ตอนที่ 672
บทที่ 1101 : พบปะพี่น้อง!
October 22, 2026
“พอล..” ก่อนที่หลิงหยุนจะออกจากคุกใต้ดินเขาได้เรียกพอลมากำชับว่า “รอให้ตกดึกเสียก่อน.. จากนั้นเจ้าค่อยบอกเพียร์ซให้จัดการกับซากศพพวกนั้นด้วย!” “ครับเจ้านายที่เคารพ..” “ส่วนที่เหลือทั้งห้าคน..เจ้าต้องจัดการเฝ้าไว้อย่างดี อย่าปล่อยให้พวกมันตายได้เด็ดขาด โดยเฉพาะเจ้าสองคนนั่น!” พอลพยักหน้ายิ้มๆพร้อมตอบกลับทันที “เจ้านายที่เคารพ.. ไว้ใจบริวารผู้ซื่อสัตย์ได้ จะมีเพียงท่านเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์สังหารพวกมันได้!” ทั้งพอลกับเจสเตอร์นั้นทำหน้าที่เฝ้านักโทษมาตั้งแต่ที่อยู่เมืองจิงฉูพวกมันจึงค่อนข้างรู้หน้าที่ และรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี.. “หลายวันมานี้เจ้าคงจะเหนื่อยมากสินะ..” หลิงหยุนมองหน้าพอลพร้อมกับเอ่ยถามต่อว่า“เจ้ามาอยู่ประเทศจีนหลายเดือนแล้ว รู้สึกคิดถึงบ้านเกิดของเจ้าบ้างหรือไม่” เมื่อพอลได้ฟัง..มันก็รีบตอบกลับหลิงหยุนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที “เจ้านายที่เคารพ.. ข้ายินดีเป็นบริวารที่จงรักภักดีของท่าน ได้ทำงานให้ท่านข้าไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย!” หลังจากที่หยุดชะงักไปเล็กน้อยพอลก็พูดต่อว่า “ขอตอบเจ้านายตามตรง.. บางครั้งข้าเองก็รู้สึกคิดถึงบ้านอยู่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรข้าก็ยินดีติดตามรับใช้เจ้านาย หากข้าทำให้เจ้านายไม่พอใจ ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย..” หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาและรีบอธิบายให้พอลเข้าใจ “ไม่.. ข้าไม่ได้จะตำหนิเจ้า! ข้าเพียงต้องการจะบอกว่า.. อาจจะปีนี้ หรือไม่ก็ปีหน้า ข้าจะพาเจ้ากลับไปบ้านเกิดของตัวเอง!” เวลานี้..หลินเมิ่งหานได้เดินทางไปที่ประเทศแคนาดาแล้ว หลิงหยุนจึงตัดสินใจว่ารอให้เขาจัดการกับภารกิจสำคัญๆเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นเขาจะเดินทางไปแคนาดาเพื่อเยี่ยมเยียนหลินเมิ่งหาน และต้องการไปค้นหารังของเหล่าแวมไพร์อีกด้วย ไม่แน่ว่าเขาอาจได้ดาบวิเศษของเหล่าแวมไพร์มาเพิ่มอีก.. “ขอบคุณเจ้านายที่เคารพ!”พอลตอบหลิงหยุนในขณะที่นัยน์ตาสีฟ้านั้นเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ.. “เอาล่ะ..ข้าต้องไปก่อนแล้ว!” จากนั้น..ร่างของหลิงหยุนก็กระโดดหายออกไปจากคุกใต้ดิน และเมื่อหลิงหยุนออกมาข้างนอกก็เป็นเวลาห้าโมงกว่าแล้ว.. หลิงหยุนเดินตรงไปที่ห้องพักของจินเหยียวอีกครั้งเพื่อเยี่ยมเยียนดูอาการของนาง.. “ท่านน้าจินเหยียว..ข้าเข้าไปได้หรือไม่” “ได้สิ..เจ้าเข้ามาได้เลย!” น้ำเสียงนุ่มนวลของจินเหยียวดังออกมาจากห้องหลิงหยุนจึงผลักประตูเข้าไปทันที และพบว่าจินเหยียวยังคงอยู่ในเเสื้อผ้าชุดเดิม แต่ครั้งนี้ใบหน้าของนางกลับมีชีวิตชีวา และสดใสกว่าเดิมมาก! เวลานี้..เสื้อผ้าของนางนั้นแม้จะเก่า แต่ก็ถูกซักล้างอย่างสะอาดสะอ้าน และผมเผ้าก็ถูกหวีไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย.. แต่สิ่งที่ทำให้หลิงหยุนตกตะลึงมากที่สุดก็คือ..เวลานี้จินเหยียวได้ถอดผ้าคลุมหน้าออก จึงเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามของนาง หลิงหยุนถึงกับแอบถอนหายใจ และได้แต่คิดว่าหญิงสาวรอบตัวมารดาของเขานั้น ล้วนแล้วแต่หน้าตาหมดจดงดงามทั้งสิ้น.. แน่นอนว่า..จินเหยียวที่หลิงหยุนพบเห็นในตอนนี้ ก็คือจินเหยียวที่ได้ใช้ยันต์บำบัดรักษาแผลเป็นทั่วใบหน้า และร่างกายเรียบร้อยแล้ว เพราะจินเหยียวก่อนหน้านั้นมีแผลเป็นทั่วทั้งใบหน้าและร่างกาย หนำซ้ำผิวหนังบางส่วนยังร่อนออกเห็นแต่เนื้อสีแดงสด ดูราวกับถูกสาดด้วยน้ำกรดก็ไม่ปาน สภาพใบหน้าของนางก่อนหน้านี้นั้นน่าสยดสยองยิ่งกว่าแผลเป็นบนใบหน้าของซือกงถูเสียอีก.. และบาดแผลของจินเหยียวกับซือกงถูนั้นก็เกิดจากการที่จินเหยียวระเบิดปราณปีศาจในร่างกาย ส่งผลให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บจนกลายเป็นแผลเป็นที่น่าเกลียดน่ากลัว.. แม้ว่าจินเหยียวจะกลายเป็นคนเสียสติแต่จิตใต้สำนึกของนางก็ยังคงทำงานได้ดีอยู่ ที่ผ่านมาเมื่อรู้ว่าตนเองมีใบหน้าที่อัปลักษณ์ นางจึงได้สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าตนเองไว้ตลอดเวลา.. แต่ด้วยจิตหยั่งรู้ที่แข็งแกร่งของหลิงหยุนทำให้เขาสามารถมองเห็นแผลเป็นที่น่าเกลียดของนางได้ตั้งแต่เมื่อครั้งแรกที่ได้พบกัน เพียงแต่หลิงหยุนไม่เคยเอ่ยออกมาเท่านั้นเอง.. “ท่านน้าจินเหยียว..ท่านช่างงดงามยิ่งนัก!” หลิงหยุนจ้องมองใบหน้าที่งดงามของจินเหยียวด้วยความตกตะลึงพร้อมกับยิ้มออกด้วยความชื่นชม และภาคภูมิใจ..“เด็กน้อย..เจ้าช่างปากหวานเหมือนพ่อของเจ้าไม่มีผิด! พ่อของเจ้าก็ชอบพูดแบบนี้กับแม่ของเจ้าอยู่บ่อยๆ!”จินเหยียวตอบหลิงหยุนด้วยใบหน้าที่อบอวลไปด้วยความสุขจากนั้นจึงจูงมือหลิงหยุนไปนั่งพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างพินิจพิจารณา..หลิงหยุนถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกอีกครั้งเพราะดูเหมือนจินเหยียวจะสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆ ในอดีตได้ดังเดิมแล้ว“ท่านน้าจินเหยียว..ไม่ทราบว่าท่านคุ้นเคยกับที่นี่บ้างหรือยัง”หลิงหยุนเอ่ยถามจินเหยียวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย..“เด็กน้อย..ข้าอาศัยอยู่ข้างนอกมานานถึงสิบแปดปี เวลานี้ได้อยู่ในห้องที่สะดวกสบาย และมีเครื่องอำนวยความสะดวกเช่นนี้ ข้าก็ลืมไปแล้วว่าบางอย่างมันใช้งานอย่างไร”จินเหยียวอาศัยอยู่ตามป่าเขามานานถึงสิบแปดปีแม้อาการเสียสติจะหายแล้ว แต่เครื่องไม้เครื่องมืออำนวยความสะดวกบางอย่าง นางก็ต้องเริ่มทำความเข้าใจใหม่เช่นกัน..หลิงหยุนถึงกับเจ็บปวดใจยิ่งนักเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าที่แสนซื่อของจินเหยียวเพราะมันทำให้เขารู้ว่าจินเหยียวต้องอยู่อย่างลำบากยากเย็นมานานมากเพียงใด เวลานี้เข้าต้องการที่จะตอบแทนจินเหยียวกลับไปให้ได้มากที่สุด.. ไอลีนโนเวล“ท่านน้า..ท่านไม่ต้องกังวลใจไป! รอให้พี่สาวของข้ามาถึง ข้าจะให้นางมาอยู่เป็นเพื่อนท่าน เรื่องพวกนี้ค่อยๆ เรียนรู้ใหม่ได้!”พี่สาวของหลิงหยุนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลิงซิ่วและนางเองก็เป็นหญิงสาวที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี..“ได้เช่นนั้นก็ดีสิ..”จินเหยียวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในเมื่อจินเหยียวหายดีแล้ว..เวลานี้ก็เหลือเพียงปัญหาสุดท้าย!“ท่านน้า..หนอนกู่ที่ท่านฝังไว้ในร่างของซือกงถูนั้น ท่านคิดอ่านเช่นไร”หนอนกู่ที่จินเหยียวฝังลงไปในร่างของซือกงถูนั้นไม่ใช่เพื่อต้องการจะได้อยู่ร่วมกันกับมัน แต่เพื่อจะได้ตายร่วมกันต่างหากเล่า!และหากจินเหยียวยังไม่นำหนอนกู่ออกจากร่างของซือกงถูหลิงหยุนก็ยังไม่สามารถสังหารซือกงถูได้!แต่จินเหยียวกลับยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เด็กน้อย.. เจ้าอย่าได้กังวลใจไป! ในเมื่อข้าสามารถฝังหนอนกู่เข้าไปในร่างของมันได้ ข้าก็ย่อมสามารถนำมันออกมาได้เช่นกัน เพียงแต่ข้าต้องพักฟื้นร่างกายอีกสักสองสามวันก่อน..”หลิงหยุนได้ฟังคำพูดของจินเหยียวก็ถึงกับโล่งใจและดีใจอย่างมาก เขายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับตอบไปว่า“ถ้าเป็นเช่นนั้น..ข้าค่อยโล่งใจหน่อย!”จินเหยียวยกมือขึ้นลูบศรีษะของหลิงหยุนพร้อมกับยิ้มให้เขา“เด็กดีของน้า..”ในเมื่อเป็นเช่นนี้..หลิงหยุนจึงไม่มีอะไรต้องกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องของจินเหยียวอีก และรอคอยเพียงแค่จัดการกับหนอนกู่ในร่างของซือกงถูเท่านั้น..“ท่านน้าจินเหยียว..หากท่านต้องการเสื้อผ้าชุดใหม่ หรือของใช้อื่นๆ ได้โปรดบอกกับข้าทันที ข้าจะพาท่านออกไปหาซื้อเอง..” จินเหยียวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข“เด็กโง่.. เรื่องนี้ไม่ต้องรบกวนเจ้าแล้ว เมื่อเช้าพ่อของเจ้าได้จัดเตรียมไว้ให้ข้าหมดแล้ว กิจวัตรประจำวันของข้ากับแม่ของเจ้านั้น เขายังจดจำได้อย่างแม่นยำ!”หลิงหยุนยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับตอบไปว่า“อ่อ.. ถ้าเช่นนั้นเรื่องนี้ข้าก็คงไม่ต้องกังวลใจอีกแล้วเช่นกัน!”หลิงเสี่ยวนับเป็นชายที่ละเอียดอ่อนไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถจัดแจงเรื่องเหล่านี้ให้กับจินเหยียวได้ และแน่นอนว่าเขาย่อมเหมาะสมที่จะดูแลจินเหยียวมากกว่าหลิงหยุน..หลิงหยุนกับจินเหยียวนั่งสนทนากันต่ออีกสักพักจากนั้นเขาจึงเดินออกจากห้องของจินเหยียวด้วยความรู้สึกที่เบาโหวงราวกับได้ยกภูเขาที่หนักอึ้งออกไปจากอก..ยังมีเรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่องที่หลิงหยุนจะต้องจัดการนั่นก็คือการช่วยให้หลิงเสี่ยวสามารถพัฒนาขั้นให้สูงขึ้นได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้การที่หลิงเสี่ยวถูกซือกงถูจับตัวไปได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นก็เพราะว่าฝีมือของเขาด้อยกว่าซือกงถูมาก หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ในวันข้างหน้าหลิงเสี่ยวก็อาจถูกยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนคนอื่นๆ สังหารได้อย่างง่ายดายเช่นกัน..และนี่คืออันตรายที่ยิ่งใหญ่สำหรับหลิงหยุน!ศัตรูของหลิงหยุนไม่สามารถเอาชนะหลิงหยุนได้จึงได้หันมาเล่นงานหลิงเสี่ยวแทน เพื่อหวังใช้หลิงเสี่ยวมาเล่นงานเขากลับอีกที และนี่คือปัญหาใหญ่สำหรับหลิงหยุน!