ตอนที่ 632
บทที่ 1061 : เงาธนู!
October 22, 2026
ในเย็นวันเดียวกันนั้น.. หลิงหยุนเดินเข้าไปภายในสวนสมุนไพรของบ้านเลขที่-1ซึ่งเวลานี้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเองก็กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะ และเตรียมตัวที่จะฝึกวิชาพฤกษาขจีอยู่พอดี.. เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเห็นหลิงหยุนเดินเข้ามาจึงรีบร้องบอกว่า “หลิงหยุน.. นายอย่ารบกวนการฝึกวิชาของฉันล่ะ!” จากนั้นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็หลับตาลงและเริ่มฝึกฝนวิชาพฤกษาขจีอย่างจริงจัง ต้นสมุนไพรตรงหน้าเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเริ่มมีสีเขียวเข้มมากขึ้นกว่าเดิม.. เบญจธาตุทั้งห้าในร่างกายของเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นธาตุไม้นับว่าเด่นที่สุด ไม่เช่นนั้นหลิงหยุนคงจะไม่สอนวิชาพฤกษาขจีให้กับนาง.. หลิงหยุนเลือกที่จะสอนวิชาให้เหมาะสมกับธาตุในร่างกายของคนผู้นั้นอีกทั้งเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเองก็เป็นเด็กสาวจากเผ่าเหมี่ยวเจียง ที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางขุนเขาหลายพันลูก และรายล้อมด้วยแมกไม้นานาพรรณมาตั้งแต่เยาว์วัย ร่างกายจึงได้ดูดซับเอาพลังชีวิตธาตุไม้เข้าไปเป็นเวลานาน.. เหมี่ยวเสี่ยวเหมาปลดปล่อยพลังชีวิตในร่างกายของตนเองออกจากร่างและควบคุมพลังเหล่านั้นให้ห่อหุ้มต้นสมุนไพรตรงหน้า และทุกครั้งที่นางปลดปล่อยพลังชีวิตออกมานั้น ต้นไม้ตรงหน้าก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป.. แต่สิ่งเดียวที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมายังทำไม่ได้ก็คือการฉีดพลังชีวิตเข้าไปในต้นไม้โดยตรง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ต้นไม้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างทันตาเห็น แต่ถึงกระนั้น..เพียงแค่ปลดปล่อยพลังชีวิตห่อหุ้มต้นไม้ไว้ได้ ก็ทำให้ใบของมันเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม และเป็นมันวาวได้แล้ว! เหมี่ยวเสี่ยวเหมาพยายามจนเหงื่อตกแต่ก็ไม่สามารถฉีดพลังชีวิตเข้าไปในต้นไม้โดยตรงได้.. หลิงหยุนซึ่งยืนดูอยู่เงียบๆมานานจึงพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเหมา.. คุณกลัวชุดที่สวมใส่สกปรกเลอะเทอะ จนถึงกับไม่กล้านั่งฝึกวิชาพฤกษาขจีบนพื้นดิน แต่กลับต้องมีเบาะมารอง การทำเช่นนี้บ่งบอกว่าคุณกำลังทำตัวสูงส่งกว่าต้นไม้ใบหญ้า..” “และการที่คุณไม่สามารถฉีดพลังชีวิตเข้าไปในต้นไม้ได้นั้นก็เพราะพวกมันไม่ยอมรับคุณไงล่ะ..” “คุณต้องรู้ว่าต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นล้วนแล้วแต่เกิดจากผืนดิน เจริญเติบโตได้ก็เพราะผืนดิน..” “คุณอยากจะเร่งการเจริญเติบโตของต้นไม้ใบหญ้าแต่กลับไม่ยอมลดตัวลงไปอยู่ระดับเดียวกับพวกมัน เช่นนี้แล้วจะให้พวกมันยอมรับคุณได้อย่างไรกัน” “วิชาพฤกษาขจีนั้นมีทั้งหมดสิบขั้น..เวลานี้คุณได้เข้าสู่ขั้นที่สามแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงแค่ขั้นเริ่มต้นเท่านั้น ในขั้นนี้คุณจะสามารถสื่อสารกับต้นไม้ใบหญ้าได้ และสามารถใช้พลังชีวิตกระตุ้นการเจริญเติบโตของพวกมันได้..” “ขั้นที่หนึ่งถึงขั้นที่สามนั้น..ผู้ฝึกจะสามารถสื่อสารกับเหล่าพฤกษาได้ในระยะใกล้ๆเพียงไม่กี่ต้น” “ขั้นที่สี่ถึงขั้นที่หกนั้น..จะสามารถสื่อสารกับเหล่าพฤกษาได้ในวงกว้างมากขึ้น และอัตราเร่งการเจริญเติบโตก็จะสูงขึ้นตามด้วย ” “แต่นับจากขั้นที่เจ็ดขึ้นไปนั้นจะแตกต่างจากขั้นที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง..” “ขั้นที่เจ็ดของวิชาพฤกษาขจีนั้นมีชื่อว่า – แค่คิดก็เบ่งบาน!” “ขั้นที่แปดนั้นมีชื่อว่า – ปลุกชีวิตจากความตาย! “และขั้นที่เก้ามีชื่อว่า– จักรพรรดิแห่งพืชพรรณ!” “แค่คิดก็เบ่งบานนั้นหมายถึงผู้ที่ฝึกถึงขั้นนี้นั้นเพียงแค่คิดถึงดอกไม้ ดอกไม้ก็จะเบ่งบาน เพียงแค่คิดถึงผลไม้ ผลไม้ก็จะออกผล..” “ส่วนปลุกชีวิตจากความตายนั้นยกตัวอย่างเช่นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ ผู้ที่ฝึกถึงขั้นนี้จะสามารถทำให้ไม้ตายเหล่านั้นแตกหน่อได้..” “และผู้ที่ฝึกถึงขั้นที่มีชื่อว่าจักรพรรดิแห่งพืชพรรณนั้นจะสามารถสื่อสารกับพฤกษาได้ทั่วโลก และสามารถทำให้พวกมันเชื่อฟังได้..” เสี่ยวเม่ยหนิงที่เข้ามายืนฟังอยู่ด้วยนั้นรีบถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที“พี่หลิงหยุน..แล้วขั้นที่สิบล่ะ”หลิงหยุนโบกไม้โบกมือพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ไม่มีบันทึกไว้.. คาดว่าผู้ที่ฝึกถึงขั้นนั้นจะสามารถรู้ได้ด้วยตัวเอง..”จากนั้นหลิงหยุนก็ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นดินและเริ่มใช้วิชาพฤกษาขจีเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพรรอบตัวทันที เมื่อสมุนไพรเติบโตเต็มที่แล้ว หลิงหยุนจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับสั่งเหมี่ยวเสี่ยวเหมาว่า“คุณช่วยจัดการเก็บสมุนไพรที่โตเต็มวัยให้หมดด้วยพรุ่งนี้ผมจะเริ่มกลั่นโอสถแล้ว..”จากนั้นหลิงหยุนก็เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่สนใจสองพี่น้องอีกเลยเขาเดินตรงเข้าไปยังห้องออกกำลังกายที่เวลานี้มีกระสอบสมุนไพรอยู่เต็มไปหมด และสมุนไพรเหล่านี้ก็ได้ดูดซับเอาพลังชีวิตเข้าไปเป็นเวลานานมากแล้ว หลิงหยุนจะใช้มันสำหรับกลั่นโอสถ และปลุกเสกยันต์..ในมุมหนึ่งของห้องออกกำลังกายนั้นมีกองอาวุธหลากหลายชนิดวางเรียงรายอยู่ และหลักๆก็จะเป็นกระบี่ อาวุธเหล่านี้เป็นอาวุธที่หลิงหยุนได้จากยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนที่บุกเข้ามาในบ้านคืนนั้น และหลิงหยุนตั้งใจไว้ว่าจะนำอาวุธเหล่านี้มาหลอมเพื่อสร้างอาวุธใหม่ของตนเอง..หลิงหยุนใช้เนตรหยิน-หยางสำรวจอาวุธที่กองอยู่ทั้งหมดและพบว่าบางชิ้นก็ทำด้วยทองคำ บางชิ้นก็ทำด้วยเงิน หรือไม่ก็ตะกั่ว และโลหะทั้งสามก็ล้วนแล้วแต่เป็นโลหะหายากทั้งสิ้น!“เอาล่ะ..ข้าจะใช้อาวุธกองนี้สร้างกระบี่เหินขึ้นมา!”ในเมื่อเข้าสู่ขั้นปฐมชี่แล้วหลิงหยุนก็สามารถสร้างของวัตถุต่างๆด้วยตนเองได้แล้ว เขาจึงต้องการสร้างกระบี่เหินก่อนที่จะออกเดินทางไปปักกิ่ง ครั้งนี้หลิงหยุนจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่าครั้งก่อน..…….เช้าวันต่อมา..หลิงหยุนก็เรียกไป๋เซียนเอ๋อ เหมี่ยวเสี่ยวเหมา และโม่วู๋เตาให้มาช่วยเขาทำการกลั่นโอสถ และปลุกเสกยันต์ตลอดสามวันโดยไม่ออกไปข้างนอกเลย..ในเมื่อวัตถุดิบพร้อมอุปกรณ์พร้อม และกำลังคนพร้อมเช่นนี้ ในเวลาสามวันหลิงหยุนก็สามารถกลั่นโอสถหยิน-หยางได้ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเม็ด โอสถปราณมังรหนึ่งร้อยเม็ด และโอสถสำหรับชำระล้างไขกระดูกอีกหนึ่งร้อยห้าสิบเม็ด..ระหว่างที่รอให้โอสถต่างๆสำเร็จเสร็จสิ้นนั้น หลิงหยุนก็ได้ใช้เวลาช่วงที่รอทำการปลุกเสกยันต์ชนิดต่างๆ ได้อีกนับพันแผ่น และยันต์แต่ละชนิดนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นยันต์ระดับหกทั้งสิ้น..…..สามวันต่อจากนั้น..หลิงหยุนได้เรียกอาวุธทั้งหมดที่กองอยู่ในห้องออกกำลังกายเข้าไปในแหวนพื้นที่จากนั้นจึงได้ออกไปที่โรงงานหลอมเหล็กพร้อมกับไป๋เซียนเอ๋อหลิงหยุนกับไป๋เซียนเอ๋อไปถึงโรงงานหลอมเหล็กแถบชานเมืองด้านใต้ของจิงฉูตั้งแต่เช้าโรงงานหลอมเหล็กแห่งนี้ถังเมิ่งได้ซื้อกิจการไว้ก่อนที่จะทำการเปิดบริษัทเทียนตี้เสียอีก..“ผู้จัดการหลี่..ไม่ทราบว่าประธานถังสั่งให้คุณเตรียมวัตถุดิบไว้แล้วหรือยัง”“คุณหลิง..ผมได้เตรียมเหล็กจำนวนห้าตันไว้ให้แล้วครับ และตอนนี้เตาหลอมก็พร้อมแล้ว..”“ดีมาก..พาผมไปได้เลย!”หลิงหยุนไม่ต้องการพูดมากให้เสียเวลาเพราะเขาเองก็มีเวลาค่อนข้างจำกัด เมื่อไปถึงหน้าเตาหลอม หลิงหยุนก็ได้บอกกับผู้จัดการว่าเขาต้องการเตาหลอมแบบใหน อย่างไร?หลังจากที่ได้ตามที่ต้องการแล้วหลิงหยุนก็สั่งให้ทุกคนออกไป แล้วจึงหันไปบอกกับไป๋เซียนเอ๋อว่า“เซียนเอ๋อ..เริ่มงานได้แล้ว!”หลิงหยุนเริ่มด้วยการหลอมเหล็กทั้งห้าตันและด้วยพลังของหลิงหยุนเวลานี้ เขาสามารถออกแรงยกเหล็กโยนเข้าเตาหลอมได้อย่างสบายโดยไม่ต้องอาศัยรถยก..อุณหภูมิภายในเตาหลอมนั้นสูงมากแต่หลิงหยุนกับไป๋เซียนเอ๋อกลับไม่รู้สึกอะไร และหลังจากหลอมเหล็กห้าตันเสร็จแล้ว หลิงหยุนก็ได้แต่บ่นพึมพำ Aileen-novel