ตอนที่ 677
บทที่ 1106 : จัดการหลิงห่าว!
October 22, 2026
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับแล้วสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็พากันเดินออกจากห้องบรรพชนไป “หลิงหยุน..เจ้าเก็บรักษาหลิวเทวะไว้ด้วยกัน พิธีกราบไหว้บรรพชนผู้ล่วงลับในครั้งหน้า ข้าจะมอบให้เจ้าไปเป็นผู้จัดการ!” ในระหว่างที่พูดนั้น..หลิงลี่ก็ก้มลงไปยกหลิวเทวะอีกต้นขึ้นมายื่นให้หลิงหยุน “ครับท่านปู่!” หลิงหยุนตอบรับพร้อมกับเรียกหลิวเทวะอีกต้นเข้าไปเก็บไว้ในแหวนพื้นที่ของตนเองทันที.. หลิงลี่เดินหันหลังออกจากห้องบูชาบรรพชนพร้อมกับยกมือขึ้นตบบ่าหลิงหยุนและพูดขึ้นว่า “คืนนี้ปู่ตั้งใจจัดงานเลี้ยงขึ้นใหญ่โตกว่าทุกครั้ง ก็เพื่อให้ข่าวคราวเรื่องของเจ้ากระจายเไปสู่หูของผู้คนในยุทธภพ!” หลายปีที่ผ่านมานั้นตระกูลหลิงก็จัดงานเลี้ยงทุกครั้งหลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีกราบไหว้บรรพชน และทุกคนในครอบครัวก็จะได้ร่วมรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา.. นอกเหนือจากหลิงลี่กับหลิงเสี่ยวแล้ว..สมาชิกตระกูลหลิงคนอื่นๆ ต่างก็มีบ้านอยู่ในปักกิ่ง พวกเขาต่างก็อาศัยอยู่นอกคฤหาสน์ตระกูลหลิง และน้อยครั้งที่จะกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ แต่ครั้งนี้..สมาชิกตระกูลหลิงต่างก็มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ ก็เพราะมีเหตุผลเดียวกันซึ่งก็คือ.. การกลับมาของหลิงหยุน! และงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในคืนนี้นั้นก็ด้วยเหตุผลสามประการ.. หนึ่ง..เพื่อฉลองที่หลิงหยุนกลับเข้าตระกูลหลิงอย่างเป็นทางการ สอง..หลิงเสี่ยวถูกช่วยกลับมาได้อย่างปลอดภัย และจากนี้ไปตระกูลหลิงไม่จำเป็นต้องอยู่อย่างระมัดระวังอีกต่อไป ความสุขเช่นนี้จึงต้องเฉลิมฉลอง และเหตุผลข้อที่สาม..หลิงหยุนกลับเข้าตระกูลหลิงครั้งนี้ เขาจะเป็นผู้นำพาตระกูลหลิงให้กลับมารุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง! หลิงหยุนตามหลิงลี่เดินออกจากห้องบรรพชนไปถึงสวนด้านหน้าได้ไม่นานก็มีเสียงพูดดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้า.. “น้องสี่..ออกมาแล้วรึ ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้วล่ะ!” ทันทีที่หลิงหยุนเดินออกมาจากห้องบรรพชนหลิงห่าวซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าประตู เมื่อเห็นหลิงหยุนก็รีบกระตือรือร้นวิ่งเข้าไปหา และร้องทักทายหลิงหยุนอย่างเป็นมิตร หลิงหยุนได้แต่นึกหยันอยู่ในใจแต่สีหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา พร้อมกับพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “งั้นรึ!เจ้าไม่ต้องรีบร้อนนัก!” หลิงหยุนไม่แม้แต่จะมองภาพแห่งมิตรภาพที่อบอุ่นซึ่งหลิงห่าวเสแสร้งแสดงออกมาเลยแม้แต่น้อย.. หลิงห่าวถึงกับยิ้มเจื่อนแต่แล้วก็ฝืนยิ้มออกมาอีกครั้ง และแสร้งทำเป็นเอื้อมมือออกไปจะเกาะบ่าหลิงหยุนเพื่อแสดงความสนิทสนม ในขณะที่ปากก็พูดขึ้นว่า “น้องสี่..เจ้าช่างยอดเยี่ยมนัก! เรื่องของเจ้าข้าได้ยินจากน้องๆหมดแล้ว ข้าในฐานะพี่ใหญ่อดที่จะชื่นชมไม่ได้จริงๆ!” หลิงหยุนเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือของหลิงห่าวที่เอื้อมมาทันทีพร้อมกับตอบไปว่า “ก็ไม่แปลกนี่.. ข้าเป็นคนตระกูลหลิง ก็ต้องทำเพื่อตระกูลหลิงอยู่แล้ว!” หลิงห่าวเห็นหลิงหยุนไม่แม้แต่จะมองหน้าตัวเองเช่นนี้ในใจจึงเริ่มหวาดระแวง และได้แต่แอบคิดว่า หรือหลิงหยุนจะรู้เรื่องทั้งหมดที่ตนเองทำแล้วจริงๆ’ เมื่อหลิงหยุนไม่สนใจหลิงห่าวเช่นนั้นเขาจึงได้แต่ยืนเก้ๆกังๆ ทำอะไรไม่ถูก และรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก..แต่หลิงห่าวก็ยังไม่ละความพยายามเขาหันไปยิ้มให้หลิงหยุนอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นว่า“น้องสี่.. ข้าได้ยินจากน้องๆว่าเจ้ากลับมาครั้งนี้ มีของขวัญมามอบให้ทุกคนมากมาย ที่สำคัญมีอาวุธชั้นเยี่ยมมาให้ทุกคนเลือกด้วย ไม่รู้ว่าเจ้ามีอาวุธอะไรมามอบให้กับข้า ข้าจะได้นำไปอวดคนในหน่วยเทพอินทรีย์!”เมื่อหลิงหยุนได้ยินเช่นนั้นเขาก็เพียงแค่ยิ้ม และตอบกลับไปว่า “เจ้าไม่ต้องห่วง.. ข้ามีของขวัญชิ้นใหญ่เตรียมไว้ให้กับเจ้าแล้ว รับรองว่าเจ้าต้องพอใจกับของขวัญของข้าอย่างแน่นอน!”มีหรือที่คนอย่างหลิงหยุนจะดูไม่ออกว่าหลิงห่าวนั้นเสแสร้งแกล้งทำตัวสนิทสนมกับตนเองจนผิดปกติ หลิงห่าวนั้นคล้ายกับวัวสันหลังหวะ และกำลังทดสอบปฏิกิริยาของหลิงหยุนอยู่..และแน่นอนว่าหลิงหยุนเองก็ได้เตรียมของขวัญไว้ให้กับหลิงห่าวเรียบร้อยแล้วและเป็นของขวัญชิ้นใหญ่เสียด้วย หากไม่ใช่เพราะห้องบรรพชนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ หลิงหยุนคงจัดการเปิดโปงหลิงห่าวไปแล้ว..“ฮ่า..ฮ่า.. เยี่ยมไปเลยน้องชาย! ถึงข้าจะเป็นพี่ใหญ่ แต่ข้าก็ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขอบใจเจ้าก่อน!” หลิงห่าวไม่ใช่คนโง่..ทันทีที่ได้ยินว่าหลิงหยุนได้เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้ตนเอง ในใจกลับไม่ได้นึกยินดีอย่างที่แสดงออกมา แต่กลับรู้สึกเย็นแผ่นหลังวาบ..ระหว่างที่ครุ่นคิดจนแทบบ้านั้น..สายตาของหลิงห่าวก็กวาดไปทั่ว และในที่สุดก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของหลิงลี่ และร้องตะโกนบอกไปว่า“ท่านปู่..ข้าสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-4 ได้แล้ว..”“งั้นรึเช่นนี้แล้วเจ้ายังจะเห็นปู่อยู่ในสายตาหรือไม่?”หลิงลี่ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆนั้นมีหรือที่บทสนทนาระหว่างหลิงหยุนกับหลิงห่าวจะไม่อยู่ในความสนใจของเขา ในเมื่อทั้งคู่ล้วนเป็นสมาชิกคนสำคัญของตระกูลหลิง..ความจริงแล้ว..หลิงลี่สังเกตเห็นตั้งแต่ที่หลิงห่าวตั้งใจรอหลิงหยุนอยู่ที่หน้าประตูแล้ว หนำซ้ำยังแสดงท่าทีกระตือรือร้นที่จะทำความสนิทสนมกับหลิงหยุน แต่ตรงข้าม.. หลิงหยุนกลับมีท่าทีเฉยเมย ทำให้หลิงลี่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย..นั่นเพราะหลิงลี่เพิ่งจะพูดเรื่องของหลิงห่าวไปเมื่อวานและสิ่งที่เขากังวลใจที่สุดก็คือการที่ทั้งสองคนจะมีปัญหาไม่ลงรอยกัน แต่ถึงกระนั้นเมื่อครู่หลิงลี่ก็เพิ่งจะประกาศให้หลิงหยุนเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไป แต่กลับไม่มีเหตุการณ์ใหญ่โตอย่างที่เขานึกกังวลใจ..อย่างน้อยหลิงหยุนก็ยังปฏิบัติต่อหลิงห่าวดังเช่นปฏิบัติต่อพี่น้องคนอื่นๆและเพียงแค่นี้ก็เกินพอสำหรับหลิงลี่แล้ว หลิงลี่จึงคลายความเป็นห่วงลงได้บ้าง..หลิงห่าวที่ถูกหลิงหยุนเมินใส่และไม่มองหน้าเช่นนั้น จึงรีบหันไปคุยกับหลิงลี่เพื่อเป็นการแก้เก้อ และรีบตอบหลิงลี่กลับไปทันที“ท่านปู่..ข้าย่อมต้องเห็นท่านอยู่ในสายตาอยู่แล้ว!”หลิงลี่จ้องมองหลิงห่าวพร้อมกับตอบไปว่า“เอาล่ะ.. รีบไปกันได้แล้ว อย่าให้คนอื่นต้องรอนาน!” ระหว่างที่เดินไปนั้น..หลิงลี่ก็ได้แต่นึกในใจว่า เหตุใดในการพบกันครั้งแรกของหลิงหยุนกับหลิงห่าว แม้แต่คำว่า ‘พี่’ ก็ไม่หลุดออกมาจากปากของหลิงหยุนเลย ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้..หลิงลี่ได้แต่นึกหวั่นใจว่าหรือหลิงหยุนคิดที่จะฆ่าพี่น้องตนเองอย่างนั้นหรือ“น้องสี่..เจ้าดูสิ! พอเจ้ากลับมาก็กลายเป็นที่รักของท่านปู่ แล้วก็คนทั้งบ้านเลยนะ!”แต่หลิงหยุนกลับไม่สนใจและรีบเดินตามทุกคนเข้าไปในบ้านทันที..……….เมื่อทุกคนในตระกูลหลิงกลับมารวมตัวกันเช่นนี้จึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะต้องเฉลิมฉลอง หลายปีที่ผ่านมาหลิงลี่ไม่เคยมีความสุขเช่นนี้มาก่อน คืนนี้เขาจึงดื่มหนักมากเป็นพิเศษงานเลี้ยงดำเนินไปร่วมสองชั่วโมงจนกระทั่งเข้าสู่เวลาสี่ทุ่มตรง..ระหว่างที่หลิงหยุนดื่มกินและหยอกล้อกับพี่ๆน้องๆนั้น เขาก็ได้แอบส่งกระแสจิตไปด้วย เพราะตั้งใจว่าจะต้องจัดการกับหลิงห่าวภายในค่ำคืนนี้ให้ได้..