ตอนที่ 675
บทที่ 1104 : พัฒนาขั้นกันถ้วนหน้า!
October 22, 2026
“ผู้นำตระกูล..เจ้ามาลองดู!” หลิงลี่รีบตะโกนเรียกหลิงเจิ้นให้มาลองทดสอบดูหลิงเจิ้นเดินตรงเข้าไปที่ต้นหลิวเทวะ แล้วกัดนิ้วหยดเลือดลงไปทันที แต่แล้วก็ต้องส่ายศรีษะพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ..หลิวเทวะไม่ดื่มเลือดของข้าเช่นกัน มันเพียงแค่ดูดซับปราณเสวียนหวงเท่านั้น” หลิงลี่นึกประหลาดใจยิ่งนักและรีบเรียกหลิงเสี่ยวให้มาลองดูเช่นกัน แต่ปรากฏว่าเลือดของคนตระกูลหลิงทั้งหมด ล้วนไม่ถูกหลิวเทวะดื่มเข้าไปเช่นเคย.. “โอ้..มรดกตระกูลหลิงไม่ยอมดื่มเลือดคนตระกูลหลิงเช่นนี้ นี่คงจะเป็นลางร้าย!” หลิงห่าวที่ได้เห็นเหตุการณ์แปลกประหลาดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็สบโอกาสที่จะได้ทำลายความน่าเชื่อถือของหลิงหยุน จึงได้พูดออกมาเพื่อเป็นการโยนหินถามทาง.. “เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!” หลิงเจิ้นถึงกับหันไปตะโกนดุหลิงห่าวด้วยความโกรธทันที! หลิงหยุนเห็นหลิงห่าวตั้งใจใช้โอกาสนี้โจมตีตนเองจึงได้แต่ยิ้มและก้าวเท้าขึ้นไปด้านหน้าพร้อมกับพูดขึ้นด้วยท่าทางสงบนิ่ง “ท่านปู่..ให้ข้าลองดู!” หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากหลิงลี่หลิงหยุนจึงกัดนิ้วมือข้างซ้ายของตนเอง และหยดเลือดลงบนฝ่ามือข้างขวา หลิงหยุนไม่รอช้า เขารีบใช้มืออีกข้ายกต้นหลิวเทวะขึ้นมาถือไว้ทันที.. ปรากฏว่าหยดเลือดที่อยู่บนฝ่ามือของหลิงหยุนนั้นได้ถูกหลิวเทวะดูดเข้าไปอย่างรวดเร็ว และยังคงดื่มเลือดที่ไหลออกจากนิ้วของหลิงหยุนไม่หยุด หลิงหยุนรับรู้ได้ถึงความตระกละตระกรามของเจ้าหลิวเทวะต้นนี้ ทั้งหลิงลี่หลิงเจิ้น และหลิงเสี่ยวนั้นถึงกับตกตะลึงไปตามๆกัน! หลิงหยุนจึงยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะอธิบายต่อว่า“หลิวเทวะทั้งสองต้นนี้เคยดื่มเลือดของข้าอยู่เป็นประจำ และเลือดของข้าคงจะมีรสหอมหวานถูกปากพวกมันมัน!” ร่างกายของหลิงหยุนนั้นผ่านขั้นปรับร่างกายมาแล้วหนำซ้ำในร่างกายของหลิงหยุนยังมีพลังอมตะอยู่ด้วย ดังนั้นร่างกายของหลิงหยุนจึงเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า หากเทียบกับคนตระกูลหลิงทุกคนแล้ว เลือดของหลิงหยุนนั้นนับว่ามีคุณสมบัติที่สูงส่งกว่าเลือดตระกูลหลิงคนอื่นๆ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า.. เช่นเดียวกับมนุษย์เรา..หากได้กินอาหารที่มีรสชาติที่ดีแล้ว ก็คงจะไม่อยากจะกลับไปกินอาหารที่มีรสชาติย่ำแย่อีก! และระหว่างนั้นหลิงหยุนเองก็ไม่ลืมที่จะถ่ายเทปราณเสวียนหวงลงไปในต้นหลิวเทวะด้วย.. หลิวเทวะทั้งดื่มเลือดของหลิงหยุนและดูดซับเอาปราณเสวียนหวงที่หลิงหยุนถ่ายเทเข้าไปมากกมายกว่าทุกครั้ง และจู่ๆก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกับหลิวเทวะขึ้นอีกครั้ง! หลิงหยุนสัมผัสได้ว่า..จู่ๆ หลิวเทวะนั้นก็หยุดดื่มเลือดของตนเองไปเฉยๆ และเอาแต่ดูดซับปราณเสวียนหวงที่เขาถ่ายเทให้เพียงอย่างเดียว.. และเวลานี้ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์กับหลิวเทวะ.. หลิวเทวะเล็กๆที่สูงเพียงแค่สามฟุตนั้นจู่ๆ ก็สูงขึ้น และลำต้นก็ขยายใหญ่ขึ้น หนำซ้ำยังแตกหน่อออกใบได้อย่างรวดเร็ว เวลานี้หลิวเทวะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึงสองเท่า! จากนั้น..หลิงหยุนก็สังเกตเห็นว่าด้านล่างของต้นหลิวเทวะนั้น เริ่มมีรากงอกออกมาทีละเล็กทีละน้อย และเวลานี้มันก็มีขนาดเท่าๆกับนิ้วมือของผู้ใหญ่เลยทีเดียว.. หลิงหยุนร้องอุทานออกมาอย่างอัศจรรย์ใจ“มีรากงอกออกมาด้วยงั้นรึ”นับเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก..ที่จู่ๆ หลิวเทวะเติบโตขึ้นมาภายในเวลาอันรวดเร็ว หนำซ้ำเวลานี้ทั้งใบ และกิ่งก้านของมันก็เริ่มสั่นไหวทั้งที่ไม่มีลมพัดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ทุกคนที่ได้พบเห็นถึงกับตกใจยิ่งนัก!จากนั้น..เสียงตูม! ก็ดังขึ้น และหลิวเทวะก็ปลดปล่อยปราณเสวียนหวงออกมาจากลำต้นอย่างมากมาย“นี่คือปราณเสวียนหวง!”“ท่านปู่..ท่านรีบสั่งให้ทุกคนเข้ามารวมกันอยู่ภายในห้องบรรพชนนี้เร็วเข้า!”หลิงหยุนนั้นมีสมุดจักรพรรดิอยู่ภายในร่างกายเขาจึงสามารถสัมผัส และคาดเดาได้ว่าปราณเสวียนหวงที่หลิวเทวะกำลังจะปลดปล่อยออกมานั้น จะต้องเป็นปราณอมตะเสวียนหวงอย่างแน่นอน!หลิงหยุนเองก็ไม่รู้จริงๆว่าหลังจากที่หลิวเทวะได้ดื่มเลือดของเขา และดูดซับปราณเสวียนหวงของคนตระกูลหลิงเข้าไปอย่างมากมายนั้นจะทำให้มันเจริญเติบโตได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ และเวลานี้หลิวเทวะก็กำลังจะตอบแทนกลับคืนให้กับคนตระกูลหลิง..และนี่คือปราณอมตะเสวียนหวงที่ล้ำค่าหลิงหยุนจะปล่อยให้มันระเหยทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ได้อย่างไรกัน!แต่เนื่องจากนาทีคับขัน..หลิงหยุนจึงไม่สามารถอธิบายอะไรได้มากนัก เขาจึงรีบร้องบอกหลิงลี่ให้เรียกทุกคนเข้ามารวมกันภายในห้องบรรพชนอย่างรวดเร็วเมื่อหลิวเทวะเปลี่ยนภายในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้ทุกคนในตระกูลหลิงต่างก็ตื่นเต้น และอยากจะเห็นอย่างชัดเจน จึงรีบพากันกรูเข้าไปในห้องบรรพชนอีกครั้งทันที!และเวลานี้หลิงหยุนก็ยืนอยู่ตรงกลางพลังอมตะเสวียนหวงก็เริ่มพวยพุ่งออกมาจนเต็มห้อง หลิงหยุนจึงร้องตะโกนบอกกับทุกคนว่า..“ทุกคนนั่งลงแล้วรีบเดินลมปราณดูดซับปราณเสวียนหวงนี้เข้าไปในร่างกาย!” ส่วนตัวหลิงหยุนที่ถือต้นหลิวเทวะอยู่ในมือนั้นก็นั่งลงขัดสมาธิ และรีบเดินลมปราณตามคัมภีร์เสวียนหวงทันที..แต่หลิงหยุนแทบไม่ต้องดูดซับเอาปราณอมตะเสวียนหวงนี้เข้าไปด้วยตัวเองเพราะเขานั่งถือหลิวเทวะไว้ในมือ ปราณอมตะเสวียนหวงจึงไหลเข้าสู่ร่างกายของโดยตรงในปริมาณที่มากกว่าปลดปล่อยอออกมา..ทันทีที่ปราณอมตะเสวียนหวงถูกปลอดปล่อยออกมานั้นเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่พิเศษ ในฐานะสมาชิกตระกูลหลิง ทุกคนต่างก็ต้องฝึกวิชาตามคัมภีร์เสวียนหวงอยู่แล้ว จึงรับรู้ได้ว่าพลังปราณที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้น จะมีประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล..ภายในเวลาเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวสมาชิกตระกูลหลิงทั้งหมด ต่างก็มานั่งรายล้อมหลิงหยุนไว้ และเริ่มดูดซับเอาปราณอมตะเสวียนหวงนี้เข้าไป..และยิ่งหลิวเทวะสั่นไหวมากเท่าใดปราณอมตะเสวียนหวงก็จะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้นเท่านั้น เมื่อปราณเสวียนหวงถูกปลดปล่อยออกมาจนกระจายเต็มห้องบรรพชนแล้ว การปลดปล่อยจึงค่อยๆลดระดับลง..เวลานี้ภายในห้องบรรพชนอบอวลไปด้วยปราณอมตะเสวียนหวงและภายในห้องก็ได้กลายเป็นสีเหลืองไปหมด.ก่อนหน้านี้..หลิงหยุนเป็นห่วงว่าปราณอมตะเสวียนหวงที่หลิวเทวะปลดปล่อยออกมานั้น จะกระจายและลอยไปตามอากาศทิ้งขว้างอย่างน่าเสียดาย จึงรีบเรียกให้ทุกคนดูดซับเข้าไปในร่างกาย แต่กลับกลายเป็นว่าเขาคิดผิดไป เพราะเวลานี้ปราณอมตะเสวียนหวงนั้น หลังจากถูกปลดปล่อยออกจากหลิวเทวะ ก็เข้าครอบคลุมภายในห้องบรรพชนตระกูลหลิงเท่านั้น ไม่กระจายออกไปด้านนอกเลยแม้แต่น้อย..‘นี่คือไม้วิญญาณ..’นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลิงหยุน..เช่นเดียวกับกระบี่เหินของหลิงหยุนซึ่งก็คือกระบี่วิญญาณ และหลิวเทวะวิญญาณต้นนี้ก็คือไม้วิญญาณ!