ตอนที่ 690
บทที่ 1119 : บดขยี้ตระกูลซัน!
October 22, 2026
มาถึงตอนนี้หลิงหยุนไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้วและแทบไม่อยากเสวนากับคนตระกูลซันเลยด้วยซ้ำไป เมื่อได้ยินซันเจิ้นหวู่ถามเช่นนั้น เขาจึงรีบตอบกลับไปตามตรง.. เวลานี้หลิงหยุนนับว่าแข็งแกร่งและเหนือฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก เขาจึงไม่อยากเสียเวลาเจรจาให้นานนัก และอยากจะรีบๆ บดขยี้ตระกูลซันให้ราบเป็นหน้ากองโดยเร็วที่สุด! “เจ้าคนชั่วช้าสารเลว!ข้าจะเอาชีวิตเจ้าเอง..” เมื่อได้ยินหลิงหยุนยอมรับอย่างหน้าตาเฉยว่าเป็นผู้สังหารซันเทียนเปียวซันเทียนปา ซันจิ้ง และหนิวเฟิ่นเหยียว ซันเจิ้นหวู่ก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลนออกมาจาเบ้า และกระโจนเข้าใส่หลิงหยุนด้วยความโกรธแค้นทันที! ทั้งซันเจิ้นหวู่นั้นได้คาดเดาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าซันเทียนเปียวกับซันเทียนปาคงต้องถูกสังหารตายไปแล้วอย่างแน่นอน แต่เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากปากของหลิงหยุนเช่นนี้ มีหรือที่เขาจะทนนิ่งเฉยต่อไปได้อีก ไม่เพียงซันเจิ้นหวู่ที่กระโจนเข้าไปหาหลิงหยุนแม้แต่พ่อของซันเทียนเปียวกับซันเทียนปา และลูกๆของพวกเขา ต่างก็พุ่งเข้าใส่หลิงหยุนด้วยเช่นกัน ทุกคนต่างก็ต้องการที่จะฆ่าหลิงหยุนให้ตายกับมือ.. และในเมื่อหลิงเสี่ยวเห็นหลิงหยุนถูกกลุ้มรุมโดยคนของตระกูลซันเช่นนั้นเขาก็ไม่รีรอที่จะกระโดดเข้าไปช่วยหลิงหยุนเช่นกัน! ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ดีว่า..ทันทีที่หลิงหยุนตอบกลับไปเช่นนั้น ตระกูลหลิงกับตระกูลซันคงต้องเป็นเสมือนน้ำกับไฟ และยากที่จะอยู่ร่วมโลกกันได้อีก ในเมื่อสถานการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้แล้วสองฝ่ายยังจะต้องเสียเวลาเจรจาอะไรกันอีกมากมายเล่า ต่างฝ่ายจึงต่างพุ่งเข้าหากันเพื่อประมือทันที! “ลูกสาม..” ระหว่างที่หลิงเสี่ยวพุ่งตัวออกไปเพื่อจะช่วยหลิงหยุนนั้นเสียงร้องตะโกนห้ามของหลิงลี่ก็ดังขึ้นพร้อมกับกระโดดออกไปขวางหน้าหลิงเสี่ยวไว้ จากนั้นจึงกระซิบบอกหลิงเสี่ยวเสียงเบา.. “เจ้าอย่าได้กังวลใจไปนัก..หลิงหยุนสามารถรับมือตระกูลซันได้ไม่ยาก!” “พวกเรายืนดูอยู่ตรงนี้ก็พอ..” ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมานั้นไม่มีผู้ใดจะรู้ถึงความแข็งแกร่งของหลิงหยุนได้ดีไปกว่าหลิงลี่อีกแล้ว อย่าว่าแต่หลิงหยุนเลย.. เวลานี้เพียงแค่หลิงลี่คนเดียวก็สามารถรับมือเหล่าสมาชิกตระกูลซันทั้งสามสิบสองคนได้อย่างง่ายดาย! หลิงเสี่ยวได้ฟังคำเตือนของหลิงลี่จึงได้สติ..และเพิ่งจะคิดได้ว่าเมื่อครั้งที่หลิงหยุนบุกไปช่วยตนเองที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ขององค์นักฆ่าสาขาปักกิ่งนั้น หลิงหยุนก็ได้สังหารนักฆ่าไปมากกว่าร้อยคน เช่นนี้แล้วเหตุใดเขายังต้องกังวลกับคนตระกูลซันด้วยเล่า เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงเสี่ยวจึงวางใจและยืนดูลูกชายตนเองแสดงความสามารถอยู่อย่างเงียบๆ หลิงหยุนที่เห็นซันเจิ้นซิงและซันเจิ้นเยี่ยพุ่งเข้ามาหมายทำร้ายตนเช่นนั้นจึงได้ใช้วิชาเงาพรางร่างแยกออกเป็นสอง และหลิงหยุนทั้งสองร่างก็ได้ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของคนทั้งคู่ จากนั้นจึงยกมือขึ้นตบหน้าซันเจิ้นซิงกับซันเจิ้นเยี่ยทันที! เพียะ!เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบกับเนื้อบนใบหน้าดังขึ้นถึงสองครั้งติดกันตามมาด้วยเสียงกรีดร้องเจ็บปวดที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้นร่างของซันเจิ้นซิงและซันเจิ้นเยี่ยก็ลอยละลิ่วออกไปไกลกว่าสิบเมตร ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นทันที.. ส่วนหลิงหยุนนั้นเวลานี้ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับว่าไม่เคยเคลื่อนที่ไปใหนเลยแม้แต่น้อย.. หลังจากที่ซันเจิ้นซิงกับซันเจิ้นเยี่ยร่วงลงกับพื้นแล้วร่างของคนทั้งคู่ก็กลิ้งไปกับพื้นอีกระยะหนึ่ง ทันทีที่หยุดนิ่งทั้งคู่ก็รีบตะเกียกตะกายลุขึ้นยืนทันที และเวลานี้บนใบหน้าของทั้งสองก็มีฝ่ามือสีแดงของหลิงหยุนประทับอยู่อย่างเห็นได้ชัด.. แต่นั่นหลิงหยุนเพียงแค่หยอกเย้าเท่านั้นเขายังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดที่มี และด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ หากเขาออกแรงมากกว่านี้สักสองเท่า อาวุโสตระกูลซันทั้งสองก็คงถูกหลิงหยุนสังหารตายในทันที.. จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงคนพ่นน้ำลายออกจากปากและภาพที่ทุกคนเห็นเวลานี้ก็คือสองพยัคฆ์ตระกูลซันกำลังบ้วนเลือดออกจากปาก พร้อมกับมีฟันนับสิบซี่หลุดออกมาด้วย.. ซันเจิ้นซิงกับซันเจิ้นเยี่ยนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไรทั้งคู่จ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาดุดัน พร้อมกับร้องตะโกนออกไปอย่างโกรธแค้น“เจ้าเด็กชั่วช้า..นี่เจ้า..!”แม้จะร้องตะโกนออกไปด้วยความโมโหเช่นนั้นแต่ทั้งคู่ก็ไม่กล้าบุกเข้าไปหาหลิงหยุนสุ่มสี่สุ่มห้าอีก และถึงแม้ซันเจิ้นซิงกับซันเจิ้นเยี่ยจะบุกเข้าไปอีกก็คงจะไร้ประโยชน์ เพราะความแข็งแกร่งของทั้งคู่นั้นนับว่ายังห่างไกลหลิงหยุนอยู่มาก และยากที่จะรับมือหลิงหยุนได้อีก!ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นลงมืออย่างเต็มที่ส่วนหลิงหยุนนั้นดูเหมือนแทบจะไม่ได้ขยับตัวด้วยซ้ำไป แต่ถึงกระนั้นอีกฝ่ายก็ยังได้รับบาดเจ็บ เช่นนี้แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับหลิงหยุนได้เล่าหลิงหยุนใช้เพียงแค่ฝ่ามือเดียวแต่กลับสามารถสยบพยัคฆ์ร้ายทั้งสองของตระกูลซันได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้สมาชิกคนอื่นๆของตระกูลซันจะไม่ตกตะลึงได้เช่นไรเล่าหลิงหยุนฉีกหน้าอาวุโสทั้งสองของตระกูลซันต่อหน้าผู้คนเช่นนี้เป็นการกระทำที่โหดร้ายเสียยิ่งกว่าทำร้ายพวกเขาจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียอีก..และสำหรับหลิงหยุน..หากขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูของเขาแล้วล่ะก็ หลิงหยุนไม่เคยนึกสงสาร หรือคิดปราณีเลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะเมื่อครั้งที่เขายังอ่อนหัด ศัตรูที่แข็งแกร่งก็ไม่เคยเมตตาปราณีเขาเช่นกัน!หลิงหยุนเข้าใจความจริงข้อนี้ได้อย่างลึกซึ้ง!หลิงหยุนยืนจ้องมองทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตระกูลซันมีฝีมือเพียงแค่นี้งั้นรึ เอาล่ะ.. ผู้ใดจะเป็นรายต่อไป?”การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของหลิงหยุนนั้น..แม้กระทั่งผู้นำตระกูลซันอย่างซันเจิ้นหวู่ ยังไม่สามารถมองได้ทันว่าหลิงหยุนจู่โจมน้องชายทั้งสองของตนได้อย่างไรระหว่างนั้นซันเจิ้นหวู่กำลังครุ่นคิดว่าจะตอบโต้หลิงหยุนกลับไปเช่นใดแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดหาหนทางจัดการกับหลิงหยุนไม่ได้ จึงอยากจะรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด..นั่นเพราะความแตกต่างระหว่างหลิงหยุนกับตระกูลซันนั้นกว้างมากเหลือเกินหากยังฝืนอยู่ที่นี่ต่อไปตระกูลซันคงต้องอับอายขายหน้ามากยิ่งกว่านี้แน่!เมื่อคิดได้เช่นนี้..ซันเจิ้นหวู่จึงยกมือขึ้นห้ามน้องชายของเขาทั้งสองคนที่เพิ่งจะพ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนอย่างยับเยิน แล้วจึงหันไปพูดกับหลิงหยุนว่า“หลิงหยุน..อย่าได้ข่มเหงกันเกินไปนัก!” ไอรีนโนเวลหลิงหยุนได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง“ฮ่า.. ฮ่า.. เวลานี้คนตระกูลซันได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘ถูกข่มเหง’ บ้างแล้วงั้นรึ เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน?!”หลิงหยุนหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับหันไปมองหน้าเหล่าสมาชิกตระกูลซันทั้งหมดที่ล้วนแล้วแต่มีสีหน้าโกรธขึ้ง แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะอ้าปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คนเดียว..นั่นเพราะไม่มีใครมีฝีมือที่จะสามารถอาจหาญมาสู้กับหลิงหยุนได้นั่นเอง!หลิงหยุนเพียงคนเดียวและลงมือเพียงแค่ครั้งเดียว แต่กลับสามารถบดขยี้สมาชิกตระกูลซันทั้งหมดได้ในทันที!ใบหน้าของซันเจิ้นหวู่แดงก่ำจนเกือบเขียวเขาหันมองไปทางเหล่าอาวุโสตระกูลหลิงก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของหลิงลี่ และพูดขึ้นว่า“หลิงลี่..ทายาทตระกูลหลิงยะโสโอหังเช่นนี้ เจ้าไม่คิดที่จะห้ามปรามบ้างเลยรึ”ซันเจิ้นหวู่หมดหนทางที่จะจัดการกับหลิงหยุนจึงได้แต่หันไปพูดกับหลิงลี่เพื่อเตือนให้เขาจัดการกับหลิงหยุนแทน..หลิงลี่ที่อยู่ห่างออกไปนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่สามารถช่วยอะไรได้ เขาเหลือบมองหลานชายทั้งสามของตนเอง จากนั้นจึงได้ก้าวเท้าเดินออกไปข้างหน้า และค่อยๆฝ่าฝูงชนไปอย่างช้าๆหลิงหยุนฉีกหน้าตระกูลซันต่อหน้าผู้คนเช่นนี้และได้แสดงให้เหล่าสมาชิกตระกูลซันเห็นถึงความแข็งแกร่งของตนเอง จนทุกคนต่างก็ตกอกตกใจไปตามๆกัน หากหลิงหยุนยังต้องการที่จะสร้างความอัปยศให้กับตระกูลซันมากไปกว่านี้ เชื่อว่าตระกูลซันเองก็คงไม่ยอมแน่ และหากทั้งสองฝ่ายเกิดประมือกันเข้าจริงๆ เรื่องราวคงต้องโกลาหลวุ่นวายใหญ่โตอย่างแน่นอน!ไม่ว่าตระกูลหลิงกับตระกูลซันจะมีเรื่องเคืองแค้นใจกันมากเพียงใดแต่ที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ทั้งสองตระกูลจะมาสะสางแความแค้นกัน เพราะหากหลิงหยุนสังหารคนตระกูลซันต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ หลายฝ่ายในปักกิ่งคงต้องไม่ยินยอม และเห็นด้วยกับการกระทำของหลิงหยุนอย่างแน่นอน..