ตอนที่ 669
บทที่ 1098 : ความเป็นมาของหลิวเทวะ!
October 22, 2026
หลิงลี่ได้ฟังคำตอบของหลิงหยุนก็รู้ได้ทันทีว่าหลิงหยุนยังไม่ต้องการมอบน้ำลายมังกรให้กับตระกูลหลง เขากำลังจะอ้าปากพูดอีก แต่ก็เปลี่ยนใจกล้ำกลืนคำพูดเหล่านั้นกลับลงไป.. หลิงลี่รู้จักหลิงหยุนดี..หลิงหยุนเป็นผู้ที่ไม่ว่าจะทำอะไร เขาจะมีความคิดและแผนการของตนเองอยู่แล้ว และหากเขาตัดสินใจและวางแผนที่จะทำเช่นใด ก็ยากที่จะโน้มน้าวให้เปลี่ยนไปใจได้! แม้ว่าหลิงลี่จะเป็นปู่ของหลิงหยุนแต่เขาก็ไม่ต้องการใช้ความเป็นญาติผู้ใหญ่นี้บีบคั้นให้หลิงหยุนต้องเปลี่ยนการตัดสินใจของตนเอง หลิงลี่ไม่ต้องการขอร้อง หรือสั่งให้หลิงหยุนทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เขากังวลถึงความขัดแย้ง และไม่พอใจของหลิงหยุนมากกว่าคนนอก.. การรู้คุณคนและการตอบแทนย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่จะไปบังคับให้ผู้ใดต้องตอบแทนคุณนั้น ก็ต้องดูว่าอีกฝ่ายเต็มใจหรือไม่ เรื่องนี้ผู้เฒ่าหลิงไม่สับสน..เขาเข้าใจได้ดีว่าควรต้องแยกแยะให้ชัดเจน! และในเมื่อหลิงหยุนตอบกลับมาเช่นนี้หลิงลี่เองก็ไม่ต้องการเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวหลิงหยุนอีก จึงได้เปลี่ยนเรื่องพูด.. “หลิงหยุน..ทุกคนที่มาในวันนี้ต่างก็แจ้งความจำนงที่จะขอพบเจ้า แต่ปู่ได้ปฏิเสธพวกเขาแทนเจ้าไปแล้ว! ปู่บอกกับพวกเขาไปว่า เจ้ายังไม่ได้กลับเข้าตระกูลอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม จึงไม่สะดวกที่จะพบปะผู้คน..” หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆ“ท่านปู่รู้ใจข้ายิ่งนัก! เวลานี้ข้าไม่ต้องการพบเจอผู้ใดจริงๆ เพราะมีบางสิ่งบางอย่างต้องสะสาง รอให้ผ่านสถานการณ์ช่วงนี้ไปก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องนี้กันทีหลัง..” หลิงลี่พยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นก็ทำเสียงกระซิบ และพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. ปู่ยังมีบางสิ่งบางอย่างต้องบอกกับเจ้า!” “หนึ่งในแขกที่มาวันนี้..เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศคนหนึ่งเลยทีเดียว!” ขณะที่กระซิบบอกหลิงหยุนนั้นแววตาของหลิงลี่ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างไม่อาจปกปิดไว้ได้ จากนั้นจึงยกมือชี้ไปที่ภาพบนผนังบ้านซึ่งติดกับประตู.. “ห๊ะ!” หลิงหยุนรู้ได้ทันทีว่าหลิงลี่กำลังพูดถึงใครเขาถึงกับสนใจขึ้นมาทันที และถามกลับไปว่า “เขาพูดอะไรบ้าง?” หลิงลี่หัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า“คนผู้นั้นพูดเพียงแค่ประโยคเดียว – ยินดีด้วย!” หลิงหยุนทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจนัก“แค่นั้นรึ ไม่มีอะไรอีกงั้นรึ?” หลิงลี่หัวเราะออกมาอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าหนู.. เพียงแค่นี้ก็มากพอแล้ว! แค่นี้ตระกูลหลิงของเราก็ได้หน้ามากพอแล้ว!” จากนั้นทั้งปู่และหลานชายต่างก็พากันหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีและหลิงลี่ก็เริ่มพูดธุระของตนเอง.. “หลิงหยุน..กิ่งหลิวที่ปู่ให้เหล่ากุ่ยนำไปมอบให้กับเจ้าเมื่อคราวก่อน เจ้าได้นำมันติดตัวมาด้วยหรือไม่”หลิงหยุนรู้ดีว่าหลิงลี่กำลังพูดถึงหลิวเทวะที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูลหลิงเขาจึงเรียกหลิวเทวะทั้งสองออกมาจากแหวนพื้นที่ทันที..หลิวเทวะทั้งสองต้นนั้นไม่ใช่เพียงแค่ซากไม้ที่แห้งเหี่ยวอีกแล้วแต่มันได้เปลี่ยนเป็นสีเขียว หนำซ้ำยังแตกหน่อออกใบ และกิ่งก้านอีกด้วยและแน่นอนว่า..นี่คือผลจากการที่หลิงหยุนเลี้ยงดูหลิวเทวะทั้งสองด้วยเลือดของตนเอง และได้ถ่ายเทปราณเสวียนหวงให้กับมันด้วยนั่นเอง!และเวลานี้หลิวเทวะทั้งสองต้นก็ไม่จำเป็นต้องดื่มเลือดของหลิงหยุนอีกเพียงแค่ได้ดูดซับปราณเสวียนหวงก็เพียงพอแล้ว!ทันทีที่หลิวเทวะปรากฏขึ้นพลังชีวิตธาตุไม้ภายในห้องก็พุ่งขึ้นทันที และได้กระจายไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลหลิง ทุกคนในตระกูลหลิงต่างก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่ตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ “ไม่อยากจะเชื่อเลย!คิดไม่ถึงว่าหลิวเทวะจะเปลี่ยนแปลงไปมากถึงเพียงนี้..”หลิงลี่ถือหลิวเทวะไว้ในมือพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจและตกใจไปพร้อมๆกัน เขาได้แต่ส่ายหน้า และพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง..มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดินหากเปรียบเทียบกับที่เมื่อครั้งอยู่ในมือของหลิงลี่ เพราะเวลานี้หลิวเทวะทั้งสองต้นนั้นเริ่มมีรากแม้ว่าจะเป็นเพียงกิ่งเล็กๆเท่านั้น..“หลิงหยุน..นี่คือหลิวเทวะที่เจ้าใช้รักษาอาการบาดเจ็บให้กับข้าในครั้งนั้นใช่หรือไม่”หลังจากที่หลิงหยุนพยักหน้าเป็นการยืนยันหลิงลี่ก็ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ “คิดไม่ถึงจริงๆ เพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ถึงกับแตกกิ่งก้านถึงเพียงนี้เชียวรึ น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก..”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า..หลังจากที่เขาค้นพบความมหัศจรรย์ของหลิวเทวะ เขาก็ใช้เลือดของตนเองหล่อเลี้ยงมัน อีกทั้งยังถ่ายเทปราณเสวียนหวงลงไปด้วย เขาลงทุนถึงเพียงนี้หากไม่เจริญเติบโตขึ้นมาก ไม่เท่ากับเขาเสียแรงเปล่าหรอกรึ“ท่านปู่..นับว่ามรดกตกทอดของตระกูลหลิงนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หลิวเทวะทั้งสองต้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถพบเจอในโลกนี้ได้!”หลิงลี่พยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าพูดไม่ผิด! หลิวเทวะทั้งสองต้นนี้เมื่อตกมาอยู่ในมือของข้านั้น ข้าก็ได้เก็บรักษาไว้ในห้องโถงซึ่งเป็นที่เก็บป้ายวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลหลิง และได้ทำตามคำสั่งของบรรพบุรุษของตระกูลหลิงที่กำชับว่าทุกเทศกาลเชงเม้ง และตรุษจีน จะต้องใช้โลหิตของสายเลือดตระกูลหลิงรดหลิวเทวะ..”แต่จู่ๆหลิงหยุนร้องถามหลิงลี่ด้วยความประหลาดใจ “ท่านปู่.. ในอดีตท่านพ่อทำเรื่องผิดต่อตระกูลหลิงเช่นนี้ ท่านไม่ลงโทษท่านพ่อเลยงั้นรึ”เมื่อถูกหลิงหยุนขัดขึ้นด้วยการถามถึงเรื่องราวเมื่อสิบแปดปีก่อนหลิงลี่ก็ถึงกับทำเสียงฮึดฮัดขึ้นมาทันที ก่อนจะถอนหายใจและพูดขึ้นว่า “หึ..เรื่องของพ่อเจ้าในอดีตนั้น ยังมีอีกมากมาย!”“ครั้งนั้น..พ่อของเจ้าเป็นชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์อย่างที่หาผู้ใดเทียบได้ยากนัก และยังเป็นผู้ที่โดดเด่นที่สุดในตระกูลหลิงอีกด้วย ข้าได้เตรียมที่จะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงให้กับเขาอยู่แล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเขาจะขโมยหลิวเทวะซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูลไปให้กับแม่ของเจ้า! จนกระทั่งแม่ของเจ้าตั้งท้อง ทั้งคู่จึงได้แจ้นกลับมาบอกข้า..”แม้ว่าเรื่องราวจะผ่านมานานถึงสิบแปดปีแล้วแต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ดูเหมือนชายชราจะยังคุกรุ่นไปด้วยไอแห่งโทสะ..