ตอนที่ 683
บทที่ 1112 : ยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์
October 22, 2026
! หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“ไม่เสมอไปที่ค่ายกลดักมังกรจะต้องกักขังเพียงแค่มังกรเท่านั้น แต่เจ้าลองคิดดูว่า.. หากแม้แต่มังกรยังสามารถกักขังได้ แล้วสัตว์อสูรชนิดอื่นๆเล่า จะไม่สามารถถูกกักขังได้อย่างนั้นรึ” “และต่อให้ค่ายกลแห่งนี้กักขังมังกรไว้จริงๆก็ไม่ได้ถูกกักขังไว้ใต้ฐานเจดีย์เก่าแก่นี้อย่างแน่นอน!” หลังจากที่หลิงหยุนอธิบายให้โม่วู๋เตาฟังไปแล้วเขาก็นิ่งเงียบลงอีกครั้ง และกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่.. เวลานี้ทั้งคู่กำลังยืนอยู่บนพื้นดินในระดับเดียวกับเจดีย์เก่าแก่จึงไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของพื้นที่ทั้งหมดได้ หากเขาต้องการเห็นค่ายกลทั้งหมด ก็จะต้องบินขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วมองลงมาเท่านั้น! โม่วู๋เตายังคงร้องถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันคือค่ายกลดักมังกร” หลิงหยุนยิ้มให้กับโม่วู๋เตาพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปทางเจดีย์โบราณ และถามขึ้นว่า “เจ้าว่าเจดีย์นั่นมีรูปร่างคล้ายอะไร” โม่วู๋เตาจ้องมองเจดีย์เก่าแก่อยู่นานแต่ก็ดูไม่ออกจึงได้แต่ตอบไปว่า “ในเมื่อมันคือเจดีย์ก็ต้องเหมือนเจดีย์สิ! เจ้าจะให้เหมือนอะไรได้อีกเล่า” หลิงหยุนยิ้มเย้ยพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปที่อวัยวะเบื้องล่างของโม่วู๋เตาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เจ้าดูให้ดีๆสิ! มันดูไม่เหมือนอวัยวะบางส่วนบนร่างกายของเจ้าเลยงั้นรึ” โม่วู๋เตาครุ่นคิดครู่หนึ่งแต่เมื่อได้คำตอบเขาก็ถึงกับหน้าแดง และร้องตะโกนว่าหลิงหยุน “เจ้านี่ช่างลามกนัก! นี่เจ้าจริงจังหน่อยจะได้หรือไม่” หลิงหยุนตอบกลับทันที“นี่ท่านนักพรตผู้เคร่งขรึม! ข้าก็กำลังพูดความจริงอยู่นี่ไงเล่า เจดีย์เก่าแก่นี่ดูคล้ายอวัยวะเพศของผู้ชายจริงๆ มันจึงมีหยางที่แข็งแกร่ง ทำให้มีพลังอำนาจที่จะสามารถการสะกดเหล่าภูติผีวิญญาณ หรือเหล่าปีศาจที่เป็นหยินได้!” “และหลังจากที่เจดีย์นี้ถูกสร้างขึ้นมาแล้วบริเวณใกล้เคียงโดยรอบก็จะไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดที่มีขนาดสูงกว่าเจดีย์นี้อยู่เลย และหากเจ้าไม่เชื่อข้า ก็รอจนกระทั่งรุ่งเช้า เจ้าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง! ” “และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า..ผู้ที่สร้างค่ายกลแห่งนี้ขึ้นมา ต้องการให้แสงแรกของดวงอาทิตย์ในแต่ละวันนั้น สาดส่องไปที่ยอดเจดีย์แห่งนี้นั่นเอง!” ในขั้นเอ้อเฉิงชี่และในฐานะที่เป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกล หลิงหยุนจึงสามารถอธิบายออกมาให้โม่วู๋เตาฟังได้อย่างละเอียด และมั่นอกมั่นใจ ส่วนโม่วู๋เตาในฐานะนักพรตเต๋าผู้เก่งกาจ ก็ถึงกับยืนอึ้งไปด้วยความตกตะลึง.. สิ่งที่หลิงหยุนอธิบายให้โม่วู๋เตาฟังนั้นก็เป็นเรื่องง่ายๆ เกี่ยวกับหยินและหยาง ซึ่งโม่วู๋เตาเองก็ย่อมเข้าใจได้ดี เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาฟัง และรอหลิงหยุนพูดต่ออย่างใจจดใจจ่อ.. “แล้วไงต่อ” หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและพูดต่อว่า“ความจริงแล้ว.. บริเวณที่มีหยินรุนแรงที่สุดนั้นไม่ใช่ที่เจดีย์แห่งนี้ หรือรอบๆบริเวณนี้ แต่เป็น..” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้หลิงหยุนก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางด้านทิศตะวันตกของเจดีย์เก่าแก่แห่งนี้ และที่นั่นก็มีทะเลสาบแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าทะเลสาบไร้นามตั้งอยู่.. และหลิงหยุนก็ไม่ปล่อยให้โม่วู๋เตาต้องคาดเดาเขารีบอธิบายต่อทันที “แต่เป็นทางด้านใต้ของทะเลสาบแห่งนั้นต่างหากเล่าที่เป็นบริเวณกักขังพลังหยิน!”ตำรากล่าวไว้ว่า..ทิศใต้คือหยาง และทิศเหนือคือหยิน!เจดีย์เก่าแก่นับร้อยปีแห่งนี้ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลสาบไร้นาม และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกนั้น ก็เพราะผู้สร้างตั้งใจให้แสงแรกของดวงอาทิตย์ สามารถสาดส่องไปที่ยอดของเจดีย์นั่นเอง..โม่วู๋เตานิ่งฟังด้วยแววตาเป็นประกายพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจ “เจ้าเยี่ยมมาก! แล้วยังไงต่อ..”“และที่ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่าทะเลสาบไร้นามนั้น..หากเจ้าไปอ่านจากประวัติอันยาวนานของมหาวิทยาลัยหยานจิง เจ้าก็จะรู้ว่าเหล่านักปราชญ์ และบัณฑิตที่มีความรู้ทั้งตะวันออก และตะวันตกมากมายช่วยกันตั้งชื่อ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถตั้งชื่อทะเลสาบแห่งนี้ได้ ด้วยเหตุนี้.. ทุกคนจึงขนานนามทะเลสาบแห่งนี้ว่าทะเลสาบไร้นาม!”เจดีย์โบราณและทะเลสาบแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักของผู้คนทั้งในและนอกประเทศ หลิงหยุนเองก็เคยอ่านประวัติของทะเลสาบแห่งนี้จากอินเทอร์เน็ตมาก่อนเช่นกัน..แต่เมื่อหลิงหยุนได้มาสัมผัสกับเจดีย์เก่าแก่และทะเลสาบแห่งนี้ด้วยตัวเอง เขาจึงได้รู้ว่าเพราะเหตุใดผู้คนจึงไม่นิยมมาท่องเที่ยวในแถบนี้นัก!ไม่ใช่เพราะผู้คนไม่อยากมาหรือว่ามาไม่ได้ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่กล้าจะมาที่นี่ต่างหากเล่า!หลิงหยุนเล่าประวัติคร่าวๆให้โม่วู๋เตาฟังแล้วจึงพูดต่อว่า “และด้วยพลังอำนาจของค่ายกลแห่งนี้ ทำให้พลังหยินทั่วทั้งทะเลสาบไร้นาม และในบริเวณหอคอยโบราณทั้งหมดนั้น ถูกกักไว้ในบริเวณนี้ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ฮวงจุ้ยของมหาวิทยาลัยหยานจิงเปลี่ยนไปไปด้วย..”“เยี่ยมมาก!ที่เจ้าพูดมานั้นล้วนถูกต้องทั้งหมด..”โม่วู๋เตานั้นก็สามารถมองเห็นฮวงจุ้ยของสถานที่แห่งนี้อย่างที่หลิงหยุนเห็นเช่นกันเขาจึงได้แต่เอ่ยชื่นชมหลิงหยุนออกมาจากใจจริง..หลิงหยุนมีความรู้เรื่องค่ายกลต่างๆดีส่วนโม่วู๋เตาก็เชี่ยวชาญเรื่องศาสตร์ของฮวงจุ้ย และเวลานี้ทั้งคู่ต่างก็เห็นพ้องตรงกันเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้..“เพราะฉะนั้น..จุดที่น่าสนใจของมหาวิทยาลัยหยานจิงแห่งนี้ จึงไม่ใช่ที่เจดีย์เก่าแก่นั่น แต่เป็นที่ทะเลสาบไร้นามแห่งนี้ต่างหากเล่า!”หลังจากที่อธิบายมาอย่างละเอียดละออในที่สุดหลิงหยุนก็สรุปออกมาเช่นนี้!“ด้วยเหตุนี้..หากอยากจะสำรวจจริงๆ พวกเราก็ต้องไปสำรวจที่ทะเลสาบแทน ไม่ใช่ที่เจดีย์นี่!”หลิงหยุนรู้ดีว่าตราบใดที่ค่ายกลยังทำงานอยู่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปสำรวจภายในเจดีย์นั่้นได้อยู่ดี และเพียงแค่ยืนอยู่ด้านนอกให้หลิวเทวะวิญญาณดูดเอาพลังหยินเข้าไปก็เพียงพอแล้ว..เพราะหากเขายังดื้อดึงและฝืนที่จะเข้าไปภายในเจดีย์ให้ได้ ก็จะต้องทำลายค่ายกลทิ้งเสียก่อน และหากเขาทำเช่นนั้นจริงๆ คงต้องเกิดปัญหากับทั้งเจดีย์เก่าแก่ และทั่วทั้งเมืองปักกิ่งอย่างแน่นอน หลิงหยุนเชื่อว่าถึงตอนนั้นอาจเกิดแผ่นดินไหว หรือแรงสั่นสะเทือนอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้โม่วู๋เตาได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนก็ถึงกับร้องตะโกนออกมา“สำรวจทะเลสาบแทนงั้นรึ ข้ายังไม่เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน จึงไม่สามารถกลั้นหายใจได้ ข้าจะลงไปสำรวจใต้ทะเลสาบได้อย่างไรกันเล่า..?”หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“ข้าไม่ได้บอกให้ไปสำรวจในคืนนี้ทันทีนี่! ในเมื่อเราพบสถานที่แห่งนี้แล้ว ไว้วันหลังค่อยมาสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ปักกิ่งนี่มีอะไรน่าสนใจมากจริงๆ!”ระหว่างที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้หลิงหยุนนึกถึงไป๋เซียนเอ๋อและในที่สุดหลิงหยุนก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดไป๋เซียนเอ๋อจึงได้รบเร้าที่จะขอตามเขามาปักกิ่งนัก แต่ตอนนั้นหลิงหยุนเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดโม่วู๋เตาจึงได้ห้ามปรามขัดขวาง..