ตอนที่ 652
บทที่ 1081 : ประมือกับซือกงวู่เปิ่น!
October 22, 2026
หลิงเสี่ยวยืนอยู่บนแผ่นหลังของมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดลมภูเขาพัดใส่ร่างของเขาจนผมยาวสะอาดสะอ้านนั้นโบกสะบัดไปมา แม้ว่าจะมีผมขาวเป็นหย่อม แต่นั่นก็ไม่สามารถบดบังใบหน้าที่หล่อเหลา และความสง่างามดังเช่นที่เคยมีเมื่อยามหนุ่มแน่นของหลิงเสี่ยวได้เลย.. หลิงเสี่ยวเอ่ยปากตอบโต้ซือกงถูแต่สายตาของเขานั้นกลับจับจ้องอยู่ที่ร่างของหลิงหยุนซึ่งอยู่เบื้องล่าง แววตาของหลิงเสี่ยวที่จ้องมองหลิงหยุนนั้น บ่งบอกถึงความรู้สึกภาคภูมิใจมากมายที่เขามีต่อหลิงหยุน! และเวลานี้ภายในใจของหลิงเสี่ยวก็พร่ำร้องอยู่เพียงแค่ประโยคเดียว‘ชิงเฉวียน.. ลูกชายของเราเติบโตเป็นเด็กหนุ่มแล้ว หนำซ้ำยังเก่งกาจมากอีกด้วย!’ สายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกนั้นย่อมเชื่อมต่อถึงกันอีกทั้งเวลานี้หลิงหยุนก็ได้ขยายจิตหยั่งรู้ของตนเองออกไปไกลราวหนึ่งร้อยเมตร เขาจึงได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ และความภาคภูมิใจของหลิงเสี่ยวได้อย่างชัดเจน หลิงหยุนจึงเงยหน้าขึ้นมองไปทางหลิงเสี่ยว พร้อมกับร้องตะโกนออกไป.. “ท่านพ่อ!” และนี่คือความผูกพันระหว่างสายโลหิต! หลังจากที่ความฝันอันแสนยาวในครั้งนั้นได้หลอมโลกของเขาเข้ากับโลกของหลิงหยุนทำให้ตัวเขาในร่างของหลิงหยุนนั้น สามารถรับรู้ได้ถึงสายสัมพันธ์ของการเป็นทายาทตระกูลหลิง และการเป็นลูกชายของหลิงเสี่ยวได้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น.. แม้แต่ดวงจิตในขั้นอมตะก็ยังยากที่จะต้านทานความรู้สึกผูกพันทางสายเลือดเช่นนี้ได้.. แม้แต่ต้นหลิวเทวะซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูลหลิงเมื่อได้มาอยู่ในมือของหลิงหยุน ยังถึงกับงอกงาม และเจริญเติบโตแตกหน่อออกใบได้อย่างน่าอัศจรรย์! ตระกูลหลิงมีวิชาฝึกฝนกำลังภายในที่มีชื่อว่าคัมภีร์เสวียนหวงและเป็นวิชาที่ถ่ายทอดให้กับทายาทในตระกูลหลิงเท่านั้น ในบรรดาสายเลือดตระกูลหลิงทั้งหมด มีเพียงหลิงหยุนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถฝึกฝนวิชานี้ได้ก้าวหน้ากว่าผู้อื่นที่เพียรฝึกฝนมานานหลายปี.. ปรากฏการณ์ในลักษณะเช่นนี้หลิงหยุนได้พบเจอมามากมาย และไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดตนเองจึงต้องมาข้องเกี่ยวกับตระกูลหลิง แล้วก็ไม่อยากที่จะครุ่นคิดให้เสียเวลาอีกด้วย! หลิงหยุนสัมผัสได้ว่า..ต่อให้คนเราจะยิ่งใหญ่ หรือแข็งแกร่งมากสักเพียงใด ก็ล้วนต้องการครอบครัว และความรัก! “นี่เจ้า..!” ซือกงถูชายชราเจ้าเล่ห์และมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว หวังจะใช้คำพูดเยาะเย้ยถากถางทำลายความมั่นใจ และจิตใจของหลิงเสี่ยว แต่กลับถูกหลิงเสี่ยวตอบโต้กลับมาเช่นนั้น เขาก็เองก็รู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ และโกรธจนแทบกระอักเลือด.. หลิงเสี่ยวนับเป็นคู่แข่งคนสำคัญของซือกงถูในอดีตหลิงเสี่ยวเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ และความสามารถอย่างมาก มาถึงตอนนี้ความแข็งแกร่งที่น่าเหลือเชื่อของหลิงหยุน ก็ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับหลิงเสี่ยวอย่างมากมาย ทำให้ซือกงถูได้แต่อิจฉาริษยาจนแทบอาเจียนออกมาเป็นเลือด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้.. “หึ..ในอดีตเจ้าก็ต้องให้ผู้หญิงปกป้อง มาคราวนี้ก็อาศัยลูกชายปกป้อง! หลิงเสี่ยวเจ้าไม่รู้สึกอับอายบ้างรึ” ซือกงถูที่แทบกระอักเลือดนั้นเริ่มพูดจาเสียดสี และถากถางหลิงเสี่ยวอีกครั้้ง.. แต่ครั้งนี้หลิงเสี่ยวกลับยิ้มและตอบกลับไปอย่างสงบเยือกเย็น “ซือกงถู.. เจ้าเองก็รู้ดีว่าหญิงคนรักของข้านั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด อย่างน้อยนางก็แข็งแกร่งกว่าเจ้า! ส่วนลูกชายของข้านั้นไม่เพียงเก่งกาจ หนำซ้ำยังจับลูกชายของเจ้าไว้ได้!” “เช่นนี้แล้ว..ข้าควรต้องภาคภูมิใจถึงจะถูกไม่ใช่รึ เหตุใดยังต้องรู้สึกอับอายด้วยเล่า? ฮ่า.. ฮ่า..” หลิงเสี่ยวที่กำลังยืนกอดอกอยู่บนแผ่นหลังของมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ดร้องตะโกนตอบซือกงถูด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี! ความผูกพันทางสายโลหิตระหว่างพ่อลูกนั้นทำให้สภาพจิตใจของหลิงเสี่ยวเวลานี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากคนที่เคยอยู่อย่างท้อแท้สิ้นหวัง กลับกลายเป็นคนที่มีความมั่นอกมั่นใจดังเดิม อีกทั้งเมื่อได้รู้จากหลิงหยุนว่าเขาได้กลับเข้าตระกูลหลิงแล้ว หลิงเสี่ยวก็ยิ่งมั่นใจว่าตราบใดที่ตระกูลหลิงมีหลิงหยุนอยู่ด้วย หลายสิ่งหลายอย่างนับจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน! “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า.. ท่านพ่อ.. ท่านกล่าวได้ถูกต้องนัก! คำพูดเพียงสองสามคำบางครั้งก็ดีกว่ากองทัพนับพัน แต่ดูเหมือนซือกงถูจะไม่พอใจ และกำลังอิจฉาท่านมาก!” หลิงหยุนสังเกตเห็นสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมากของหลิงเสี่ยวเขาจึงร้องตะโกนออกมาอย่างมีความสุข และแทบไม่เห็นซือกงถูอยู่ในสายตาด้วยซ้ำไป! ยอดฝีมือที่เก่งกาจนั้นต้องสามารถจู่โจมคู่ต่อสู้ได้ทั้งทางร่างกาย และจิตใจไปพร้อมๆกัน! หลิงเสี่ยวนับว่าช่วยหลิงหยุนทำลายความมั่นใจของซือกงถูไปได้อย่างมากเพราะเวลานี้สภาพจิตใจของซือกงถูเองก็ได้เริ่มหวั่นไหวราวกับว่ากำลังจะพังครืนลงมา..หลังจากที่หลิงหยุนได้เผชิญหน้ากับซือกงวู่ฉิงและซือกงวู่เปิ่นเขาก็พอจะประเมินได้ว่าทั้งคู่นั้นน่าจะอยู่ในขั้นที่สูงกว่าระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8และในบรรดายอดฝีมือทั้งสามคนนั้นซือกงวู่เปิ่นจะด้อยที่สุด!ความยากลำบากของหลิงหยุนเวลานี้ก็คือ..เขาคนเดียวแต่ต้องประมือกับยอดฝีมือที่สูงส่งถึงสามคน หากเขาสามารถเอาชนะใครคนใดคนหนึ่งได้ ยังไม่ทันที่จะได้ลงมือสังหารด้วยซ้ำ อีกสองคนก็จะสามารถหนีไปได้อย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นหลิงหยุนเองก็คงไม่สามารถไล่ตามได้ทัน.. ระหว่างที่ซือกงถูได้ฟังสองพ่อลูกประสานรับส่งกันอย่างเข้าขาเขาก็ถึงกับโกรธจนแทบคลั่ง และในเวลานั้นเองเสียงร้องตะโกนก็ดังขึ้น“ท่านพ่อ..ในเมื่อท่านเองก็ได้พบกับศัตรูคู่แค้นในอดีตแล้ว เหตุใดยังต้องพูดกับพวกมันให้เปลืองน้ำลายด้วยเล่า ข้าว่าพวกเราพ่อลูกบุกเข้าไปสังหารพวกมันเลยจะดีกว่า ข้าจะเป็นฝ่ายบุกนำเข้าไปก่อน..”ซือกงถูที่กำลังโกรธหลิงหยุนจนแทบคลั่งนั้นร่างที่ห่อหุ้มด้วยไอดำของมันพุ่งเข้าไปหาซือกงวู่เปิ่นซึ่งร้องตะโกนออกมา พร้อมกับร้องบอกให้ซือกงวู่เปิ่นเข้าไปประมือกับหลิงหยุน เพื่อประเมินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา..“แต่เจ้าต้องระมัดระวังให้ดีด้วย!เจ้าเด็กนั่นไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าเลย..”ซือกงวู่เปิ่นแสดงสีหน้าไม่เชื่อออกไปอย่างชัดเจนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เด็กนั่นไม่ได้แข็งแกร่งน้อยไปกว่าข้างั้นรึท่านพ่อ ฮ่า.. ฮ่า.. จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรกัน?”“เอาล่ะ..ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นด้วยการใช้หมัดสังหารมัน!”ซือกงวู่เปิ่นนั้นนอกจากจะมีรูปร่างสูงใหญ่อย่างหมีแล้วเขายังมีพละกำลังที่แข็งแกร่งดังเช่นหมีอีกด้วย อีกทั้งกำลังภายในที่เขาฝึกนั้นก็เลียนแบบความแข็งแกร่งของหมีป่าที่ดุร้าย เขาจึงไม่เชื่อว่าหลิงหยุนจะแข็งแกร่งกว่าตนเองไปได้..ร่างสูงใหญ่ของซือกงวู่เปิ่นพุ่งเข้าใส่หลิงหยุนพร้อมกับหมัดอันทรงพลัง..หลิงหยุนมองซือกงวู่เปิ่นที่พุ่งจู่โจมเข้ามาด้วยแววตาเย้ยหยันเขายืนนิ่งอยู่เช่นนั้นโดยไม่คิดที่จะหลบ และกำลังยืนยกขาข้างหนึ่งขึ้นรอซือกงวู่เปิ่นด้วยท่าทีที่เยือกเย็น..ปัง!สิ้นเสียงดังปัง..เท้าที่ยกขึ้นข้างหนึ่งของหลิงหยุนก็กระแทกลงกับพื้น พร้อมกับหมัดทั้งสองที่พุ่งออกไปด้านหน้า และผืนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของหลิงหยุนก็ได้แยกออกจากกันทันที!ปัง! เสียงหมัดของหลิงหยุนกับหมัดของซือกงวู่เปิ่นปะทะกันอย่างรุนแรงท่ามกลางพลังปราณที่พวยพุ่งออกจากร่างของยอดฝีมือทั้งสองคน ก้อนหินและเศษดินในบริเวณนั้น ต่างก็ลอยหมุนวนขึ้นไปกลางอากาศล้อมรอบร่างทั้งสองไว้!หลังจากการปะทะที่รุนแรงนั้น..ร่างของหลิงหยุนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ถอยร่นไปแม้แต่ครึ่งก้าว แต่ร่างใหญ่โตราวกับหมีของซือกงวู่เปิ่นนั้น ถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าวก่อนที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่!“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”แขนทั้งสองข้างของซือกงวู่เปิ่นถึงกับชาเมื่อปะทะเข้ากับหมัดปีศาจเถียนกังของหลิงหยุนมันถึงกับยกมือขึ้นลูบไล้แขนของตัวเอง และจ้องมองหลิงหยุนด้วยความงุนงง..ชายหนุ่มผู้นี้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับพละกำลังที่มหาศาลตั้งแต่เด็กมาก็ได้ฝึกวิชาที่เลียนแบบพลังรุนแรงของหมีป่า จนกระทั่งถึงตอนนี้ที่สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ได้ในครึ่งระดับแรก พลังหมัดของเขาเพียงข้างเดียวก็มีน้ำหนัก เสียงหมัดของหลิงหยุนกับหมัดของซือกงวู่เปิ่นปะทะกันอย่างรุนแรงท่ามกลางพลังปราณที่พวยพุ่งออกจากร่างของยอดฝีมือทั้งสองคน ก้อนหินและเศษดินในบริเวณนั้น ต่างก็ลอยหมุนวนขึ้นไปกลางอากาศล้อมรอบร่างทั้งสองไว้!หลังจากการปะทะที่รุนแรงนั้น..ร่างของหลิงหยุนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ถอยร่นไปแม้แต่ครึ่งก้าว แต่ร่างใหญ่โตราวกับหมีของซือกงวู่เปิ่นนั้น ถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าวก่อนที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่!“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”แขนทั้งสองข้างของซือกงวู่เปิ่นถึงกับชาเมื่อปะทะเข้ากับหมัดปีศาจเถียนกังของหลิงหยุนมันถึงกับยกมือขึ้นลูบไล้แขนของตัวเอง และจ้องมองหลิงหยุนด้วยความงุนงง..ชายหนุ่มผู้นี้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับพละกำลังที่มหาศาลตั้งแต่เด็กมาก็ได้ฝึกวิชาที่เลียนแบบพลังรุนแรงของหมีป่า จนกระทั่งถึงตอนนี้ที่สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ได้ในครึ่งระดับแรก พลังหมัดของเขาเพียงข้างเดียวก็มีน้ำหนัก เสียงหมัดของหลิงหยุนกับหมัดของซือกงวู่เปิ่นปะทะกันอย่างรุนแรงท่ามกลางพลังปราณที่พวยพุ่งออกจากร่างของยอดฝีมือทั้งสองคน ก้อนหินและเศษดินในบริเวณนั้น ต่างก็ลอยหมุนวนขึ้นไปกลางอากาศล้อมรอบร่างทั้งสองไว้!