ตอนที่ 681
บทที่ 1110 : ทดสอบหลิวเทวะวิญญาณ!
October 22, 2026
ในเวลาเที่ยงคืนของวันที่14 กรกฏาคม.. บรรยากาศในคืนนี้ไม่สว่างสดใสดังเช่นทุกคืนแม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แต่ท้องฟ้ากลับมีเมฆบดบัง ทำให้แสงจันทร์บนท้องฟ้าส่องผ่านเมฆเหล่านั้นได้เพียงเล็กน้อย แสงจันทร์ในคืนนี้จึงไม่สว่างเจิดจ้าอย่างที่ควรจะเป็น บรรยากาศในคืนนี้จึงดูอึมครึมกว่าทุกคืน.. “คุณชายหลิง..ท่านรับปากกับข้าแล้วว่าหากข้าเป็นพยานเรื่องหลิงห่าวให้กับท่าน ท่านจะปล่อยข้าไปยังไงเล่า” เวลานี้ภายในสวนชั้นที่แปดของคฤหาสน์ตระกูลหลิงนั้นค่อนข้างมืดมิดเฉินเซินที่ยืนอยู่ในมุมมืดแห่งหนึ่งได้ร้องถามหลิงหยุนออกมาด้วยความหวาดกลัว.. ในเวลานั้น..นอกจากหลิงหยุนแล้ว ก็ยังมีเสี่ยวเม่ยเม่ย หลี่ยี่ เจียวเฟย และมือสไนเปอร์อีกสามคน ทุกคนต่างก็กำลังยืนล้อมรอบร่างของเฉินเซินกับไห่ซานไว้.. แต่ยังมีอีกหนึ่งคนที่ยืนอยู่ข้างหลิงหยุน..ซึ่งก็คือเหล่ากุ่ยนั่นเอง! “เจ้าอย่าได้ร้อนใจไปนัก..ในเมื่อข้ารับปากจะส่งเจ้ากลับไป ข้าก็ต้องดูฤกษ์ยามเสียก่อนว่าจะส่งเจ้ากลับไปในวันและเวลาใด!” หลิงหยุนยืนเอามือไขว้หลังพร้อมกับตอบเฉินเซินด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม.. ไห่ซานซึ่งยืนอยู่ข้างๆเฉินเซินนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออกเขาหันหน้ามองเฉินเซินราวกับมองคนหน้าโง่คนหนึ่ง และได้แต่คิดในใจว่าเป็นเพราะต้องมาติดตามคนหน้าโง่อย่างเฉินเซิน เขาจึงต้องมาจบชีวิตเช่นนี้! ‘นี่เจ้ายังฝันว่าจะได้กลับบ้านอีกงั้นรึ’ ไห่ซานนั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าตนเองนั้นต้องตายอย่างแน่นอนแต่เขากลับไม่มีท่าทีหวาดหวั่น และสามารถยอมรับได้อย่างห้าวหาญ.. “ส่งข้ากลับไปงั้นรึคุณชายหลิง.. ท่านไม่ต้องไปส่งข้าก็ได้! ข้ารู้จักเส้นทางในปักกิ่งดี เพียงแค่ท่านปล่อยตัวข้า ข้าก็สามารถกลับบ้านเองได้แล้ว..” เฉินเซินยิ้มและคิดว่าหลิงหยุนจะปล่อยตนเองกลับบ้านไปจริงๆ หลิงหยุนยิ้มให้เฉินเซินพร้อมกับตอบไปว่า“ข้าเพิ่งจะบอกเจ้าไปไม่ใช่รึว่าต้องดูฤกษ์ยามเสียก่อน อีกทั้งคืนนี้ก็เป็นคืนวันที่สิบสี่กรกฏาคม ไม่เหมาะที่ผู้คนจะเดินกลางค่ำกลางคืน เพราะเจ้าอาจไปพบเจอภูติผีวิญญาณเข้า นี่เจ้าไม่กลัวว่าวิญญาณของหลิงห่าวจะคอยตามหลอกหลอนเจ้างั้นรึ” เมื่อเฉินเซินได้ยินชื่หลิงห่าวเขาก็นึกถึงภาพศพไร้ศรีษะที่กองอยู่กับพื้นเมื่อครู่ทันที และได้แต่ร้องตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว “คุณชายหลิง..ได้.. ได้.. เช่นนั้นเป็นวันใหนดี” แต่หลิงหยุนกลับเพียงแค่หัวเราะและไม่ตอบอะไร แน่นอนว่าต้องเป็นวันที่เขาจะจัดการกับตระกูลเฉิน! เวลานี้..เหล่าตระกูลใหญ่ต่างก็ล่วงรู้แล้วว่าตระกูลหลิงกับตระกูลเฉินนั้น นับเป็นศัตรูที่ยากจะอยู่ร่วมโลกกันได้อีก หากตระกูลหลิงเคลื่อนไหว ย่อมสะเทือนไปถึงตระกูลเฉินอย่างแน่นอน เหล่าตระกูลใหญ่ต่างก็กำลังจับตามองว่า เมื่อไหร่สองตระกูลนี้จะลงมือห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายเสียที.. แต่ถึงกระนั้น..เรื่องที่ตระกูลเฉินจับตัวหลิงเย่วไป เรื่องที่หลิงหยุนบุกเข้าคฤหาสนต์ตระกูลเฉินช่วยหลิงเย่ และได้สังหารเหล่านินจากับแวมไพร์ไปมากมาย เรื่องช่วยเกาเฉินเฉินบนเขาหยุนเมิ่ง หรือเรื่องที่เฉินเจี้ยนห่าว และเฉินไห่ซานถูกหลิงหยุนฆ่าตายนั้น.. เรื่องราวเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่ถูกเปิดเผยให้โลกภายนอกรู้คนธรรมดาทั่วไปจึงยากที่ะล่วงรู้ได้! มีเพียงเรื่องที่หลิงหยุนจับตัวเฉินเซินกับไห่ซานในที่สาธารณะเท่านั้นที่คนธรรมดาทั่วไปได้เห็น ในเมื่อหลิงหยุนเป็นผู้จับตัวเฉินเซินมา เขาก็จะเป็นผู้นำตัวเฉินเซินกลับไปส่งเอง.. แต่เขาจะส่งเพียงร่างของเฉินเซินกลับไปเท่านั้น.. ในเมื่อแม้กระทั่งหลิงห่าวหลิงหยุนยังกล้าลงมือสังหารมีหรือที่เขาจะยอมปล่อยเฉินเซินกับไห่ซานให้มีชีวิตรอดไปได้ เพียงแต่ให้พวกมันสองคนได้มีชีวิตต่อไปอีกเพียงแค่สองสามวัน.. “เจ้านายที่เคารพ!”เพียร์ซและจอยซ์ออกมาพร้อมกับร้องเรียกหลิงหยุนด้วยความเคารพ.. “นำตัวพวกมันสองคนกลับไปขังไว้ก่อน..”หลิงหยุนร้องสั่ง แวมไพร์ทั้งสองตนนำตัวเฉินเซินกับไห่ซานกลับเข้าไปในคุกใต้ดินตระกูลหลิงทันทีจากนั้นหลิงหยุนก็หันไปทางเหล่ากุ่ย “เหล่ากุ่ย..ท่านรีบนำคนไปจับกุมตัวจ้าวผิงมาให้ข้าที!” “ข้าน้อยปฏิบัติตามคำสั่งของท่านผู้นำตระกูล!” เวลานี้..เหล่ากุ่ยยิ่งให้ความเคารพต่อหลิงหยุนมากขึ้น และไม่กล้าล้อเล่นกับเขาอีก.. เมื่อเหล่ากุ่ยออกไปแล้วหลิงยุนก็หันไปพูดกับหลี่ยี่ และเจียวเฟย “ข้าจะย้ำกับพวกเจ้าสองคนอีกครั้ง เรื่องที่พวกเจ้าพบเห็นในคืนนี้ อย่าได้แพร่งพรายออกไปโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะตัดหัวของพวกเจ้าสองคนทิ้งซะ!” หลี่ยี่เจียวเฟย และมือสไนเปอร์ทั้งสาม ต่างก็ตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน “พวกเราเข้าใจและจะปฏิบัติตาม!” จากนั้นหลิงหยุนก็สั่งให้ทุกคนกลับไปในระหว่างที่เดินออกไปส่งทุกคนนั้นหลิงหยุนก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูรอบๆบริเวณ และพบว่าในระยะสองเมตรรอบคฤหาสน์ตระกูลหลิงนั้น ไม่มีผู้น่าสงสัยซุ่มอยู่เลยแม้แต่คนเดียว.. “คุณชายหลิง..ในวันข้างหน้าหากต้องบุกน้ำลุยไฟ พวกเราก็ยินดีอยู่เคียงข้างท่าน จะไม่ขอหนีหายไปอย่างเด็ดขาด!”หลี่ยี่กับเจียวเฟยไม่ลืมที่จะยืนยันความจงรักภักดีของตนเองอีกครั้งเพราะเมื่อครู่ที่อยู่ในบ้านของหลิงลี่นั้น ทั้งสองคนต่างก็ได้เห็นหลิงหยุนใช้กระบี่เหินกับตาตัวเอง และยังคงรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย..“ขอบใจ..เจ้าทำหน้าที่ตามคำสั่งของข้าให้ดีก็พอ ข้าไม่ให้พวกเจ้าไปบุกน้ำลุยไฟแน่!”หลิงหยุนพูดหยอกเย้าหลี่ยี่กับเจียวเฟยหลังจากที่ทั้งห้าคนขึ้นรถกลับออกไปแล้ว หลิงหยุนจึงหันไปมองเสี่ยวเม่ยเม่ยที่ยืนอยู่ข้างๆเสี่ยวเม่ยเม่ยดูเคอะเขินเมื่อถูกหลิงหยุนจ้องมองเช่นนี้นางจึงรีบก้มหน้าลงทันที หลิงหยุนเห็นท่าทางเขินอายของเสี่ยวเม่ยเม่ยแล้วก็ได้แต่ยิ้ม พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เดี๋ยวนี้เจ้ารู้จักเขินอายแล้วรึ”เสี่ยวเม่ยเม่ยเม้มริมฝีปากแน่นและได้แต่ส่ายหน้าไปมาไม่ตอบอะไร หลิงหยุนจึงพูดต่อว่า“เอาล่ะ..เจ้ากลับไปโรงแรมก่อน สองสามวันนี้ข้ายุ่งมาก ไว้เสร็จภารกิจแล้วข้าจะไปหาเจ้าที่โรงแรม จำไว้ว่าต้องคอยติดต่อกับเย่ซิงเฉินอยู่เสมอด้วย!”เสี่ยวเม่ยเม่ยได้ยินว่าหลิงหยุนจะไปหาตนเองที่โรงแรมในใจก็นึกดีใจ และมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก..จากนั้นนางก็เหลือบมองหลิงหยุนพร้อมกับกระซิบข้างหูว่า“แล้วถ้าคุณหนูถามเรื่องในคืนนี้เล่า”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและย้ำกับเสี่ยวเม่ยเม่ยว่า“นับจากนี้ไปห้ามเรียกนางว่าคุณหนูอีก เจ้าไม่ใช่บ่าวของนางอีกแล้ว อย่าได้หวาดกลัวนางนัก..”เสี่ยวเม่ยเม่ยเห็นหลิงหยุนเข้าข้างตนเองเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นแต่แล้วก็ร้องถามออกมาอย่างลังเล “ข้าไม่ได้กลัวนาง.. แต่กลัว..”เสี่ยวเม่ยเม่ยนั้นกลัวหยิงชิงเฉวียน– ท่านแม่ของหลิงหยุนต่างหากเล่า..หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า“แม่ของข้าไม่ตำหนิเจ้าแน่ อย่าได้กังวลใจไป!”เสี่ยวเม่ยเม่ยพยักหน้าจากนั้นหลิงหยุนจึงร้องบอกให้นางกลับไปโรงแรมก่อน เพราะเรื่องที่เขาจะทำในคืนนี้ไม่เหมาะที่หญิงสาวจะร่วมทางไปด้วย“ถ้าเช่นนั้นข้าไปก่อนล่ะเจ้าเองก็ระมัดระวังตัวด้วย!”พูดจบ..เสี่ยวเม่ยเม่ยก็หันหลังกระโดดจากไปทันที ในใจของเสี่ยวเม่ยเม่ยนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขยิ่งนัก...………“โม่วู๋เตา..เจ้าเลิกหลบซ่อนแล้วก็ออกมาได้แล้ว!”หลังจากที่ส่งทุกคนกลับไปแล้วหลิงหยุนก็หันไปมองที่หัวมุมซึ่งอยู่ไกลออกไป พร้อมกับร้องตะโกนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มโม่วู๋เตารีบเดินออกมาทันที!คืนนี้..โม่วู๋เตาอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีเขียวตัวเก่งเช่นเคย พร้อมกับแบกกระสอบเล็กๆไว้ด้านหลัง ในมือยังมีกระบี่ไม้ยาว ทำให้ดูทะมัดทะแมงเคร่งขรึมน่าเชื่อถือยิ่งนักเมื่อเห็นว่าผู้คนรอบตัวหลิงหยุนกลับไปกันหมดแล้วเขาจึงเดินออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น และโวยวายทันที“เหตุใดเจ้าออกมาช้านักปล่อยให้ข้ารออยู่ที่นี่ตั้งนาน!”หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆ“นี่เพิ่งจะห้าทุ่มครึ่ง.. อีกตั้งครึ่งชั่วโมงถึงจะเที่ยงคืนไม่ใช่รึ”คืนวันที่14 กรกฏาคมนั้นนับเป็นคืนที่จะมีหยินรุนแรงที่สุดในรอบปี เพราะเป็นคืนที่ประตูนรกจะเปิดออก และเหล่าภูติผีวิญญาณก็จะพากันออกมายังโลกมนุษย์นั่นเองแต่โม่วู๋เตาก็ยังคงบ่นไม่หยุด“คืนนี้พวกเราต้องไปกันตั้งหลายที่ เจ้ายังไม่รีบไปหารถอีกรึ”หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปทันที“เจ้าอย่าได้ร้อนใจนัก ข้าได้สั่งแวมไพร์สองตนให้บินพาพวกเราไปแล้ว เดี๋ยวเดียวก็ถึง!”โม่วู๋เตาร้องโวยวายออกมาทันที“เจ้าบินอยู่บนท้องฟ้าเช่นนั้น จะให้หลิวเทวะวิญญาณดูดซับพลังหยินบนผืนโลกได้อย่างไรกันเล่า”หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงยกมือขึ้นชี้ไปทางรถที่จอดอยู่ด้านนอกพร้อมกับร้องตะโกนบอกว่า“ใช้รถคันนั้นก็แล้วกัน!”โม่วู๋เตารีบวิ่งตรงไปที่รถทันทีพร้อมกับเร่งเร้าหลิงหยุนไปด้วย“เร็วๆเข้า!”หลังจากที่ขึ้นไปบนรถแล้วหลิงหยุนจึงหันไปถามโม่วู๋เตา “พวกเราจะไปที่ใหนก่อนดีล่ะ”