ตอนที่ 643
บทที่ 1072 : หลิงเจิ้น – หลิงห่าว!
October 22, 2026
ระหว่างที่หลิงหยุนกับโม่วู๋เตารีบร้อนมาที่คฤหาสน์ตระกูลหลิงเพื่อมาคำนวนหาที่ซ่อนตัวของหลิงเสี่ยวอยู่นั้น ในสถานที่อีกแห่งหนึ่งภายในปักกิ่ง ก็มีคนคู่หนึ่งกำลังสนทนากันอยู่เช่นกัน บนถนนวงแหวนที่สาม..ภายในบ้านหรูหราใหญ่โตหลังหนึ่ง คนสองคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่บนโซฟาภายในห้องรับแขก ซึ่งก็คือหลิงเจิ้นผู้นำตระกูลหลิงคนปัจจุบันและลูกชายคนโตของเขา – หลิงห่าว.. บ้านที่หรูหราใหญ่โตนี้เป็นบ้านที่หลิงห่าวซื้อไว้อยู่เองและเพื่อใช้เป็นสถานที่หาความสุขให้กับตนเองได้อย่างตามใจชอบ.. หลิงเจิ้นเข้ามานั่งอยู่ในบ้านหลังนี้นานแล้วแต่ตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้ เขาเองก็ยังไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว และเอาแต่นั่งนิ่งจ้องมองหลิงห่าวโดยไม่พูดไม่จา.. ส่วนหลิงห่าวเองก็ได้แต่นั่งนิ่งเงียบเช่นกัน.. แต่ในที่สุดหลิงห่าวก็อดรนทนไม่ได้จนต้องเป็นฝ่ายถามขึ้นว่า“ท่านพ่อ.. ท่านมาหาข้ากลางดึกเช่นนี้มีอะไรงั้นรึ” แต่หลิงเจิ้นกลับโบกมือห้ามไม่ให้หลิงห่าวถามอะไรต่อจากนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นเองว่า “ที่ข้ามาในวันนี้.. ก็เพราะมีเรื่องที่จะต้องคุยกับเจ้าสองสามเรื่อง!” หลิงห่าวลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ลูกน้อมรับคำสั่งสอนของท่านพ่อ!” หลิงเจิ้นถอนหายใจพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้หลิงห่าวนั่งลง“เจ้านั่งลงก่อน.. แล้วค่อยคุยกัน!” หลิงห่าวนั่งลงตามคำสั่งของหลิงเจิ้นทันที.. “หลิงห่าว..เจ้าฟังข้าให้ดี! นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะถามเจ้า!” “เจ้ามั่นใจว่าตนเองได้ทำลายหลักฐานทุกอย่างที่จะสาวมาถึงตัวเจ้าแล้วหรือยัง” หลิงห่าวเองนั้นรู้อยู่แก่ใจดีว่าหลิงเจิ้นกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่เขาได้แอบส่งคนไปลอบฆ่าหลิงหยุนนั่นเอง.. นับตั้งแต่ตัวเฉินเซินเองมือสังหารขององค์กรนักฆ่าที่ส่งไปลอบฆ่าหลิงหยุนนั้น ไม่ว่าจะเป็นหลี่ยี่ เจียวเฟย ฉวนจี๋ ฉวนจิ่ว หรือแม้กระทั่งตี้ปาไปจนถึงนักฆ่าระดับสวรรค์อีกสามคน ทุกคนที่หลิงห่าวจ้างไปลอบฆ่าหลิงหยุนนั้น ล้วนแล้วแต่ถูกหลิงหยุนจัดการไปหมดแล้วทั้งสิ้น.. แต่เวลานี้..หลิงหยุนไม่เพียงไม่ตาย ซ้ำยังผงาดขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วจนน่าอัศจรรย์ และนับวันก็ยิ่งพุ่งทะยานขึ้น และสามารถเอาชีวิตรอดจากความเป็นความตายมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า และตอนนี้เรื่องราวทุกอย่างก็กำลังจะย้อนกลับมาที่ตัวของหลิงห่าวเอง.. เมื่อได้ยินว่าจู่ๆหลิงเจิ้นก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา เหงื่อเม็ดโตก็ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากของหลิงห่าว ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง.. หลิงเจิ้นจ้องตาหลิงห่าวนิ่งนานจากนั้นจึงยกฝ่ามือขึ้นตบโต๊ะดังปัง พร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังราวกับฟ้าผ่า “ตอบข้ามา!” หลิงห่าวถึงกับหวาดกลัวจนตัวสั่นสะท้านและรีบระล่ำระลักตอบกลับเสียงสั่น “ขะ–ข้า.. ข้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วท่านพ่อ!” แต่หลิงเจิ้นกลับสวนขึ้นทันที“หึ! เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้สาวมาถึงตัวเจ้าได้!” หลิงห่าวครุ่นคิดอยู่นานในที่สุดก็พยักหน้าพร้อมตอบกลับไปอย่างมั่นอกมั่นใจ “ท่านพ่อ.. ข้ามั่นใจว่าไม่ได้ทิ้งหลักฐานอะไรไว้อย่างแน่นอน!” หลิงเจิ้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“หึ.. ข้าเกรงแต่ว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่เจ้าพูดน่ะสิ!”หลิงห่าวถึงกับอึ้งไปทันที“อะไรนะ! มีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ?”หลิงเจิ้นส่ายหน้าพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง“ข้าให้เจ้าเข้าไปอยู่หน่วยเทพอินทรีย์มากว่าสองเดือน เจ้าไม่รู้เลยรึว่าเฉินเซินได้ถูกหลิงหยุนจับตัวไปแล้ว”หลิงห่าวถึงกับเหงื่อไหลจนเปียกโชกลำคอของเขาแห้งผากจนแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลง เขารีบตอบหลิงเจิ้นกลับไปทันที“ลูก..ลูกทราบ!”ทันทีที่หลิงเจิ้นได้ฟังคำตอบของหลิงห่าวน้ำเสียงของเขาก็ยิ่งเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม “เจ้ารู้! แต่เจ้ากลับตอบข้าว่าเจ้าได้จัดการทำลายหลักฐานทุกอย่าง จนไม่มีอะไรเหลือที่จะสาวมาถึงตัวเจ้าได้แล้วงั้นรึ?”เมื่อพูดมาถึงตรงนี้..หลิงเจิ้นก็ถึงกับเอนกายพิงลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า “เจ้าก็เห็นแล้วว่าหลิงหยุนมันสามารถเอาชนะยอดฝีมือมากมายของตระกูลเฉิน และตระกูลซันได้ แล้วเจ้ายังกล้าปล่อยเฉินเซินไว้ได้อย่างไรกัน”“เจ้าไม่รู้รึว่าคนอย่างหลิงหยุนสามารถจับตัวเฉินเซินได้ภายในไม่กี่นาทีและหากเขาถูกหลิงหยุนจับตัวได้ เจ้าคิดว่าคนอย่างเฉินเซินจะไม่บอกเรื่องของเจ้าให้หลิงหยุนรู้งั้นรึ” คำพูดของที่พร่างพรูออกมาจากปากของหลิงเจิ้นนั้นทำให้หลิงห่าวถึงกับหน้าซีดเผือดจนพูดอะไรไม่ออก และร่างทั้งร่างก็สั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว..นั่นเพราะหลิงห่าวแทบไม่ต้องเสียเวลาครุ่นคิดเขารู้จักนิสัยใจคอของเฉินเซินดี คนอย่างเฉินเซินนั้นแทบไม่ต้องรอให้หลิงหยุนถามด้วยซ้ำไป เพียงแค่ถูกหลิงหยุนจับตัวได้ เขาก็พร้อมที่จะบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้หลิงหยุนฟังเพื่อเอาตัวรอด!และหากหลิงหยุนไม่ต้องการที่จะสอบถามเฉินเซินเกี่ยวกับเรื่องนี้เหตุใดจึงต้องจับตัวเฉินเซินไปด้วยเวลานี้..ใบหน้าของหลิงห่าวนั้นซีดยิ่งกว่าไก่ต้มเสียอีก!หลิงห่าวนั้นไม่ใช่คนโง่..มีหรือที่เขาจะไม่คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน! เขาครุ่นคิดถึงปัญหาข้อนี้มานานมากแล้ว แต่เขาพร่ำบอกกับตัวเองว่าตนเองนั้นเป็นคนโชคดี! หลิงห่าวเฝ้าหลอกตัวเองอยู่เช่นนั้นมาตลอด การกระทำของหลิงห่าวนั้นไม่ต่างจากนกกระจอกเทศที่เมื่อมีภัยอันตรายมาถึงตัว มันมักจะเอาหัวฝังลงไปกับผืนทราย เพื่อไม่ให้ตนเองมองเห็นอันตรายนั้น และอันตรายนั้นก็ได้อันตรธานหายไป..หลิงห่าวตกใจมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ฟังหลิงเจิ้นพูดต่อว่า“เหล่ากุ่ยกับหลิงซิ่วเองก็เพิ่งจะนั่งเครื่องบินส่วนตัวของปู่เจ้ากลับมาจากจิงฉู ทั้งคู่ยังได้นำนักโทษกลับมาด้วยสี่คน..”“ไม่เพียงเท่านั้น..หลิงหยุนยังได้รักษาคนตระกูลเกาจนหายจากการเป็นแวมไพร์ และกลับมาเป็นคนปกติ เวลานี้สมาชิกทั้งสิบสองคนก็ได้พากันกลับไปบ้านตระกูลเกากันหมดแล้ว..”“หลิงห่าว..เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้กำลังบ่งบอกอะไร”ใบหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของหลิงเจิ้นนั้นกำลงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวของหลิงห่าว ที่กำลังตั้งคำถามโง่ๆกลับไป..“กำลังบ่งบอกอะไรงั้นรึท่านพ่อ!” เพียะ!ฝ่ามือของหลิงเจิ้นฟาดใส่ใบหน้าของหลิงห่าวอย่างรวดเร็วและรุนแรง! จนเกิดเป็นรอยฝ่ามือแดงอยู่ที่แก้มทันทีจากนั้นหลิงเจิ้นก็ร้องตะโกนออกไปด้วยความโมโหสุดขีด“จะบ่งบอกอะไรอีก เจ้าคิดว่าตอนนี้หลิงหยุนมันอยู่ปักกิ่งแล้ว มันต้องการจะทำอะไร?”“ในบรรดานักโทษทั้งสี่ที่เหล่ากุ่ยนำกลับมาด้วยนั้นหนึ่งในนั้นก็คือเฉินเซิน!”เมื่อถูกหลิงเจิ้นตบหน้าหลิงห่าวก็ถึงกับตื่น และได้สติทันที! เขาไม่สนใจความเจ็บปวดบนใบหน้าของตนเองด้วยซ้ำไป และรีบกระโจนลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วไปยืนอยู่หน้าหลิงเจิ้นก่อนจะคุกเข่าลงทันที!หลิงห่าวคานเข่าเข้าไปกอดขาหลิงเจิ้นไว้พร้อมกับร้องออกมาอย่างเสียขวัญ“ท่านพ่อ.. ช่วยลูกด้วย!”