ตอนที่ 689
บทที่ 1118 : เผชิญหน้า!
October 22, 2026
“คนตระกูลหลิง!” ระหว่างทางที่เดินออกมาจากสุสานนั้นคนตระกูลซันทั้งหมดต่างก็เห็นว่าคนตระกูลหลิงได้มายืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าสูสานรออยู่แล้ว.. “ฮ่า..ฮ่า.. ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องได้พบกับทายาทตระกูลหลิง! ดูสิ.. พวกมันยืนออกันอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า ดูท่าเหล่าอาวุโสตระกูลหลิงคงจะยังมาไม่ถึง พวกมันถึงได้ไม่กล้าเดินเข้า!” ซันเมิ่งที่เห็นเหล่าทายาทตระกูลหลิงยืนเรียงกันอยู่หน้าประตูสุสานเช่นนั้นก็ทำท่าทางราวกับหมาป่าผู้หิวโหยที่พบเจอลูกแกะอ่อนแอเข้าพอดี ซันเมิ่งจ้องมองเหล่าทายาทตระกูลหลิงพร้อมกับร้องตะโกนออกมาอย่างสนุกปาก.. ซันข่ายได้ยินก็ถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกับเสริมขึ้นว่า“นั่นสิ! พวกมันคงรู้ว่าพวกเราตระกูลซันอยู่ด้านใน ก็เลยกลัวกันหัวหดไม่กล้าเดินเข้ามา!” “ข้าว่าพวกเราไปแกล้งคนตระกูลหลิงกันดีกว่า!แต่พวกเจ้าห้ามยุ่งกับหลิงซวี่นะ ข้าจะเป็นคนแกล้งนางเอง ข้าแกล้งนางอยู่บ่อยๆเมื่อครั้งอยู่ในหน่วยเทพอินทรีย์!” ซันลี่รีบร้องบอกทุกคนแววตาของเขาเป็นประกายด้วยความสนุกสนาน และรีบวิ่งออกไปทันที.. และนี่คืองานอดิเรกที่เหล่าทายาทตระกูลซันมักทำกันเป็นประจำเมื่อได้พบเจอทายาทตระกูลหลิง.. แต่จะว่าไปนิสัยเช่นนี้ของเหล่าทายาทตระกูลซันนั้นก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไรนัก ทุกคนต่างก็มีอุปนิสัยใจคอไม่แตกต่างไปจากซันเจิ้นหวู่นัก และเวลานี้เหล่าทายาทตระกูลซันยังคงมองทายาทตระกูลหลิงเป็นเพียงลูกแกะอ่อนแอเช่นเดิม.. “แต่เดี๋ยวก่อน..” แต่แล้วจู่ๆซันเจี๋วยก็ร้องตะโกนขึ้นมา และเขาก็คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพี่น้องตระกูลซันทั้งหมดนั่นเอง สายตาของซันเจี๋วยนั้นนับว่ามองเห็นได้ไกลยิ่งนัก.. เขามองเห็นว่าห่างออกไปไกลๆนั้นมีสมาชิกหน้าใหม่ของตระกูลหลิงมายืนขวางหน้าประตูสุสานด้วยเช่นกัน “นั่นมัน..พวกเจ้ามาดูเร็วเข้า.. นั่นใช่หลิงหยุนหรือไม่” สายตาของซันเจี๋วยนั้นจับจ้องอยู่ที่ร่างของหลิงหยุนซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปแววตาของซันเจี๋วยนั้นเต็มไปด้วยความระมัดระวัง และรีบร้องถามน้องๆทันที “ซันเมิ่งซันข่าย ซันลี่.. พวกเจ้าสามคนมาอยู่ด้านหลังข้า!” ซันเจิ้นหวู่รีบร้องเตือนเหล่าทายาทรุ่นเล็กของตระกูลซันทันทีและได้แต่แอบคิดในใจว่า หลานๆของตนนั้นช่างโง่สิ้นดี ตัวเขาเองพยายามหลีกเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับหลิงหยุน แต่หลานๆหน้าโง่กลับพยายามที่จะหาเรื่อง และลองดีกับหลิงหยุน เช่นนี้แล้วไม่เท่ากับไปรนหาที่ตายงั้นรึ “อะไรนะ!หลิงหยุนงั้นรึ?!” “หลิงหยุน..นี่หลิงหยุนมากับคนตระกูลหลิงงั้นรึ นี่หมายความว่าหลิงหยุนต้องมาเคารพหลุมศพบรรพชนตระกูลหลิงด้วยแน่ๆ เช่นนี้ย่อมหมายความว่า..” เหล่าอาวุโสตระกูลซันต่างก็รีบร้อนตามมาสมทบทายาทตระกูลซันและร้องเตือนให้ซันเจี๋วยระมัดระวังหลิงหยุนที่ยืนอยู่ข้างๆ เหล่าทายาทตระกูลหลิง! ดังคำพูดที่ว่า..คนเก่งนั้นพบพานเพียงแค่เงาก็น่าสะพรึงกลัว! ทันทีที่ซันเมิ่งซันข่าย ซันลี่ และคนอื่นๆ ได้ยินว่าหลิงหยุนปรากฏตัว ทั้งหมดก็ถึงกับหยุดชะงัก และเริ่มเย็นวาบขึ้นมาทันที! ร่างของทุกคนแน่นิ่งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปู หลังจากที่ได้สติก็รีบวิ่งกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่าอาวุโสตระกูลซันทันที! ในเมื่อมีหลิงหยุนอยู่ด้วยเช่นนี้..ใช่ว่าคนตระกูลหลิงจะสามารถข่มเหงรังแกได้ง่ายๆดังเดิมอีก! แต่ซันเจี๋วยที่นับว่าแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาทายาทตระกูลซันนั้นต้องการจะโอ้อวดความสามารถของตนเอง จึงได้ร้องตะโกนออกมาอย่างเย้ยหยัน..“หึ..หลิงหยุนแล้วยังไงกันเล่า ตระกูลซันของเรากลัวมันคนเดียวด้วยงั้นรึ?”ซันเจี๋วยนั้นก็เหมือนกับหลิงหยุนในเวลานี้ที่ทำตัวเป็นหัวหน้าของทายาทรุ่นใหม่ในตระกูล..“ความบาดหมางของตระกูลก็คือความบาดหมางของพวกเราด้วย!”“ในเมื่อหลิงหยุนเป็นทายาทตระกูลหลิงแห่งปักกิ่งเช่นนี้มันเองก็ย่อมต้องทำตามกฏยุทธภพด้วยเช่นกัน ข้าไม่เชื่อว่ามันจะกล้าสังหารผู้ใดท่ามต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้!”คำพูดของซันเจี๋วยนั้นดูเหมือนต้องการจะเตือนทุกคนในตระกูลซันว่าเมืองหลวงนั้นมีกฏเกณฑ์ของเมืองหลวง อีกทั้งเมืองหลวงยังเปรียบเสมือนที่พำนักของเหล่าจักรพรรดิ ไม่ใช่เมืองจิงฉูที่หลิงหยุนจะสามารถทำอะไรตามใจชอบก็ได้!สถานที่ทุกแห่งล้วนแล้วแต่มีกฏระเบียบของตัวเองยิ่งเป็นเมืองหลวงซึ่งเปรียบเสมือนที่พำนักของจักรพรรดิแล้ว ก็ย่อมเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอำนาจอิทธิพล จึงต้องมีกฏเกณฑ์ และข้อตกลงที่ทุกฝ่ายต้องทำตาม..ซึ่งก็คือ..ต้องไม่ใช้วรยุทธต่อหน้าคนธรรมดา ต้องไม่ต่อสู้หรือสังหารผู้ใดบนท้องถนนทำให้ผู้คนทั่วไปตื่นตระหนกตกใจ ไม่เช่นนั้นหตุใดจึงต้องมีหน่วยนภา และหน่วยมังกรคอยออกลาดตระเวนตรวจตราด้วยเล่าและหากเกิดปัญหาขึ้นจริงๆหน่วยเทพอินทรีย์ก็จะเป็นหน่วยแรกที่ออกมาแก้ปัญหา!ความแค้นของเหล่าชาวยุทธนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่หากต้องการที่จะสะสางความแค้นแล้วล่ะก็ ทุกฝ่ายจะต้องไปหาสถานที่ที่ไม่มีผู้คนธรรมดาอาศัยอยู่ จากนั้นหากต้องการจะฆ่าฟันกันเช่นใด ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่..“ท่านปู่ท่านพ่อ.. หลานจะเป็นตัวแทนตระกูลซันเจรจากับหลิงหยุนเอง จะปล่อยให้มันทำตัวบดบังรัศมีตระกูลซันเช่นนี้ไม่ได้!”ซันเจี๋วยนั้นประเมินว่าหลิงหยุนจะไม่กล้าทำอะไรตระกูลซันอย่างแน่นอนเขาจึงได้ขอเป็นตัวแทนไปเจรจากับหลิงหยุนซันเทียนหลัวจ้องมองหลิงหยุนที่ยืนอยู่หน้าประตูคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น และไม่สามารถตัดสินใจได้ จึงหันไปมองซันเจิ้นหวู่“ท่านพ่อ..ท่านมีความเห็นเช่นใด”ซันเจิ้นหวู่ไม่ต้องการให้มีการต่อสู้กันเกิดขึ้นจึงรีบปฏิเสธไปทันที“ไม่ได้.. พวกเราทุกคนเดินออกไปพร้อมกัน!”ตระกูลซันนั้นแตกต่างจากตระกูลหลิงตระกูลซันมาคาราวะหลุมศพบรรพชนจะไม่พาสตรีมาด้วย มีเพียงบุรุษเท่านั้นที่จะมาเคารพหลุมศพบรรพชนได้ และเวลานี้ก็มีหล่าบุรุษตระกูลซันอยู่ถึงสามสิบสองคน ทั้งหมดเดินมาพร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่เช่นนี้ สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือน และความน่าสะพรึงกลัวให้กับผู้พบเห็นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว..ซันเจิ้นหวู่เชื่อว่า..หากตระกูลซันเดินออกไปพร้อมๆกันทั้งหมดเช่นนี้ หลิงหยุนคงจะไม่สามารถหาเหตุผลมาหาเรื่อง หรือหาเหตุที่จะประมือกับทายาทตระกูลซันได้..แต่หากปล่อยให้ซันเจี๋วยออกไปคนเดียวเช่นนั้นหากทั้งคู่พูดจาไม่เข้าหูกัน แน่นอนว่าต้องเกิดการต่อสู้กันขึ้นอย่างแน่นอน และถึงตอนนั้นฝ่ายที่จะต้องประสบกับปัญหาก็คงไม่พ้นตระกูลซันอย่างแน่นอน!ในเมื่อเด็กหนุ่มตกลงกันไม่ได้ผู้ใหญ่ก็ต้องเข้าร่วมต่อสู้ด้วย เช่นนี้แล้วจะยิ่งไม่โกลาหลวุ่นวายงั้นรึ ถึงตอนนั้นตระกูลซันคงต้องมีแต่เสียหาย และพ่ายแพ้ การเจรจาจึงยากที่จะเกิดขึ้นได้..และเมื่อถึงตอนนั้น..คนตระกูลซันอาจต้องเป็นฝ่ายเดินก้มหัวกลับออกไปก็เป็นได้!หลังจากที่ได้เห็นท่าทีของซันเจิ้นหวู่แล้วซันเจี๋วยก็ไม่มีทางเลือก และได้แต่ยินยอมตามนั้น!ซันเจิ้นหวู่หันไปจ้องมองหลิงหยุนเป็นคนแรกแล้วจึงเหลือบมองไปยังทายาทตระกูลหลิงคนอื่นๆ และในใจก็นึกตกใจอย่างที่สุด!เพราะซันเจิ้นหวู่ไม่สามารถมองเห็นขั้นกำลังภายในของหลิงหยุนแต่ทายาทตระกูลหลิงคนอื่นๆนั้น เขาเห็นได้อย่างชัดเจน!ทุกคนล้วนแล้วแต่อยู่ในขั้นเซียงเทียนแล้วหรือนี่