ตอนที่ 676
บทที่ 1105 : ระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่!
October 22, 2026
ด้วยพลังของปราณอมตะเสวียนหวงหลิงซวี่ก็ได้เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-1 นางต้องการที่จะเร่งพัฒนาขึ้นสู่ขั้นต่อไป แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูของนาง –น้องพี่..อย่าได้รีบร้อนนัก! เจ้าต้องสร้างรากฐานให้มั่นคงเสียก่อน..- และนั่นก็คือเสียงของหลิงหยุนที่พูดกับหลิงซวี่ผ่านกระแสจิต.. ความจริงแล้ว..หลิงซวี่นั้นเป็นเด็กสาวที่มีนิสัยดื้อรั้น นางคิดว่าจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน แต่ก็นึกถึงความห่วงใยของท่านปู่และท่านพ่อที่มีให้กับนาง อีกทั้งหลิงหยุนเรียกนางว่า ‘น้องพี่’ ทำให้จิตใจที่ดื้อรั้นของหลิงซวี่นั้นอ่อนยวบลงไปอย่างมาก นางจึงเริ่มใช้ปราณอมตะเสวียนหวงนั้นทำการชำระล้างไขกระดูก และเส้นลมปราณเพื่อให้รากฐานของตนเองมั่นคงยิ่งขึ้น.. และในบรรดาหลานชายของตระกูลหลิงนั้นผู้ที่ฝึกฝนก้าวหน้าได้ช้าที่สุดก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก.. หลิงห่าว! แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ที่ต่ำต้อยที่สุด แต่ครั้งนี้ก็สามารถพัฒนาขั้นได้อย่างรวดเร็ว เวลานี้..หลิงห่าวสามารถพัฒนาขั้นจนเข้าสู่ระดับเดียวกับหลิงซวี่แล้ว แต่ดูเหมือนหลิงห่าวจะโลภมาก และไม่พอแค่นั้น เขาเดินลมปราณอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ตนเองสามารถพัฒนาขั้นขึ้นไปสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนเวลานี้หลิงห่าวสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-4 ได้แล้ว.. แม้หลิงห่าวจะรู้ว่าการเร่งพัฒนาขั้นจนเร็วเกินไปนั้นอาจจะทำให้ธาตุไฟแตกซ่าน และกลายเป็นมารได้ แต่หลิงห่าวก็มั่นใจว่าหากเกิดเรื่องเช่นนั้นจริง หลิงลี่ซึ่งอยู่ในขั้นเซียงเทียน-8 จะไม่ยอมปล่อยให้เขาต้องกลายเป็นมารอย่างแน่นอน และคงต้องหาทางช่วยตนเองอย่างสุดความสามารถ! และการที่หลิงห่าวคลุ้มคลั่งและกระสันที่จะพัฒนาขั้นอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็คือนิสัยโลภโมโทสันของตนเอง และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ.. หลิงหยุน! เมื่อครั้งที่หลิงห่าวอยู่ในหน่วยเทพอินทรีย์นั้นเขาก็ได้ยินได้ฟังเรื่องความแข็งแกร่งอันน่าอัศจรรย์ของหลิงหยุนมานักต่อนัก และรู้ดีว่าตนเองนั้นไม่อาจเทียบหลิงหยุนได้เลยแม้แต่น้อย.. แม้ว่าตอนนี้หลิงห่าวได้แต่แอบหวังว่าหลิงหยุนจะไม่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่แอบจ้างคนไปลอบสังหารหลิงหยุนแต่ถึงกระนั้นเขาก็ได้เตรียมทางหนีทีไล่เผื่อไว้แล้วเช่นกัน.. หลิงห่าวตั้งใจไว้แล้วว่า..ต่อให้หลิงหยุนรู้จากปากเฉินเซินว่าตนเองเป็นคนสั่งฆ่า แต่เขาก็จะไม่ยอมรับ และหากบังเอิญมีหลักฐานที่มัดตัวเขาอย่างแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด หลิงห่าวก็ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แผนที่สองซึ่งได้เตรียมไว้ นั่นก็คือการหลบหนี! ยิ่งหนีไปได้ไกลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวหลิงห่าวเองมากขึ้นเท่านั้น! แต่หากยังอยู่เพียงแค่ขั้นโฮ่วเทียน-9เขาจะสามารถหนีรอดได้อย่างนั้นหรือ หลิงห่าวจึงต้องอาศัยโอกาสนี้พัฒนาขั้นของตนเองให้สูงขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้และเวลานี้หลิงห่าวก็ปรารถนาที่เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 ให้จงได้! นับว่าแผนการของเด็กชั่วร้ายอย่างหลิงห่าวนั้นไม่เลวเลยทีเดียวเพียงแต่เขาลืมบางสิ่งบางอย่างไป เพราะมัวแต่คิดในมุมของตนเองฝ่ายเดียวเท่านั้น จนลืมนึกถึงความเป็นจริง.. ก่อนที่จะได้รับปราณอมตะเสวียนหวงในครั้งนี้หลิงหยุนก็แข็งแกร่งกว่าหลิงห่าวมากอยู่แล้ว และเวลานี้ทุกคนต่างก็ได้รับประโยชน์จากปราณอมตะเสวียนหวงอย่างเท่าเทียมกัน เช่นนี้แล้ว.. ขั้นของหลิงห่าวจะเหนือกว่าหลิงหยุนได้อย่างไรกัน หลิงหยุนเองก็รู้ว่าหลิงห่าวนั้นสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-4ได้แล้วและรู้ว่าหลิงห่าวยังคงที่จะเร่งพัฒนาขั้น แต่หลิงหยุนคร้านที่จะห้ามปราม จึงปล่อยให้หลิงห่าวทำตามที่ใจต้องการโดยไม่ใส่ใจ.. เพราะยิ่งเข้าสู่ขั้นสูงขึ้นได้มากเท่าไหร่หลิงห่าวก็จะยิ่งตายเร็วมากขึ้นเท่านั้น! จนกระทั่งเข้าสู่เวลาสองทุ่มตรง..หลิวเทวะก็หยุดโบกสะบัด และหยุดปล่อยปราณอมตะเสวียนหวงออกมาอีก! ส่วนหลิงหยุนก็อาศัยโอกาสนี้ทำให้ขั้นเอ้อเฉิงชี่(ขั้นพลังชี่-2) ของตนเองนั้นมีเสถียรภาพมั่นคงยิ่งขึ้น แม้ว่าเขาจะสามารถเข้าสู่ขั้นซานเฉิงชี่ได้ (ขั้นพลังชี่-3) แต่หลิงหยุนก็เลือกที่จะหยุดอยู่เพียงขั้นนี้.. เพราะในคืนที่หลิงหยุนต่อสู้กับซือกงถูเขาก็เพิ่งจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นปฐมชี่ไป อีกเพียงแค่สองวันต่อมาเขาก็สามารถเข้าสู่ขั้นเอ้อเฉิงชี่ได้ นับว่าเป็นการพัฒนาขั้นที่รวดเร็วอย่างน่าตกใจ เพราะภายในเวลาเพียงแค่สามวัน หลิงหยุนก็สามารถพัฒนาขั้นขึ้นไปได้ถึงสี่ระดับแล้ว… และที่หลิงหยุนไม่รีบร้อนที่จะพัฒนาขั้นนั้นเพราะเขาแตกต่างจากผู้อื่น ทุกครั้งที่เขาพัฒนาเข้าสู่ขั้นใหญ่เมื่อใด ก็มักจะเกิดทัณฑ์สวรรค์ขึ้น ทำให้หลิงหยุนต้องสร้างรากฐานให้มั่นคง และค่อยเป็นค่อยไป.. ไม่เช่นนั้นแล้ว..หากเกิดความผิดพลาดแม้เพียงน้อยนิด ก็จะนำมาซิ่งปัญหามากมายไม่รู้จบ! ในระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่นี้..หลิงหยุนจะสามารถกลั่นเสินหยวนได้ถึงสามหยดภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง หรือเจ็ดสิบสองหยดต่อวัน และนั่นก็นับว่ามากพอที่จะทำให้หลิงหยุนสามารถสร้างวัตถุวิเศษ และสิ่งต่างๆได้อีกมากมายอีกทั้งในขั้นพลังชี่นั้น..แม้หลิงหยุนจะสามารถพัฒนาขั้นได้ช้า แต่ความแข็งแกร่งนั้นนับว่าเหนือกว่าผู้อื่นอย่างมากมายแม้หลิวเทวะจะหยุดปล่อยปราณอมตะเสวียนหวงแล้วแต่ก็ยังมีหลงเหลืออบอวลอยู่ในห้องอีกมากมาย ใช่ว่าสมาชิกตระกูลหลิงคนอื่นๆจะไม่อยากดูดซับเข้าไปอีก เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถทำได้อีกแล้วร่างกายของหลิงหยุนนั้นนับว่าล้ำเลิศกว่าใครๆไม่ว่าพลังชีวิตชนิดใดที่อยู่ระหว่างสวรรค์กับผืนโลก หลิงหยุนก็สามารถดูดซับเข้าไปได้หมด เขาจึงได้ดูดเอาปราณอมตะเสวียนหวงที่เหลืออยู่เข้าไปไว้ในจุดตันเถียนของตนเองจนหมดและครั้งนี้..เขาก็เห็นอย่างชัดเจนว่าสมุดจักรพรรดินั้นได้ขยายใหญ่จากเดิมถึงสิบเท่า หนำซ้ำยังเปิดออกด้วย!ในเมื่อสมุดจักรพรรดิก็คือสมุดชนิดหนึ่งจึงย่อมเปิดออกได้ดังเช่นสมุดทั่วไป..และเมื่อสัมผัสได้ว่าสมุดจักรพรรดิเปิดออกแล้วหลิงหยุนจึงรีบใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองส่องกลับเข้าไปดูภายในร่างกายทันที เขาต้องการจะรู้ว่าภายในสมุดจักรพรรดินั้นได้บันทึกอะไรไว้บ้างและในระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่นั้นจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็มีอานุภาพมากกว่าเดิมถึงสามเท่า และเวลานี้จิตหยั่งรู้ของเขาก็มีรัศมีครอบคลุมถึงสองกิโลเมตรแล้ว!หลิงหยุนพบว่าภายในสมุดจักรพรรดินั้น..ไม่มีตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือ มีเพียงภาพวาดของชายชราผู้หนึ่ง กำลังนั่งขัดสมาธิหันหน้าไปทางหม้อขนาดใหญ่ใบหนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องที่หม้อใหญ่ใบนั้นคล้ายกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำบางสิ่งบางอย่าง..‘หม้อเสินหนงงั้นรึ!หรือชายชราในภาพนั้นจะเป็นจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ?!’ในยุคจีนโบราณแรกเริ่มนั้น..มีกษัตรย์อยู่สามพระองค์ หรือที่เรียกกันว่าซานหวง ได้แก่จักรพรรดิแห่งมนุษย์นามว่าฝูซี จักรพรรดิแห่งผืนพิภพนามว่าเสินหนง และจักรพรรดิแห่งสวรรค์นามว่าเซวี่ยนหยวน‘จักรพรรดิแห่งผืนพิภพนามว่าเสินหนง..’ระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้น..หลิงหยุนก็สัมผัสได้ว่ามีบ้างสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ที่จุดกึ่งกลางระหว่างคิ้วของตนเอง คล้ายกับว่าต้องการที่จะพุ่งออกมา และมันก็คือพู่กันจักรพรรดินั่นเอง..หลิงหยุนยังจำได้ว่าเมื่อครั้งที่เขาพบสมุดจักรพรรดิที่ใต้หลุมยักษ์นั้นตัวอักษรประหลาดมากมายได้พุ่งออกจากสมุดเล่มนั้น และหลั่งไหลเข้าไปในตำแหน่งดวงตาที่สามของเขา แล้วก็นิ่งเงียบไป.. ‘น่าสนใจ..นับวันยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ!’หลิงหยุนครุ่นคิดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ..แต่แล้วจู่ๆหลิงหยุนก็สัมผัสได้ว่าหน้าแรกของสมุดจักรพรรดินั้นได้ถูกเปิดออก ชายชราในภาพดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหว และกำลังทำท่าทางคล้ายกับกวักมือเรียกหลิงหยุน..พรึบ!!จากนั้นหลิวเทวะที่หลิงหยุนถืออยู่ในมือนั้นก็พุ่งออกจากฝ่ามือของตนเองไปลอยอยู่กลางอากาศ และต้นหลิวเทวะที่มีความสูงมากกว่าสี่ฟุต ก็ค่อยๆย่อขนาดลงอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงแสงสีเขียวขจี ก่อนจะพุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนของหลิงหยุนซึ่งเป็นที่อยู่ของสมุดจักรพรรดิในทันที!‘นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกัน’หลิวเทวะมีความอัศจรรย์เช่นนี้หลิงหยุนจึงยังต้องการใช้ประโยชน์จากมันต่อ แต่กลับถูกสมุดจักรพรรดิยึดไปเช่นนี้ เขาจึงได้แต่ร้องอุทานอยู่ในใจ..หลิงหยุนสัมผัสได้ว่า..พู่กันจักรพรรดิที่อยู่หว่างคิ้วของตนนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วย เขาสังหรณ์ใจว่ามันเองก็กำลังจ้องมองสมุดจักรพรรดิด้วยความละโมบอยู่เช่นกัน!เมื่อถูกยึดของวิเศษล้ำค่าไปเช่นนั้นหลิงหยุนเองก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้แต่ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูสมุดจักรพรรดิต่อไป และพบว่าสมุดจักรพรรดิยังคงไม่ปิดลง ส่วนหลิวเทวะที่ถูกยึดไปนั้น ก็ดูคล้ายถูกนำไปปลูกลงบนสมุดจักรพรรดิที่อยู่ในจุดตันเถียนของตนเอง..หลิงหยุนนึกกังวลใจว่าหลิวเทวะอีกต้นจะถูกสมุดจักรพรรดิยึดไปเช่นกันแต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากได้หลิวเทวะไปหนึ่งต้น สมุดจักรพรรดิก็หยุดการเคลื่อนไหว และไม่สนใจหลิวเทวะที่เหลืออีกเลย..