ตอนที่ 670
บทที่ 1099 : หลิวเทวะวิญญาณ!
October 22, 2026
หลิงลี่คืนหลิวเทวะในมือให้กับหลิงหยุนเขารับมาแต่ยังคงถือไว้ในมือเช่นนั้น ยังไม่เรียกเก็บเข้าไปในแหวนพื้นที่.. หลังจากทำการรักษาจินเหยียวร่างกายของหลิงหยุนก็อ่อนล้าอย่างมาก เขาต้องการพลังชีวิตอย่างเร่งด่วน เวลานี้หลิวเทวะกำลังปลดปล่อยพลังชีวิตธาตุไม้ออกมาอย่างต่อเนื่อง เขาจึงรีบทำการดูดซับเข้าไปในร่างกาย.. “หลิงหยุน..ยังมีอีกเรื่องที่ปู่เกือบจะลืมบอกเจ้าไป!” หลังจากพูดเรื่องหลิวเทวะมานานหลิงลี่ก็เกือบจะลืมพูดเรื่องที่ตั้งใจจะพูดไป “หลิงหยุน.. พิธีกราบไหว้บรรพบุรุษนั้นนับเป็นเรื่องสำคัญของตระกูลหลิงเรา และทุกคนในตระกูลจะต้องเข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา..” “แม้ว่าเจ้าจะเคยพบคนในตระกูลหลิงมาแล้วบ้างแต่ก็ยังมีอีกสองคนที่เจ้าไม่เคยพบเจอ ซึ่งก็คือพี่ชายคนโตของเจ้า – หลิงห่าว และน้องสาวของเจ้า – หลิงซวี่..” ขณะที่เอ่ยชื่อหลิงซวี่นั้น..ดูเหมือนผู้เฒ่าหลิงจะลังเล และมีท่าทีกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย.. หลิงหยุนได้ฟังถึงกับแอบหัวเราะอยู่ในใจ..เพราะก่อนที่เขาจะได้รู้ว่าตนเองคือทายาทตระกูลหลิงนั้น เขาก็ต้องข้องเกี่ยวกับคนทั้งสองก่อนแล้ว.. หลิงห่าว..พยายามที่จะสังหารเขาครั้งแล้วครั้งเล่า! ส่วนหลิงซวี่นั้น..เขาพบกับนางโดยบังเอิญบนเรือลาดตระเวนในระหว่างที่เดินทางกลับจากเกาะเตียวหยู เพียงแต่ครั้งนั้นหลิงหยุนได้สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าไว้ หลิงซวี่จึงไม่ได้เห็นใบหน้าของเขา.. แม้ว่าหลิงหยุนกับหลิงซวี่จะยังไม่รู้จักกันอย่างเป็นทางการแต่ครั้งนั้น.. ความงดงาม ความดื้อรั้นถือดี และความหยิ่งทะนงในตัวของนางนั้น ก็ได้ทำให้หลิงหยุนรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก.. แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้ถือกำเนิดจากมารดาคนเดียวกันแต่ทั้งเขาและหลิงซวี่่ต่างก็มีเลือดของบิดาอยู่ในตัวคนละครึ่่ง และเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของทั้งสองคนก็เป็นเลือดตระกูลหลิงเหมือนกัน หลิงหยุนย่อมต้องปฏิบัติต่อหลิงซวี่ดังเช่นน้องสาวแท้ๆของตนเอง.. ปัญหาเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของทุกคนนั้นหลิงหยุนมอบให้เป็นเรื่องของหลิงเสี่ยวที่ต้องจัดการ และหลิงหยุนเองก็ไม่ต้องการที่จะเข้าไปก้าวก่าย.. “หลิงหยุน..พี่ชายของเจ้า – หลิงห่าว เขาเป็นหลานชายคนโตของตระกูลหลิงเรา หลิงห่าวเป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง เพียงแต่บางครั้งอาจใจแคบไปบ้าง หากเจ้าได้พบกับเขา และเกิดมีปัญหาขัดแย้งกัน ก็ขอให้เจ้าอดทนกับเขาด้วย..” ก็อย่างที่หลิงลี่พูด..หลิงห่าวเป็นหลานชายคนโตของตระกูลหลิง ตั้งแต่เด็กมาหลิงลี่จึงทุ่มเทความพยายามในการเลี้ยงดูหลิงห่าวมาตลอด เพราะด้วยสถานะแล้วหลิงห่าวจะควรจะต้องได้เป็นผู้นำตระกูลหลิงรุ่นต่อไป.. แต่เมื่อหลิงหยุนกลับเข้าตระกูลและด้วยความสามารถของเขา ทำให้หลิงลี่ได้หมายมั่นปั้นมือที่จะให้หลิงหยุนมาเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปแทน คนหนึ่งเป็นหลานชายคนโตของตระกูลและรับรู้มาตลอดว่าตนเองจะได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป.. ในขณะที่อีกคนเป็นลูกนอกสมรสและเติบโตภายนอกตระกูลหลิง แต่กลับเก่งกาจสามารถ และทำเพื่อตระกูลหลิงหลายต่อหลายครั้ง ที่สำคัญ.. เขาคือคนที่หลิงลี่ได้หมายมั่นที่จะให้เป็นผู้นำตระกูลหลิงรุ่นต่อไป.. หลิงห่าวเป็นเด็กหนุ่มใจแคบ..ในขณะที่หลิงหยุนก็เย่อหยิ่งไม่ยอมคน! หากทั้งสองคนได้เผชิญหน้ากันหลิงลี่เกรงว่าทั้งคู่ยังไม่ทันจะได้พูดจา ก็คงต้องขัดแย้งจนต้องต่อสู้กันเอง.. ด้วยเหตุนี้..หลิงลี่จึงได้ขอให้หลิงหยุนอดทนต่อหลิงห่าว เพราะไม่ว่าอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นหลานในไส้ของเขาทั้งคู่ ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ หลิงลี่ก็ย่อมเจ็บปวดไม่แพ้กัน! และที่สำคัญ..หากทั้งคู่เกิดต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆ ผู้ที่จะได้รับบาดเจ็บย่อมต้องเป็นหลิงห่าวอย่างแน่นอน! การที่หลิงลี่พูดเช่นนี้กับหลิงหยุนนั้น..ไม่ใช่เพราะเขาเข้าข้างหลิงห่าว แต่เขาในฐานะอาวุโสของตระกูล จำเป็นต้องดูแลจัดการความเรียบร้อยภายในตระกูล.. โบราณว่าทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กและคนที่แกร่งกว่าควรยอมคนที่ด้อยกว่า หากทำได้เช่นนี้ครอบครัวใดก็ย่อมมีแต่ความสงบรักใคร่สามัคคีกัน.. หลิงห่าวนั้นโตกว่าหลิงหยุนก็จริงแต่เรื่องความแข็งแกร่งนั้นหลิงห่าวไม่มีทางเทียบหลิงหยุนได้เลย หลิงลี่จึงเลือกที่จะพูดกับหลิงหยุน.. แม้ว่าหลิงหยุนจะฟังหลิงลี่พูดอยู่แต่ในใจของเขานั้นได้แต่นึกเย้ยหยัน.. อดทนต่อหลิงห่าวงั้นรึจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกันในเมื่อหลิงห่าวส่งคนไปลอบสังหารหลิงหยุนถึงห้าครั้้ง หากหลิงหยุนไม่ฆ่าหลิงห่าว เขาคงต้องนึกเสียใจไปตลอดชีวิตแน่! เช่นนี้แล้วเขาจะปล่อยหลิงห่าวไปได้อย่างไรกัน?หากหลิงหยุนต้องทำเช่นนั้น..เฉินเซินกับไห่ซานที่ถูกขังไว้ ยังจะมีประโยชน์อะไรอีกเล่า“ท่านปู่..ท่านวางใจได้! ข้าต้องทำดีกับหลิงห่าวแน่!”หลิงหยุนไม่แม้แต่จะเรียกหลิงห่าวว่า‘พี่’ และกัดฟันพูดออกมาด้วยความยากลำบาก..ดังคำพูดว่า..ศัตรูภายนอกนั้นไม่น่ากลัวเท่าศัตรูภายใน!หากเป็นศัตรูภายนอกหลิงหยุนยังสามารถหลบเลี่ยงได้ไม่ยาก แต่หากเขาต้องอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลิงร่วมกับหลิงห่าวเช่นนี้ ต่อให้เขาระมัดระวังตัวทั้งกลางวันกลางคืน ก็ยากที่จะข่มตาให้หลับลงได้.. ด้วยเหตุนี้..หลิงหยุนจึงไม่มีวันยอมอ่อนข้อ และใจอ่อนให้กับหลิงห่าวอย่างแน่นอน!แต่เนื่องจากหลิงหยุนยังไม่ได้เผชิญหน้ากับหลิงห่าวเขาจึงไม่ต้องการพูดเรื่องของหลิงห่าวกับหลิงลี่ในเวลานี้..“เอาล่ะ..ข้าได้ยินคำพูดของเจ้าเช่นนี้แล้วก็ค่อยโล่งใจ!”หลิงลี่พยักหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมาและพูดต่อว่า “น่าเสียดายที่พี่ชายของเจ้าถูกข้าตามใจมาตั้งแต่เด็ก เขาก็เลยกลายเป็นคนหยิ่งจองหอง วันๆก็ไม่เคยอยู่บ้าน ข้าก็เลยให้ลุงของเจ้าจัดการให้หลิงห่าวไปทำงานในหน่วยเทพอินทรีย์ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นเช่นใดบ้าง”“หากจะพูดไปแล้ว..คนแรกในตระกูลหลิงที่หาเจ้าพบก็คือพี่ชายของเจ้า – หลิงห่าวนี่ล่ะ!”หลิงลี่นั้นกลัวมากจริงๆว่าหลิงห่าวกับหลิงหยุนจะเกิดขัดแย้งกันขึ้นเขาจึงได้พยายามพูดถึงหลิงห่าวในด้านดี เพื่อให้หลิงหยุนได้รู้สึกดีกับหลิงห่าวก่อนที่จะได้เผชิญหน้ากันจริงๆ เพราะหากทั้งคู่ขัดเกิดแย้งกันขึ้นมาจริงๆปัญหาที่เกิดขึ้นก็คงจะไม่หยุดอยู่แค่เรื่องปัญหาของพี่น้องเท่านั้น แต่จะลามไปถึงหลิงเจิ้นและหลิงเสี่ยวผู้เป็นพ่อ หากหลิงหยุนกับหลิงห่าวขัดแย้งกันจริง หลิงเจิ้นกับหลิงเสี่ยวจะไม่ขัดแย้งกันด้วยอย่างนั้นหรือเขาในฐานะที่เป็นปู่..จะสะสางปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองคนนี้ได้เช่นไรด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนนั้น..หลิงลี่ไม่จำเป็นต้องช่วย แต่หากเขาออกหน้าช่วยหลิงห่าว ไม่เท่ากับเป็นการเข้าข้างหลิงห่าวจนทำให้หลิงหยุนไม่พอใจอย่างนั้นหรือในตระกูลใหญ่นั้น..ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องต่างก็มีให้พบเห็นมากมาย!แต่ถึงอย่างนั้น..เรื่องราวปัญหาทำนองนี้ ตระกูลใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่มีวิธีแก้ปัญหาอยู่แล้ว เมื่อเกิดความขัดแย้งของพี่น้องในตระกูลขึ้น ก็มักจะแก้ปัญหาด้วยกฏของตระกูล โดยไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น!หลิงลี่ถึงกับปวดศรีษะอย่างหนักแต่ในขณะที่เขากังวลเรื่องนี้อยู่ เขากลับไม่รู้ว่าชื่อของหลิงห่าวนั้นได้อยู่ในรายชื่อของหลิงหยุนเรียบร้อยแล้ว!“ท่านปู่..เรื่องนั้นเหล่ากุ่ยได้เล่าให้ข้าฟังแล้ว!”’หลิงหยุนตอบหลิงลี่กลับไปอย่างเฉยชาและไม่มีวี่แววของความซาบซึ้งใจแสดงออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย..หลิงห่าวเป็นฆาตกรที่ต้องการสังหารเขาเขายังต้องขอบคุณมันด้วยรึ“สำหรับเรื่องของหลิงซวี่นั้นข้าก็มีคำพูดจะบอกเจ้าเช่นกัน..”“หลิงซวี่เป็นเด็กดีคนหนึ่ง..แต่เพราะเรื่องของพ่อเจ้า ทำให้นางไม่ชอบที่จะอยู่บ้าน ไม่แน่ว่าหากนางได้พบกับเจ้า นางอาจพูดจาไม่เข้าหูเจ้าไปบ้าง เจ้าก็อย่าได้เก็บมาใส่ใจเลยนะ!”“เพราะไม่ว่าอย่างไร..นางกับเจ้าก็มีพ่อคนเดียวกัน!”เมื่อพูดถึงหลิงซวี่ท่าทีของหลิงหยุนก็เปลี่ยนไปทันที! เขายิ้มให้กับหลิงลี่และตอบไปว่า “ท่านปู่.. เรื่องของน้องหลิงซวี่ข้าเข้าใจดี อาจจะไม่เป็นอย่างที่ท่านกังวลก็ได้ แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้นจริง ท่านปู่ก็ไม่ต้องกังวลใจไป ข้ารับปากว่าจะไม่ตอแยนาง หรือต่อปากต่อคำกับนาง..”เพราะหลิงหยุนรู้ดีว่าที่ผ่านมาพ่อของตนนั้นปฏิบัติต่อต่งยั่วหลานเช่นใด!