ตอนที่ 668
บทที่ 1097 : สะเทือนทั่วทั้งปักกิ่ง!
October 22, 2026
“ท่านป้าจินเหยียว..ท่านรูสึกเช่นใดบ้าง” หลิงหยุนร้องถามจินเหยียวด้วยความเป็นห่วงโดยไม่สนใจเหงื่อที่ไหลย้อยอยู่ตามหน้าผากของตัวเอง.. “เด็กดี..นี่เจ้าคงจะเหนื่อยมากเลยสินะ!” จินเหยียวไม่ตอบคำถามของหลิงหยุนแต่กลับจ้องมองใบหน้าของเขา พร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่กำลังไหลย้อยนั้นให้กับหลิงหยุนด้วยความอ่อนโยน.. ในความเป็นจริง..หลิงหยุนแทบไม่ต้องถามจินเหยียวด้วยซ้ำไป! นอกจากความสามารถทางการแพทย์ที่สมกับฉายาหมอสวรรค์ของเขาแล้ว หลิงหยุนยังถึงกับกลั่นหยดเสินหยวนเพื่อใช้รักษาอาการบาดเจ็บ และอาการเสียสติให้กับจินเหยียว มีหรือที่นางจะไม่หายเป็นปกติ “เฮ้อ…” หลิงหยุนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเพราะตราบใดที่อาการเสียสติ และปัญหาเรื่องลมปราณหมุนกลับของจินเหยียวได้รับการรักษาแล้ว บาดแผลภายนอกไม่ว่าจะเป็นแผลเป็นหรืออื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องง่ายดายสำหรับหลิงหยุน.. หลิงหยุนยิ้มใหักับจินเหยียวพร้อมกับร้องบอกว่า“ท่านป้าจินเหยียว.. หากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำให้กับข้าในอดีตแล้ว เหนื่อยเพียงแค่นี้ยังนับว่าเล็กน้อยนัก!” จินเหยียวยิ้มออกมาทันทีและพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เด็กดี.. มันเป็นหน้าที่ของข้า! แต่เมื่อได้เห็นเจ้าเติบใหญ่มา และเก่งกล้าเช่นนี้ นับว่าสิ่งที่ข้าทำลงไปในอดีตนั้นช่างคุ้มค่ายิ่งนัก!” “หากพี่ชิงเฉวียนได้มาเห็นเจ้าในเวลานี้..นางคงจะดีใจ และมีความสุขมากกว่าข้าเป็นสิบเท่า!” “อ่อ..เจ้าควรเรียกข้าว่าท่านน้าจึงจะถูก!” หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับเรียกใหม่ว่า “ครับ.. ท่านน้าจินเหยียว!” จากนั้นหลิงหยุนจึงเรียกยันต์บำบัดระดับหกจำนวนหนึ่งออกมาจากแหวนพื้นที่และหันไปพูดกับจินเหยียวว่า.. “ท่านน้าจินเหยียว..นี่คือยันต์บำบัดระดับหกที่สามารถรักษาบาดแผลฉกรรจ์ให้หายได้ในทันที ข้าจะสอนวิธีใช้ให้กับท่านเอง” จากนั้นหลิงหยุนก็อธิบายวิธีการใช้ยันต์ให้กับจินเหยียวฟังแล้วจึงลุกขึ้นและบอกกับนางว่า “ท่านน้าจินเหยียว.. เวลานี้อาการบาดเจ็บภายในของท่านนั้นได้หายดีแล้ว และลมปราณที่หมุนกลับนั้น เวลานี้ก็กลับมาหมุนเวียนตามปกติแล้ว ส่วนแผลเป็นตามร่างกาย และตามใบหน้าของท่านนั้น ท่านก็ค่อยๆใช้ยันต์บำบัดนี้รักษาไปก็แล้วกัน..” จินเหยียวกำยันต์บำบัดไว้ในมือแน่นพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข“ได้สิ.. ข้าจะค่อยๆทำด้วยตัวเอง!”’ หลิงหยุนยิ้มให้จินเหยียวพร้อมตอบกลับไปทันที“ท่านน้าจินเหยียว.. ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน!” ถึงอย่างไรหลิงหยุนก็เป็นผู้ชาย..การรักษาแผลเป็นตามร่างกาย และใบหน้าของจินเหยียวนั้น อย่างไรก็คงต้องให้นางทำด้วยตัวเอง และหลิงหยุนก็ไม่สะดวกที่จะอยู่ในห้องของนางต่อไป เขาจึงรีบขอตัว.. …… หลิงหยุนเดินออกมาจากห้องของจินเหยียวซึ่งอยู่ในสวนชั้นที่หนึ่งของคฤหาสน์ตระกูลหลิงและพบเข้ากับหลิงลี่พอดี..หลิงหลี่ยืนไขว้แขนไว้ข้างหลังเขากำลังยืนรอหลิงหยุนอยู่อย่างเงียบๆการรักษาอาการบาดเจ็บให้กับจินเหยียวนั้นหลิงหยุนจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างมากที่สุด เพราะหากเกิดผิดพลาดแม้เพียงแค่เล็กน้อย จินเหยียวอาจเสียชีวิตได้ในทันที และตัวหลิงหยุนเองก็จะได้รับอันตรายอย่างมากด้วย..ทางด้านหลิงลี่ซึ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของหลิงหยุนนั้นก็ได้มาคอยเฝ้าสังเกตการณ์ดูอยู่เงียบๆ อีกทั้งยังทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยให้กับหลิงหยุนนานถึงสามชั่วโมงแล้วและในที่สุดการรักษาก็ผ่านพ้นไปด้วยดี..“ท่านปู่..ที่นี่เป็นบ้านของเราเอง ยังต้องรักษาความปลอดภัยให้ข้าอีกงั้นรึ”หลิงหยุนก้าวเท้าเข้าไปหาหลิงลี่ที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับถามเสียงดังอย่างอารมณ์ดี..“ใครบอกเจ้าว่า..อยู่บ้านตัวเองแล้วไม่ต้องคุ้มกันความปลอดภัยให้เจ้า! ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างหากเล่า ยิ่งในเวลาที่ร้อนระอุเช่นนี้ด้วยแล้ว!”หลิงหยุนไม่ตอบแต่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และเวลานี้ดวงอาทิตย์ก็คล้อยไปทางทิศตะวันตกมากขึ้น บ่งบอกว่าได้เข้าสู่ช่วงบ่ายของวันแล้ว..“นี่ข้าใช้เวลารักษาไปนานถึงเพียงนี้เชียวรึ”หลิงหยุนรู้สึกตกใจไม่น้อยเขาเริ่มรักษาจินเหยียวราวเจ็ดโมงเช้า และจดจ่ออยู่กับการรักษาจนไม่รู้ว่าเวลาได้ล่วงเลยมาถึงบ่ายสามโมงแล้ว เรียกได้ว่าหลิงหยุนใช้เวลาในการรักษาจินเหยียวไปกว่าแปดชั่วโมงเลยทีเดียว!หลิงลี่มองใบหน้าที่มีเหงื่อไหลย้อยของหลิงหยุนและได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงที่เห็นอกเห็นใจ“เอาล่ะ..ข้าเตรียมกับข้าวกับปลาไว้ให้เจ้ามากมาย ตามข้าไปกินข้าวได้แล้ว!”หลิงหยุนรีบตามหลิงลี่ออกไปด้วยความรวดเร็วตั้งแต่คืนที่เขาออกไปสำรวจคฤหาสน์ตระกูลเฉิน ตามด้วยการไปช่วยหลิงเสี่ยวจนกระทั่งถึงตอนนี้ เขายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยแม้แต่น้อย เวลานี้จึงทั้งเหนื่อยล้า แล้วก็หิวโหยอย่างมาก..และต่อหน้าหลิงลี่..หลิงหยุนก็ไม่ต้องกรงใจอะไรอีก เขากินอาหารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่หลิงลี่ได้แต่มอง และร้องบอกด้วยความเป็นห่วง“เจ้าค่อยๆกินอย่าได้รีบร้อนนัก!”หลังจากที่หลิงหยุนกินจนอิ่มแปล้แล้วหลิงลี่จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “อาการของจินเหยียวเป็นเช่นใดบ้าง”หลิงหยุนยกแก้วน้ำขึ้นดื่มตบท้ายก่อนจะตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“วันนี้ข้าได้ทำการรักษาเส้นประสาทที่เสียหายให้กับนางแล้ว นางจึงหายจากอาการเสียสติ และลมปราณที่เดินกลับข้างนั้นตอนนี้ก็กลับมาเป็นปกติแล้ว ที่เหลือก็คือแผลเป็นตามร่างกายกับใบหน้า ข้าได้ให้ยันต์บำบัดกับนางไว้รักษาเองแล้ว!”หลิงลี่ได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี“นี่่เจ้าสามารถรักษาลมปราณย้อนกลับได้ด้วยงั้นรึ สมกับเป็นหลานชายของข้าจริงๆ!”