูดบ้าอะไรกัน!”หลิงหยุนหัวเราะเสียงดัง“ฮ่า.. ฮ่า.. ข้าก็เรียกไว้ล่วงหน้าไงล่ะ! เจ้าต้องตื่นเต้นถึงเพียงนี้เชียวรึ”เกาเทียนหลงหันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“หลิงหยุน.. เจ้าอย่าได้รังแกน้องสาวของข้าเชียว! ไม่เช่นนั้นข้าฆ่าเจ้าแน่!”หลิงหยุนรีบโบกมือปฏิเสธพร้อมกับตอบไปว่า“ข้าไม่เคยรังแกนาง.. มีแต่นางรังแกข้าต่างหากเล่า!”เกาเฉินเฉินรีบโวยวายทันที“เปลี่ยนเรื่องคุยกันได้แล้ว! เลิกคุยเรื่องของฉันสักที!”เกาเทียนหลงจึงหันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับตอบคำถามเมื่อครู่ของเขา“ทุกคนสบายดี! ผ่านไปหนึ่งเดือนทุกคนในตระกูลเกาดูเหมือนจะเริ่มควบคุมตัวเองได้มากขึ้น..”“แสดงว่าทุกคนต่างก็พ้นขีดอันตรายแล้วสินะ!”เกาเทียนหลงพยักหน้า..“ถูกต้อง..!”จากนั้นสีหน้าของเกาเทียนหลงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังพร้อมพูดขึ้นด้วยความซาบซึ้งใจ “หลิงหยุน.. ขอบใจเจ้ามาก!”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมและตอบกลับไปว่า“เอาล่ะ.. เจ้าขับรถมาเกือบทั้งวันแล้ว คงจะเหนื่อยมาก ดื่มน้ำดื่มท่าแล้วเข้าไปพักผ่อนจะดีกว่า..”หลิงหยุนจัดการรินชาลงไปในถ้วยของเกาเทียนหลงหลังจากเกาเทียนหลงยกถ้วยชากระดกเข้าปากแล้ว ก็รีบลุกขึ้นยืนและถามขึ้นว่า“ได้ยินว่าเวลานี้เฉินเจี้ยนกุ่ยอยู่ที่บ้านของเจ้าพาข้าไปพบกับมันหน่อยจะได้หรือไม่”หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่คิดว่าเกาเทียนหลงคงจะร้อนใจมากน่าดู และคงแทบอยากจะฉีกอกเฉินเจี้ยนกุ่ยแก้แค้นให้สาสม..“ย่อมได้..ข้าจะพาเจ้าไปเดี๋ยวนี้!”หลิงหยุนลุกขึ้นยืนแล้วทั้งสามคนก็เดินตรงไปที่ห้องเก็บของในสวนหลังบ้าน ซึ่งใช้เป็นที่กักขังนักโทษทั้งห้าคน – โอรสพรรมารซือกงวู่จี๋ นักบวชเลี่ยยื่อแห่งเขาหลงหู่ เฉินเจี้ยนกุ่ย เฉินเซิน และไห่ซาน..นักโทษทั้งห้าล้วนแล้วแต่ยังมีประโยชน์กับหลิงหยุนทั้งสิ้นเขาจึงยังไม่สังหารพวกมันแม้แต่คนเดียว!“เฉินเจี้ยนกุ่ย..เจ้าคนชั่วช้าสารเลว!”ทันทีที่เกาเทียนหลงเห็นร่างที่ไร้ขาของเฉินเจี้ยนกุ่ยเขาก็ถึงกับดวงตาแดงก่ำ และตรงเข้าไปเตะร่างของมันอย่างแรง!ร่างของเฉินเจี้ยนกุ่ยกระเด็นลอยออกจากประตูห้องเก็บของและยังไม่ทันที่จะร่วงลงกับพื้น เกาเทียนหลงก็ตรงเข้าไปเตะซ้ำอีกครั้ง..เกาเทียนทั้งเตะทั้งต่อยเฉินเจี้ยนกุ่ยจนหนำใจจึงยอมหยุด..การได้เผชิญหน้ากับศัตรูคู่แค้นอีกครั้งของเกาเทียนหลงนั้นเขาได้กระทำในบางสิ่งบางอย่างที่แม้แต่เกาเฉินเฉินเองก็ไม่กล้าเช่นกัน