ตอนที่ 688
บทที่ 1117 : ตระกูลซัน!
October 22, 2026
หลิงหยุนแห่งจิงฉูมาพร้อมกับผู้เฒ่าตระกูลหลิงและเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา! ข่าวนี้ได้แพร่สะพรัดออกไปทันทีที่หลิงหยุนก้าวเท้าลงจากรถ..เพราะหลังจากนั้นเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดก็เริ่มทำงานทันที เวลานี้ทุกคนในประเทศต่างก็พากันสนอกสนใจตระกูลหลิงแทบทั้งสิ้น.. ไม่ว่าจะเป็นตระกูลฉินหน่วยเทพอินทรีย์ หน่วยนภา และหน่วยเทพมังกร รวมถึงสำนักต่างๆ และตระกูลเก่าแก่ที่เมื่อสิบแปดปีก่อนเคยร่วมกันทำร้ายพ่อแม่ของหลิงหยุน และกล่าวหาทั้งคู่เป็นมารร้าย.. เวลานี้ไม่เพียงทั่วทั้งปักกิ่งสั่นสะเทือนแต่กลับกลายเป็นทั่วทั้งประเทศที่สั่นสะเทือน! แต่นั่นเป็นเพียงข่าวคราวแรกที่แพร่กระจายออกไปเพราะหลังจากนั้นข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับตระกูลหลิงอีกมากมายก็แพร่สะพรัดตามไปอย่างรวดเร็ว! ไม่สามารถมองเห็นขั้นกำลังภายในของหลิงหยุนได้! ทั้งหลิงลี่หลิงเจิ้น หลิงเสี่ยว และหลิงเย่วเอง ก็ไม่สามารถมองเห็นเช่นกัน! และแม้แต่เหล่าทายาทรุ่นเล็กของตระกูลหลิงต่างก็อยู่ในขั้นเซียงเทียนกันหมดแล้ว! แต่กลับไม่พบหลิงห่าวซึ่งเป็นหลานชายคนโตของตระกูลหลิง.. แน่นอนว่าข่าวคราวที่แพร่สะพัดออกไปในลักษณะเช่นนี้ย่อมเป็นการประกาศพลังอำนาจ และความแข็งแกร่งของตระกูลหลิงในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี! เวลานี้ตระกูลต่างๆก็ล้วนแล้วแต่ส่งคนของตนมาจับตาดูการเคลื่อนไหวของตระกูลหลิงว่า มีผู้ใดมาเคารพสุสานบรรพชนบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง.. หลิงหยุนมาพร้อมกับคนตระกูลหลิงหรือไม่? เรื่องนี้แม้แต่ตระกูลหลงกับตระกูลเย่เองก็ไม่เว้น..ทั้งสองตระกูลถึงกับส่งยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนมาสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง และหากแม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนที่ส่งมา ยังไม่สามารถมองเห็นขั้นของอีกฝ่ายได้ ย่อมหมายความว่าอีกฝ่ายนั้นเหนือกว่าตนเอง.. และในทีที่ข้อมูลลับเฉพาะนี้ไปถึงหูของผู้นำตระกูลหลงและผู้นำตระกูลเย่ ทั้งหมดก็ถึงกับมีสีหน้าตกใจ! ทายาทรุ่นเล็กของตระกูลหลิงทุกคนต่างก็เข้าสู่ขั้นเซียงเทียนกันหมดแล้วเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร ตระกูลหลิงทำได้อย่างไรกัน? หากแม้แต่ทายาทตระกูลหลิงยังเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้..เช่นนี้แล้วหลิงลี่เล่า ใหนจะหลิงเจิ้นกับหลิงเย่วอีก? แล้วหลิงเสี่ยวที่สูญเสียวรยุทธไปเมื่อสิบแปดปีก่อนเล่าเวลานี้คนที่พวกเขาส่งไป กลับไม่สามารถมองเห็นขั้นของหลิงเสี่ยวได้แล้ว! …….. ทันทีที่รถจอด..หลิงหยุนเองก็ไม่รีรอที่จะก้าวลงจากรถ เพราะเขาได้เปิดจิตหยั่งรู้ของตนเองออกสำรวจก่อนหน้าแล้ว และภายในรัศมีสองกิโลเมตรก็ไม่มีสิ่งใดสามารถรอดพ้นสายตาของหลิงหยุนไปได้ และเวลานี้ภาพของเหล่ายอดฝีมือที่พากันกดเครื่องมือสื่อสารของตนเองอยู่นั้น ก็ได้อยู่ในการรับรู้ของหลิงหยุนแล้วทั้งสิ้น หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่คิดในใจว่า‘เยี่ยม.. มากันหมดเลยสินะ! ทั้งตระกูลหลง ตระกูลเย่ ตระกูลเฉิน ตระกูลซัน ตระกูลหลี่ แล้วก็หน่วยเทพอินทรีย์..’ ‘อย่าลืมกลับไปรายงานเจ้านายของพวกเจ้าให้ละเอียดล่ะ!อย่าให้พลาดแม้แต่เรื่องเดียว!’ หลิงหยุนได้แต่นึกขันอยู่ในใจ.. เวลานี้จิตหยั่งรู้ในระดับสูงสุดขั้นเอ้อเฉิงชี่ของหลิงหยุนนั้นได้ครอบคลุมบริเวณสุสานไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว และจิตหยั่งรู้ของเขาก็ได้สำรวจพบว่า ภายในสุสานแห่งนี้ยังมีอีกสองตระกูลใหญ่ที่กำลังทำความสะอาดหลุมศพบรรพชนอยู่เช่นกัน.. ซึ่งก็คือตระกูลซันและตระกูลเฉินนั่นเอง! ที่หลิงหยุนมาปักกิ่งในครั้งนี้จุดประสงค์อีกอย่างก็คือการถอนรากถอนโคนทั้งสองตระกูลนั่นเอง..และดูเหมือนตระกูลเฉินกับตระกูลซันจะมาถึงก่อนหน้าตระกูลหลิงมากเพราะเมื่อตระกูลหลิงมาถึง ทั้งสองตระกูลก็ได้ทำความสะอาดหลุมศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมตัวที่จะเก็บข้าวของกลับกันแล้ว..หลิงหยุนสำรวจดูตระกูลซันก่อนและพบว่าตระกูลซันมีสมาชิกทั้งหมดร่วมสามสิบกว่าคน และอยู่ภายใต้การนำของชายชราสองคน..แต่เมื่อสำรวจดูตระกูลเฉินนั้นหลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมา และนึกเย้ยหยันอยู่ในใจ นั่นเพราะตระกูลเฉินมีสมาชิกเพียงแค่สิบกว่าคนเท่านั้น และทั้งหมดก็อยู่ภายใต้การนำของเฉินจิ้งเทียนกับเฉินเไห่เผิง ส่วนด้านหลังของอาวุโสทั้งสองคนนั้นก็คือเด็กหนุ่มสาวอีกเจ็ดแปดคน ที่ต่างก็มีสีหน้าเศร้าสร้อยหม่นหมอง..‘ฮ่า..ฮ่า.. สมาชิกตระกูลเฉินหดหายไปมากมายเช่นนี้ คงจะเพราะถูกข้าสังหารตายจนหมดสินะ!’ หลิงหยุนได้แต่นึกเย้ยหยันอยู่ในใจ..‘น่าสนใจ..ศัตรูของข้าล้วนมารวมตัวกันที่นี่อย่างพร้อมหน้า!’“ท่านปู่..คนตระกูลเฉินก็อยู่ที่นี่ด้วย ข้าเห็นรถของพวกมันจอดอยู่!”ดวงตาของหลิงลี่เป็นประกายขึ้นมาทันทีหลิงลี่พยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร และเพียงแค่หันไปมองหลิงหยุนเท่านั้นจากนั้นหลิงหยุนก็รายงานต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ไม่เพียงแค่ตระกูลเฉิน.. แต่ยังมีตระกูลซันอีกด้วย ดูเหมือนพวกมันกำลังเตรียมตัวจะกลับกันแล้ว!”“อะไรนะนี่ทั้งตระกูลเฉิน และตระกูลซันต่างก็อยู่ข้างในแล้วงั้นรึ?”อย่าว่าแต่หลิงลี่ที่ตื่นเต้นแม้แต่ทายาทรุ่นเล็กของตระกูลหลิง ต่างก็พากันตื่นเต้นจนกล้ามเนื้อตื่นตัวกันหมดหลิงลี่ถามหลิงหยุนกลับทันที“หลิงหยุน.. เจ้าคิดจะทำเช่นใด”หากตระกูลหลิงต้องการที่จะผงาดขึ้นมาอีกครั้งคงยากที่หลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้ เพราะเลือดของเหล่าศัตรูนั้นเปรียบเสมือนบันได้ให้พวกเขาเหยียบขึ้นไปสู่จุดสูงสุดนั่นเอง!หลิงหยุนตอบกลับไปทันทีเช่นกัน“พวกเราจะยังไม่เข้าไปด้านใน รอจนกว่าพวกมันจะออกมา!’ที่นี่เป็นสุสาน..จึงไม่ควรมีเรื่องมีราวด้านใน หลิงหยุนจึงเลือกที่จะยืนรออยู่ด้านนอกแทน! และนี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนได้พบกับสองตระกูลในฐานะทายาทตระกูลหลิง อย่างน้อยก็ควรจะได้ทักทายกันไม่ใช่หรือคนตระกูลหลิงถูกเหยียบย่ำให้ได้รับความอัปยศอดสูมานานหลายปีและต่างก็รอคอยวันที่จะได้เชิดหน้าชูตาอย่างสง่างามเช่นนี้มาโดยตลอด!และนี่คือสิ่งที่หลิงหยุนคิดอยู่ในใจ!ในเวลาเดียวกันนั้น..หลิงหยุนก็เหลือบมองหลิงซวี่น้องสาวของตนเอง เขาไม่รู้ว่าหากหลิงซวี่กับเฉินเจี้ยนโหยวได้เผชิญหน้ากันเวลานี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง“ท่านปู่..ท่านพ่อ.. ท่านลุงสอง.. พวกท่านคอยดูอยู่ที่นี่!”หลังจากที่หลิงหยุนร้องบอกบรรดาเหล่าอาวุโสตระกูลหลิงแล้วเขาก็หันไปยิ้มให้กับพี่ๆน้องๆตระกูลหลิงพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พวกเจ้าทั้งหมดตามข้ามา..!”ทันทีที่พูดจบ..หลิงหยุนก็เดินนำทุกคนตรงไป และหยุดยืนอยู่ห่างจากหน้าประตูสุสานไปราวสิบเมตร..หลิงหย่งหลิงเฟิง หลิงเลี่วย หลิงซิ่ว และหลิงซวี่ ทายาทรุ่นเล็กทั้งห้าของตระกูลหลิงต่างก็เดินตามหลิงหยุนไปอย่างไม่รีรอ และทั้งหมดก็ไปหยุดอยู่ห่างจากหน้าประตูสุสานราวสิบเมตร..ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนขายกระดาษเงินกระดาษทอง และสินค้าอื่นๆตรงหน้าสุสาน ต่างก็พากันยืนมองด้วยความงุนงงเมื่อเห็นทั้งหมดยืนนิ่ง แต่ไม่ยอมเข้าไปด้านในหลิงหยุนไม่สนใจผู้คนที่พากันจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขากำลังจับจ้องอยู่ที่กลุ่มคนซึ่งกำลังเดินออกมาจากสุสาน..