ตอนที่ 673
บทที่ 1102 : กลั่นปราณบ่มเพาะจิต!
October 22, 2026
เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนจะสอนวิชาให้กับตนเองและทุกคน หลิงหย่งกับน้องๆ อีกสองคนก็ถึงกับดีอกดีใจอย่างมาก แววตาของทุกคนต่างก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าตนเองกำลังใช้กระบี่เหินสังหารศัตรูอยู่.. “แต่..” หลังจากที่พูดให้ทุกคนดีใจแล้วหลิงหยุนตามด้วยการขู่ “หากพวกเจ้าต้องการที่จะฝึกวิชากระบี่เหินริงๆ พวกเจ้าจะต้องตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก ไม่ใช่พูดแต่ปาก..” “ถึงแม้วิชาในคัมภีร์เสวียนหวงของตระกูลหลิงจะแข็งแกร่งไม่น้อยแต่นั่นก็คือวิชาฝึกฝนกำลังภายในให้แข็งแกร่งเท่านั้น ยังไม่ใช่วรยุทธที่สำหรับใช้ในการต่อสู้!” หลิงหยุนกล่าวได้ถูกต้องการฝึกวิชาตามคัมภีร์เสวียนหวงนั้นเป็นการฝึกกำลังภายในเพื่อพัฒนาระดับขั้น แต่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว หรือกลวิธีการต่อสู้ใดๆเลย แต่ตระกูลหลิงกลับต้องเผชิญหน้ากับเหล่ายอดฝีมือที่มีวรยุทธสูงส่ง หรือไม่ก็มีเพลงกระบี่ที่ล้ำเลิศ.. หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างมั่นใจพร้อมกับย้ำว่า“แต่พวกเจ้าไม่ต้องกังวลใจไป มีข้าหลิงหยุนอยู่ทั้งคน พวกเจ้าย่อมต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!” หลิงหยุนสอนวิชาบ่มเพาะให้กับคนรอบตัวมากมายเมื่อครั้งที่อยู่จิงฉูจึงแทบไม่ต้องพูดถึงพี่น้องตระกูลหลิงซึ่งล้วนแล้วแต่มีสายเลือดเดียวกันกับเขา.. “เอาล่ะ..อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กันเลย! ข้ามีของขวัญจะมอบให้กับพวกเจ้าด้วย..” พูดจบ..หลิงหยุนก็จัดการเซ็นต์เช็คสามใบ และยื่นให้กับทุกๆคน พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ข้ามอบเงินให้กับพวกเจ้าคนละหนึ่งร้อยล้าน หากไม่พอก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ!” “โอ้โห!!” เสียงร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจดังออกมาจากปากพี่ชายน้องชายทั้งสามคน และสายตาของพวกเขาต่างก็จับจ้องอยู่ที่เช็คในมือซึ่งมีเลขศูนย์อยู่เต็มไปหมด.. เวลานี้หลิงหยุนได้กลับเข้าตระกูลหลิงอย่างเป็นทางการแล้วและตัวเขาก็นับเป็นคนของตระกูลหลิงเช่นกัน เขาจึงต้องเอาชนะใจพี่น้องทุกคน และต้องการชดเชยให้กับสิบแปดปีที่คลาดจากกัน.. “โอ้โหน้องสี่..เจ้านี่ช่างใจกว้างเป็นแม่น้ำ ให้เงินมากมายขนาดนี้ ข้าไม่รู้จะเอาไปใช้อะไรจริงๆ! ฮ่า.. ฮ่า..” หลิงหย่งกำเช็คในมือแน่นและกำลังตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ถูก.. ส่วนหลิงเฟิงกับหลิงเลี่วยนั้นต่างก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจไม่หยุดเช่นกัน.. สามพี่น้องต่างก็ถือเช็คไว้ในมือด้วยความตื่นเต้นและจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาที่แตกต่างกันไป.. เงินสามารถเปลี่ยนคนเป็นพระเจ้าและสามารถผลักคนให้กลายเป็นปีศาจ นี่คือเรื่องธรรมดาทั่วไปที่เกิดขึ้นไม่ว่าอยู่แห่งหนใด.. หลังจากที่หายจากอาการตื่นเต้นดีใจแล้วหลิงหย่งก็ยิ้มออกมาอย่างสมเพชพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ว่าที่ผู้นำของเรารู้ทั้งรู้ว่าน้องสี่กลับมาแล้วแต่กลับไม่ยอมมาหาน้องสี่กับพวกเราทั้งๆที่ข้าก็เอ่ยชวนแล้ว แต่เขากลับปฏิเสธและบอกว่าไม่ใช่ธุระ..” หลิงหยุนได้ฟังคำพูดของหลิงหย่งก็ได้แต่คิดใจว่าว่าที่ผู้นำซึ่งหลิงหย่งกำลังพูดถึงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลิงห่าว.. แต่ฟังจากน้ำเสียงของหลิงหย่งแล้วดูเหมือนเขาจะไม่ได้เคารพ และสนิทสนมกับพี่ชายแท้ๆ ของตนเองนัก! หลิงหย่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบกับการฝึกฝนวิชาแม้ว่าเขากับหลิงห่าวจะเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน แต่เขากลับสนิทสนมกับลูกชายของหลิงเยว่ซึ่งก็คือหลิงเฟิงกับหลิงเลี่วยมากกว่า.. และเมื่อได้ฟังคำพูดของหลิงหย่งหลิงเฟิงก็พูดขึ้นว่า “เฮ้อ.. เขาโชคดีที่เกิดมาเป็นหลานชายคนโต และท่านปู่ก็ตามอกตามใจ ตัวเองจะได้เป็นผู้นำตระกูลหลิงในวันข้างหน้า แต่กลับไม่สนใจฝึกฝนวิชา เอาแต่เที่ยวเล่นข้างนอก สนใจแต่เรื่องผู้หญิง..” หลิงเลี่วยพยักหน้าเห็นด้วยและพูดเสริมขึ้นทันที “นั่นสิ.. ก่อนหน้านี้เขาช็อตเงิน ก็มาบีบบังคับเอาเงินที่ข้าอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบจากการทำงานหนักทุกเดือนไป สมน้ำหน้า.. อดได้เงินหนึ่งร้อยล้านจากพี่สี่เลย!”และคำพูดของสามพี่น้องเพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถบ่งบอกถึงอุปนิสัยใจคอของหลิงห่าวได้อย่างชัดเจน..หลิงหยุนนั้นรู้อยู่แล้วว่าหลิงห่าวไม่ค่อยยอมกลับบ้านและทำตัวเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ข้างนอก ก็เพราะไม่ต้องการพบเจอเขา และที่หลิงห่าวขาดแคลนเงินก่อนหน้านี้ ก็เพราะว่าตนเองนำเงินจำนวนมากมายไปให้กับองค์กรนักฆ่า เพื่อจ้างคนมาลอบสังหารเขานั่นเอง..หลิงหยุนได้แต่นึกหยันอยู่ในใจอย่าว่าแต่หลิงห่าวจะไม่มาเลย ต่อให้เขามา หลิงหยุนก็ไม่มีทางมอบเงินของตนเองให้กับหลิงห่าวอย่างแน่นอน!แต่หลังจากที่ได้ฟังคำพร่ำบ่นของสามพี่น้องหลิงหยุนจึงได้รู้ทันทีว่าทั้งสามพี่น้องนั้นน่าจะมีสัมพันธภาพที่ไม่ดีกับหลิงห่าวมาตั้งแต่เด็ก..“ช่างเถอะ..ข้ายังมีของบางอย่างจะมอบให้กับพวกเจ้าอีก!”จากนั้น..หลิงหยุนก็วางมือลงบนโต๊ะหินตรงหน้าตัวเอง และจัดการเรียกอาวุธมากมายออกมากองไว้บนโต๊ะหิน..และมันก็คืออาวุธที่เหล่ามือสังหารขององค์กรนักฆ่าใช้เป็นอาวุธประจำตัวนั่นเอง!และทันทีที่หลิงหยุนเรียกอาวุธเหล่านั้นออกมากลิ่นอายแห่งความดุร้ายรุนแรงก็พวยพุ่งออกมาจากกองอาวุธเหล่านั้นทันที และดูเหมือนบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นด้วยเช่นกัน.. บนโต๊ะหินตรงหน้าหลิงหยุนนั้นนอกจากดาบเล่มยาวที่ทำจากทองคำดำแล้วก็มีกระบี่ที่ทำจากโลหะเนื้อดีมากมาย นอกจากนั้นก็มีกริด ทวนสั้น และอื่นๆอีกมากมายอาวุธที่หลิงหยุนคัดมานั้นล้วนแล้วแต่แตกต่างจากอาวุธธรรมดาทั่วไป เพราะนี่คืออาวุธประจำตัวของเหล่ามือสังหาร นอกจากจะทำจากโลหะชั้นดีแล้ว ไม่รู้ว่าได้ดื่มเลือดผู้คนมากี่มากน้อยแล้ว จึงได้มีกลิ่นอายสังหารพวยพุ่งออกมารุนแรงถึงเพียงนี้..อาวุธเหล่านี้ในสายตาของเหล่ายอดฝีมือนั้นอาจเรียกว่าอาวุธในฝันกันเลยทีเดียว!แต่สำหรับหลิงหยุน.. มันก็แค่อาวุธรรมดาๆชิ้นหนึ่งเท่านั้นและที่หลิงหยุนนำอาวุธเหล่านี้กลับมาก็เพื่อให้คนรอบตัวเขาใช้แทนอาวุธเหล่านี้ไปพรางๆก่อน ในระหว่างที่รอให้หลิงหยุนสร้างอาวุธที่ล้ำค่ากว่านี้ให้!ทันทีที่หลิงหยุนกองอาวุธทั้งหมดลงบนโต๊ะหินสายตาของพี่น้องทั้งสามก็เป็นประกายตื่นเต้นขึ้นมาทันที!อาวุธที่ล้ำเลิศเช่นนี้..สำหรับตระกูลหลิงก่อนหน้านี้แม้แต่หนึ่งชิ้นยังไม่มีโอกาสได้ครอบครองเลย แต่เวลานี้กลับมีนับสิบกองให้พวกเขาเลือกตามใจชอบ!เมื่อเห็นสีหน้าที่ตื่นเต้นดีใจของพี่น้องทั้งสามหลิงหยุนจึงยิ้มและพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าหยิบไปเลย เลือกหยิบอาวุธทีตนเองถนัดมือ!”“ข้าอยากได้ดาบที่ทำจากทองคำดำ!”หลิงหย่งเป็นฝ่ายร้องตะโกนบอกพร้อมกับรีบเอื้อมมือออกไปหยิบดาบยาวกว่าสามฟุตที่ทำจากทองคำดำหลิงหย่งกำไว้ในมือแน่นราวกับเกรงว่าจะถูกผู้อื่นแย่งชิงไป..“ข้าต้องการกระบี่เล่มนั้น!”หลิงเฟิงเลือกกระบี่เล่มยาวที่ทำจากโลหะเนื้อดีเขาชื่นชอบกระบี่เป็นชีวิตจิตใจ และไม่เคยเหลียวแลอาวุธอื่นใดเลย“พี่สี่..ข้าอยากได้ทวนคู่สั้น!”หลิงเลี่วยเลือกทวนคู่สั้นที่ทำจากโลหะเนื้อดีเช่นกันและมีความยาวเท่าหนึ่งแขนของผู้ใหญ่เท่านั้น ตัวกระบี่เป็นสีดำดูน่าขนลุก และไอสังหารก็พวยพุ่งออกมาเช่นกันการเลือกอาวุธนั้น..สามารถบ่งบอกบุคลิกของพี่น้องทั้งสามคนได้อย่างชัดเจนหลิงหย่งเป็นเด็กหนุ่มใจกล้าห้าวหาญเขาจึงเลือกดาบที่ทำจากทองคำสีดำ ในขณะที่หลิงเฟิงนั้นเป็นคนเถรตรงดังเช่นกระบี่ ส่วนหลิงเลี่วยนั้นเป็นเด็กที่มีความคิดประหลาด ต้องการชนะด้วยทักษะความสามารถ จึงได้เลือกทวนสั้นคู่..หลิงหยุนถามย้ำอีกครั้ง“นี่พวกเจ้ามั่นใจว่าจะไม่เปลี่ยนใจแล้วใช่หรือไม่”ทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกันและกำอาวุธในมือของตนเองไว้แน่น แต่ดวงตาก็จ้องมองอาวุธที่เหลือบนโต๊ะด้วยความเสียดาย หลิงหยุนเห็นท่าทางลังเลใจของทุกคนก็ถึงกับหัวเราะออกมา และพูดขึ้นว่า..