ตอนที่ 662
บทที่ 1091 : เปิดผ้าคลุมหน้า!
October 22, 2026
“เจ้าไม่ต้องขยับมาใกล้ข้านักก็ได้!” นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ซิงเฉินถูกชายหนุ่มสัมผัสมือหัวใจของนางถึงกับเต้นแรง และเมื่อเห็นหลิงหยุนจงใจโน้มตัวมาด้านหน้าเช่นนี้ นางจึงรีบร้องบอกเขาทันที.. เวลานี้ร่างกายท่อนบนของหลิงหยุนนั้นเปลือยเปล่าเพราะเสื้อของเขานั้นได้ถูกกระบี่มารดำของซือกงถูเฉือนจนขาดวิ่นไม่มีชิ้นดีไปแล้ว อีกทั้งหลิงหยุนก็ได้ฝึกฝนจนผ่านขั้นปรับร่างกายมาได้ถึงเก้าขั้นแล้ว ผิวพรรณของเขาจึงกระจ่างใส นวลเนียน และอ่อนโยนราวกับผิวเด็กทารกก็ไม่ปาน.. และผลของการผ่านขั้นปรับร่างกายมาได้นั้นทำให้รูปร่างของหลิงหยุนนั้นไร้ซึ่งไขมันส่วนเกิน มีเพียงกล้ามเนื้อเยี่ยงชายชาตรีเป็นมัดๆ และมีกล้ามท้องถึงแปดมัดทีเดียว.. ทุกครั้งหญิงสาวไม่ว่าใครก็ตาม..หากได้พบเห็นหลิงหยุนก็ยากนักที่จะถอนสายตาจากเขาไปได้ นั่นเพราะหลิงหยุนไม่ได้มีเพียงใบหน้าที่หล่อเหลามีเสน่ห์ แต่ยังมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบอย่างหาที่ติไม่ได้ด้วย เช่นนี้แล้ว.. ไม่ว่าหญิงใดที่พบเห็นก็ย่อมรู้สึกจิตใจหวั่นไหวเป็นธรรมดา! เพียงแต่เย่ซิงเฉินนั้นไม่ใช่หญิงสาวปกติธรรมดาแต่นางคือธิดาพรรคมาร! หลิงหยุนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ถูกเย่ซิงเฉินไล่ให้ถอยห่างออกไปเช่นนั้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากดึงตัวกลับคืนมา แต่ฝ่ามือของเขายังคงแนบชิดกับฝ่ามือของนางอยู่เช่นเดิม พร้อมกับบ่นพึมพำ.. “หากจะให้ถอยห่างกว่านี้..เจ้าก็คงต้องต่อแขนของข้าให้ยาวกว่านี้แล้วล่ะ!” เย่ซิงก้มหน้าลงและไม่กล้ามองร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่าของหลิงหยุนและพูดออกไปว่า “เจ้าอย่าแกล้งโง่ไปหน่อยเลย.. ข้าหมายถึงว่าเจ้าค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาหาข้าทำไมกัน” ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังต่อปากต่อคำกันอยู่นั้นหลิงหยุนก็ได้ใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองสำรวจดูเส้นลมปราณในร่างกายของเย่ซิงเฉิน แต่ก็ต้องประหลาดใจอย่างมาก.. หลิงหยุนพบว่าภายในร่างกายของเย่ซิงเฉินนั้นมีพลังปราณสีน้ำเงินเข้มที่ดุดันคล้ายกับงูพิษกำลังโอบรัดเส้นลมปราณบางส่วนของเย่ซิงเฉินอยู่ และพลังปราณสีน้ำเงินเข้มคล้ายงูนั้น ก็กำลังกัดแทะทำลายเส้นลมปราณวิสามัญทั้งแปดด้วย.. แต่ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่า..ปราณปีศาจภายในร่างกายของเย่ซิงเฉินนั้นจะแกร่งกล้าอย่างมาก เพราะแม้ว่าเส้นลมปราณของนางจะถูกกัดแทะเสียหาย แต่ปราณปีศาจภายในร่างของเย่ซิงเฉินกลับกำลังต่อสู้กับพลังปราณสีน้ำเงินเข้มที่คล้ายกับงูพิษอย่างไม่ยอมแพ้.. หลิงหยุนพึมพำออกมา“มันคือ” “มันคือปีศาจงูงั้นรึ” เย่ซิงเฉินพยักหน้า..“ใช่แล้ว! ซือกงวู่ฉิงเคยไปฝึกวิชาประหลาดที่สำนักลึกลับแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นนานถึงเจ็ดแปดปี พลังปราณของมันจะมีความแปลกประหลาด เพราะมีลักษณะคล้ายกับปีศาจงูที่น่ากลัว หากพลังปราณที่แปลกประหลาดนี้เข้าสู่ร่างของผู้ใด ก็ยากนักที่จะกำจัดออกไปได้..” เย่ซิงเฉินอธิบายให้หลิงหยุนฟังต่ออย่างละเอียด.. “ซือกงวู่ฉิงไปฝึกวิชาที่ประเทศญี่ปุ่นนานหลายปีนั้นไม่เพียงไปฝึกวิชาแปลกประหลาดเหล่านี้ แต่ยังได้ฝึกฝนการใช้อาวุธลับต่างๆด้วย น่าเสียดายที่ข้าฝีมือด้อยกว่ามัน มันจึงหนีรอดไปได้!” เย่ซิงเฉินร้องตะโกนออกมาอย่างหงุดหงิดใจ“คนผู้นี้ทั้งเหี้ยมโหดยิ่งนัก! เพียงเพื่อต้องการเอาชีวิตรอด มันถึงกับไม่สนใจใยดีน้องชายตัวเอง..” “หลิงหยุน..หากเจ้าต้องเผชิญหน้า หรือประมือกับมันอีกครั้ง เจ้าต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม!”“ข้ารู้..”จากนั้น..หลิงหยุนก็เริ่มเดินพลังลับหยิน–หยาง และค่อยๆ ถ่ายเทพลังหยินบริสุทธิ์ให้กับเย่ซิงเฉิน แล้วค่อยๆ กำจัดพลังปราณสีน้ำเงินเข้มนั้นออกไปพลังหยินบริสุทธิ์จากร่างของหลิงหยุนค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามเส้นลมปราณในร่างกายของเย่ซิงเฉิน และเมื่อปะทะเข้ากับพลังปราณปีศาจงูที่กำลังโอบรัด และแทะกินเส้นลมปราณอยู่ หลิงหยุนก็จะขับพลังหยินบริสุทธิ์ห่อหุ้มปราณปีศาจงูนั้น และกำจัดมันออกไปโดยเร็วที่สุด..หลังจากที่ได้กำจัดปราณชั่วร้ายออกจากร่างของเย่ซิงเฉินและถ่ายเทหยินบริสุทธิ์ลงไปแทนแล้ว หลิงหยุนก็ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เขาได้ทำการเดินพลังหยินบริสุทธิ์เข้าสู่จุดตันเถียนของเย่ซิงเฉินต่อไป..“นี่คือหยินบริสุทธิ์..ปราณปีศาจในร่างกายของเจ้าจะสามารถดูซับ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้!”หลิงหยุนร้องบอกเย่ซิงเฉินในระหว่างที่ทำการถ่ายเทพลังหยินบริสุทธิ์เข้าไปในร่างกายของเย่ซิงเฉินเพื่อช่วยซ่อมแซมเส้นลมปราณที่เสียหาย และรักษาอาการบาดเจ็บภายในให้กับนาง..ผ่านไปครู่ใหญ่..เมื่อเห็นว่าอาการของเย่ซิงเฉินดีขึ้นมากแล้ว เขาจึงได้หยุดการรักษาไว้เพียงเท่านั้น!“ในเมื่อรักษาข้าเรียบร้อยแล้วเจ้าก็ดึงฝ่ามือของเจ้ากลับไปได้แล้ว!”“อ่อ..ข้าลืมไป!”หลิงหยุนจ้องมองเย่ซิงเฉินที่ดึงฝ่ามือของตนเองกลับไปด้วยท่าทีระล้าระลังก็ได้แต่ยิ้มอกมา ในขณะที่เย่ซิงเฉินเองก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า“เหตุใดเจ้าจึงไม่ใช้ยันต์วิเศษพวกนั้นยันต์บำบัดของเจ้าใช้รักษาอาการบาดเจ็บของข้าไม่ได้งั้นรึ?”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับอธิบายไปว่า“เวลานี้.. ยันต์ระดับสูงสุดที่ข้าสามารถปลุกเสกได้ก็คือยันต์ระดับหก ซึ่งยันต์บำบัดระดับนี้จะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บภายนอก และระบบเส้นประสาทต่างๆได้ แต่ยังไม่สามารถรักษาเส้นลมปราณ หรือจุดฝังเข็มต่างๆ และจุดตันเถียนภายในร่างกายได้!”สิ่งที่หลิงหยุนบอกกับเย่ซิงเฉินนั้นล้วนเป็นความจริงและตราบใดที่เขาสามารถปลุกเสกยันต์ระดับเจ็ดได้ เมื่อนั้นฤทธิ์ของยันต์ระดับเจ็ดจึงจะสามารถเรียกว่ายันต์วิเศษได้อย่างเต็มปาก..แต่จะสามารถปลุกเสกยันต์ระดับเจ็ดได้ก็ต้องเข้าสู่ด่านกลางของขั้นพลังชี่แล้วเท่านั้น!เย่ซิงเฉินได้ฟังหลิงหยุนพูดจึงได้แต่ร้องถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หลิงหยุน.. เจ้าคือผู้ฝึกบ่มเพาะตนงั้นรึ”แทนคำตอบ..หลิงหยุนกลับอ้าปากกว้าง และกระบี่เหินเงาธนูก็พุ่งออกมาจากปากของเขา แล้วค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น!“จัดการ!”ภายใต้คำสั่งและการควบคุมด้วยพลังจิตของหลิงหยุนกระบี่เหินเงาธนูก็พุ่งเข้าตัดต้นไม้ที่อยู่ด้านหน้าไกลออกไปราวยี่สิบเมตรอย่างคล่องแคล่วว่องไว จากนั้นจึงบินกลับมา และวนเวียนอยู่แถวๆไหล่ซ้ายของหลิงหยุน..ลำต้นขนาดใหญ่นั้นล้มครืนลงมาทันที!