ตอนที่ 678
บทที่ 1107 : หลักฐานมัดตัว!
October 22, 2026
แม้ว่าสีหน้าของหลิงห่าวจะยังคงนิ่งและไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ แต่ในใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความคั่งแค้น เขากัดฟันแน่นพร้อมกับกร่นด่าเฉินเซินอยู่ในใจที่กล้าหักหลังตัวเอง! “หลิงห่าว..ปู่ขอถามเจ้าว่าที่หลิงหยุนพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงหรือไม่” หลังจากที่หลิงลี่ได้ฟังคำบอกเล่าของหลิงหยุนและยืนนิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดร่างสูงใหญ่นั้นก็ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ และไม่สามารถทรงตัวให้ยืนหยัดอยู่ต่อไปได้.. หลิงลี่ไม่อาจยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้..และได้แต่ครุ่นคิดว่าหลิงห่าวส่งคนไปลอบสังหารหลิงหยุนจริงๆ อย่างนั้นหรือ หลิงลี่อยากให้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงแค่ความฝันเขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าหลานชายคนโตที่เขาเลี้ยงมากับมือนั้น จะมีใจคอโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้! แต่หลิงลี่ก็รู้จักอุปนิสัยของหลิงหยุนค่อนข้างดีคนอย่างหลิงหยุนนั้น หากไม่มั่นใจ เขาจะไม่ลงมืออย่างแน่นอน! เวลานี้อยู่ต่อหน้าสมาชิกตระกูลหลิงทุกคน หลิงหยุนยิ่งต้องไม่พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระเป็นแน่ ดังนั้น.. เรื่องนี้จึงน่าจะมีมูลความจริงอยู่มาก! หลิงลี่ได้แต่คิดในใจว่า..มิน่าทุกครั้งที่เขาพูดถึงหลิงห่าว หลิงหยุนจึงไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆออกมา หนำซ้ำวันนี้หลิงหยุนยังมีท่าทีเฉยเมยกับหลิงห่าวอีกด้วย.. และเมื่อคิดได้เช่นนี้..ภายในใจของหลิงลี่ก็บันดาลโทสะอย่างแรง จนรู้สึกราวกับมีไฟเผารนจิตใจ ร่างของหลิงลี่ถึงกับหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที เวลานี้..คำประกาศของหลิงลี่ในห้องบรรพชนนั้น ยังคงดังก้องอยู่ในหูของตัวเอง เขาคิดไม่ถึงว่าการเข่นฆ่ากันเองระหว่างพี่น้องจะเกิดขึ้นกับตระกูลหลิงจริงๆ และกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขานี่เอง.. เวลานี้..ที่หลิงลี่เอาแต่นิ่งเงียบนั้น เขาไม่ได้กำลังคิดว่าเรื่องที่หลิงหยุนพูดจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่เขากำลังคิดว่าจะจัดการกับปัญหานี้เช่นไรต่างหาก! หลิงห่าวส่งคนไปลอบสังหารหลิงหยุนและเวลานี้.. เห็นได้ชัดว่าหลิงหยุนเองก็ต้องการฆ่าหลิงห่าวเช่นกัน ที่สำคัญทั้งสองคนต่างก็เป็นหลานชายของเขาทั้งคู่! หลิงลี่รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างที่สุดเขารู้สึกราวกับกำลังถูกมีดกรีดลงกลางใจ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ต้องจัดการกับเรื่องนี้ ด้วยเหตุนี้.. เมื่อหลิงหยุนร้องเรียกให้นำตัวเฉินเซินกับไห่ซานเข้ามา หลิงลี่จึงได้ถามหลิงห่าวย้ำอีกครั้ง! “ท่านปู่..หลิงหยุนปรักปรำข้า!” ไม่ว่าอย่างไรหลิงห่าวก็ไม่ยอมรับอย่างแน่นอน! หลิงห่าวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า“ท่านปู่.. หลังจากที่ท่านมอบหมายให้ข้าออกตามหาหลิงหยุน ข้าก็ทำตามคำสั่งของท่านปู่ทุกอย่าง ข้าส่งคนออกไปตามหาทั่วทุกหัวระแหงด้วยความยากลำบาก และในที่สุดข้าก็พบที่อยู่ของหลิงหยุน ในวันที่ข้าเข้าไปรายงานท่านปู่ ท่านอาสาม และเหล่ากุ่ยก็อยู่กับท่านด้วย..” “ไม่เพียงข้าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับหลิงหยุนและไม่มีเหตุผลที่จะต้องฆ่าเขาแล้ว หากข้าจะฆ่าหลิงหยุนจริง ก็คงจะเลือกเวลาที่เหมะสมกว่านี้! ” หลังจากที่พินิจพิจารณาตามคำพูดของหลิงห่าวแล้วทั้งหลิงลี่และหลิงเสี่ยวต่างก็จำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ และรู้ว่าหลิงห่าวไม่ได้พูดโกหก.. “หลิงหยุน..หลิงห่าวพี่ชายของเจ้าพูดความจริง!” “เขาพบที่อยู่ของเจ้าหลังจากคืนวันเชงเม้งและหลังจากคืนนั้น.. ท่านปู่ก็ได้ส่งเหล่ากุ่ยไปจิงฉูเพื่อคอยคุ้มครองเจ้า เจ้าบอกว่าหลิงห่าวส่งคนไปลอบสังหารเจ้าหลังจากนั้น น่าจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก..” นับเป็นความเฉลียวฉลาดของหลิงเสี่ยว..ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าลูกชายของตนเองนั้นไม่ได้พูดโกหก แต่ในเมื่อเวลานี้หลิงหยุนเองก็ไม่ได้เสียชีวิต หลิงเสี่ยวจึงต้องการทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก.. แม้ว่าภายในใจของหลิงเสี่ยวจะร้อนรุ่มเพราะเพลิงโทสะแต่ด้วยอุปนิสัยของหลิงเสี่ยวแล้ว เขาไม่ใช่คนที่จะห้าวหาญเด็ดขาดเช่นหลิงหยุน! “หึ..”หลิงหยุนทำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะพูดต่อว่า “เวลาไม่เหมาะสมงั้นรึหลิงห่าวเจ้ายังจะปากแข็งแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แต่โชคร้ายที่เจ้าบังเอิญมีเรื่องกับข้า!” “เจ้าหาข้าพบตั้งแต่ก่อนวันที่27 มีนาคมแล้ว และหลังจากนั้นก็ได้ส่งคนไปลอบสังหารข้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวทุกครั้ง! เจ้าจึงต้องแจ้นมารายงานท่านปู่ว่าพบข้าแล้วไงเล่า! เวลา.. ดูเหมาะสมขึ้นมาบ้างหรือยัง” และคำอธิบายของหลิงหยุนนั้นก็ได้ทำให้หลิงลี่และทุกคนในตระกูลหลิงถึงกับนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ต่างคนต่างก็หันไปมองหน้ากัน.. แม้คำแก้ตัวของหลิงห่าวจะฟังดูมีเหตุผลอย่างมากแต่คำพูดของหลิงหยุนกลับฟังดูมีเหตุผลยิ่งกว่า! พวกเขาควรจะเชื่อใครดี หลิงหยุนยิ้มบางก่อนจะพูดต่อว่า“ข้าขอถามท่านปู่.. ท่านสั่งให้หลิงห่าวไปค้นหาตัวข้าวันที่เท่าไหร่” หลิงลี่ยกมือขึ้นนับและตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “วันที่ 22 มีนาคม..” หลิงหยุนยิ้มกว้างพร้อมกับผายมือออก“ทุกคนได้ยินชัดแล้วใช่หรือไม่ แม่ของข้าไม่เคยเปลี่ยนชื่อของข้าเลยตั้งแต่นำข้ามาจากวัดหลิงเจี๋วย เพราะเกรงว่าหากครอบครัวของข้าออกตามหา จะไม่สามารถหาข้าพบ.. จึงได้ให้ข้าใช้ชื่อหลิงหยุนมาโดยตลอด!” “หลิงห่าวใช้เส้นสายและเครือข่ายมากมายของตระกูลหลิงออกตามหาตัวข้า หากเปลี่ยนเป็นทุกท่านในนี้เป็นฝ่ายตามหาข้า เชื่อว่าภายในสองอาทิตย์ก็ต้องหาตัวข้าพบแล้วใช่หรือไม่” เมื่อหลิงหยุนพูดจบ..ทั้งหลิงลี่และหลิงเสี่ยวก็ถึงกับตกใจอย่างที่สุด ส่วนคนอื่นๆ ในตระกูลหลิงก็ได้แต่มองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วนใจ!นั่นเพราะ..ด้วยเครือข่ายของตระกูลหลิง คนอื่นๆ ต่างก็รู้ดีว่าตนเองจะสามารถหาหลิงหยุนพบได้ภายในเวลาเพียงแค่สามวัน..หลิงลี่หันไปจ้องหน้าหลิงห่าวด้วยแววตาเย็นชา..“หลิงห่าว..ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง! ที่หลิงหยุนพูดมาทั้งหมดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ เจ้าบอกความจริงข้ามาเดี๋ยวนี้!”การที่หลิงห่าวส่งคนไปลอบสังหารพี่น้องตัวเองตามกฏตระกูลหลิงแล้วนับว่าเป็นความผิดมหันต์ หนำซ้ำยังปกปิดเรื่องของหลิงหยุนไว้ ทำให้หลิงลี่และคนตระกูลหลิงหมดความไว้วางใจ นี่ก็คือความผิดมหันต์อีกเช่นกัน!ตอนนี้..หลิงลี่ถามหลิงห่าวซ้ำอีกครั้ง หากหลิงห่าวยังไม่ยอมรับ และสำนึกผิด ต่อให้ใครอยากจะปกป้อง ก็คงไม่สามารถทำได้อีกแล้ว! “หลิงห่าว..เจ้าบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้! เจ้าได้ส่งคนไปลอบสังหารหลิงหยุนหรือไม่”ในที่สุดหลิงเจิ้นก็พูดออกมาแม้สีหน้าของเขาจะเรียบเฉย แต่น้ำเสียงนั้นบ่งบอกว่ากำลังโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด!แต่สายตาของหลิงเจิ้นที่กำลังจ้องมองหลิงห่าวนั้นกลับคล้ายกำลังหวาดกลัวว่าหลิงห่าวจะพูดอะไรบางอย่างที่ไม่ควรพูดออกมา..เมื่อหลิงห่าวเห็นหลิงลี่กับหลิงเจิ้นพากันเค้นถามเช่นนี้เขาจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องตะโกนเสียงดัง“ท่านปู่..ท่านพ่อ.. ข้าขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน ข้าไม่ได้ทำจริงๆ! อาจเป็นคนอื่นที่ต้องการสังหารหลิงหยุน แต่เมื่อทำไม่สำเร็จก็โยนเรื่องใส่ร้ายป้ายสีข้าก็เป็นได้!”หลิงห่าวยังคงยืนกรานไม่ยอมรับพร้อมกับอ้างว่าถูกใส่ร้าย และนี่คือสิ่งที่หลิงเจิ้นสอนเขามาอีกที!“เจ้านายที่เคารพ..ข้านำพวกมันมาแล้ว!” ระหว่างนั้น..เพียร์ซก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู แต่ก็ไม่กล้าเข้าไป หลิงหยุนเหลือบมองพร้อมกับร้องสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา“โยนพวกมันสองคนเข้ามาในห้องนี้แล้วเจ้าก็กลับไปได้!”“โอ๊ย..โอ๊ย..”เสียงร้องคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมๆกัน..เพียร์ซโยนร่างของเฉินเซินกับไห่ซานเข้าไปในห้องและทั้งคู่ก็นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นครู่หนึ่งก่อนที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่หลิงหยุนไม่แม้แต่จะเหลือบมองคนทั้งคู่แต่กลับหันไปยิ้มให้หลิงห่าวพร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงห่าว.. เจ้าดูสิว่าสองคนนี้เป็นใคร”เมื่อหลิงห่าวเห็นเฉินเซินเข้า..ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า..“เฉินเซิน..เจ้าคนชั่วช้าสารเลว! ที่แท้เป็นเจ้าเองงั้นรึที่กล้าใส่ร้ายข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!”หลิงห่าวแสร้งร้องตะโกนด้วยความเคียดแค้นและพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะสังหารเฉินเซินด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี หลิงห่าวต้องการฆ่าเฉินเซินปิดปากก่อนที่มันจะได้พูดอะไรออกมา!แต่น่าเสียดาย..เพราะแม้หลิงห่าวจะรวดเร็วแล้ว แต่หลิงหยุนนั้นรวดเร็วกว่า!หลิงหยุนได้ระมัดระวังตัวอยู่แล้วเมื่อเห็นหลิงห่าวพุ่งเข้าไปหมายสังหารเฉินเซิน หลิงหยุนก็รีบใช้วิชาตัวเบากระโดดเข้าไปคว้าคอเฉินเซิน และลากหลบออกไปทันที“หลิงห่าว..เจ้าคิดจะฆ่าคนปิดปากงั้นรึ อย่าได้ฝันไปเลย!”หลิงหยุนจ้องมองหลิงห่าวที่ไม่สามารถทำสำเร็จพร้อมกับยิ้มเหยียด..แม้แผนฆ่าคนปิดปากของหลิงห่าวจะล้มเหลวแต่เขาก็ไม่สนใจ และรีบแก้ตัวทันที “เวลานี้ใครๆ ต่างก็รู้ว่าตระกูลเฉินกับตระกูลหลิงล้วนเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้ เฉินเซินต้องการใส่ร้ายข้าเพื่อให้พวกเราพี่น้องตระกูลหลิงต้องเข่นฆ่ากันเอง..” “หลิงหยุน..เจ้ายังไม่รีบสังหารมันอีกงั้นรึ”หลิงหยุนได้ฟังคำตอบที่ฉะฉานของหลิงห่าวก็ถึงกับปรบมือให้ก่อนจะยิ้มออกมา และพูดขึ้นว่า“เจ้าจะพูดอะไรก็พูดได้..แต่ในเมื่อข้าตั้งใจเปิดโปงความชั่วช้าของเจ้า ข้าย่อมมีวิธีที่จะทำให้เจ้าต้องยอมรับจนได้..”หลิงหยุนก้มลงมองเฉินเซินที่ยังคงห้อยอยู่ในมือพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เฉินเซิน.. หากข้าไม่ช่วยเจ้าไว้ เจ้าคงจะถูกเพื่อนรักของเจ้าสังหารตายไปแล้ว!”ระหว่างที่พูดนั้น..หลิงหยุนก็ได้แอบเดินลมปราณคลายจุดให้กับเฉินเซิน เพื่อให้มันสามารถขยับเขยื้อนได้อย่างอิสระ..หลิงหยุนปล่อยมือจากร่างของเฉินซินทันทีที่ขาทั้งสองข้างของมันสัมผัสกับพื้น ก็เริ่มสั่นเทิ้มไปด้วยความตกใจ ใบหน้าของเฉินเซินซีดเผือด เพราะเพิ่งจะผ่านเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายมา.. หลังจากที่ยืนได้มั่นคงแล้วเฉินเซินก็ยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงห่าวพร้อมกับร้องตะโกนออกมา “หลิงห่าว.. เจ้าคนชั่วช้าพิษสงรอบตัว!”