ตอนที่ 692
บทที่ 1121 : จองหองพองขน!
October 22, 2026
“ฮ่า..ฮ่า..” หลิงซิ่วหลานสาวคนโตของตระกูลหลิงถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างที่สุดจะกลั้นไว้ได้อีกนางเหลือบมองหลิงหยุน และได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่าคงจะมีเพียงหลิงหยุนคนเดียวเท่านั้น ที่จะกล้าพูดจาเช่นนี้ได้ในสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด.. ส่วนสมาชิกคนอื่นๆของตระกูลหลิงที่ต่างก็พากันกลั้นหัวเราะอยู่เช่นกันนั้นเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของหลิงซิ่วดังขึ้น พวกเขาต่างก็ไม่สามารถอดกลั้นอีกต่อไป จึงพากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน.. การจะหาใครสักคนที่กล้าพูดจากับคนตระกูลเฉินเยี่ยงนี้และต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้นั้น คงจะไม่มีผู้ใดอีกแล้วนอกจากหลิงหยุน! ตั้งแต่ที่หลิงหยุนกลับเข้าตระกูลหลิง..เขาก็ปฏิบัติตัวต่อพี่ๆน้องๆด้วยความสุภาพอ่อนโยนเสมอมา พูดในสิ่งที่ควรพูด และทำในสิ่งที่ควรทำ ในสายตาของพี่น้องตระกูลหลิง ทุกคนจึงมองหลิงหยุนเป็นดั่งผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีเหตุมีผล และยากที่ผู้ใดจะโต้แย้งได้.. แต่คำพูดของหลิงหยุนเมื่อครู่นั้นได้เปลี่ยนความคิดที่เหล่าพี่น้องตระกูลหลิงมีต่อหลิงหยุนก่อนหน้าจนหมดสิ้น.. สำหรับคำที่จะใช้เรียกหลิงหยุนเวลานี้นั้นมันมากยิ่งกว่าคำว่าไร้ยางอาย มากกว่าคำว่าร้ายกาจ และหาใครที่จะมาเป็นคู่ปะทะฝีปากกับหลิงหยุนได้ยากยิ่งนัก! และหากไม่เชื่อ..ก็คงต้องไปถามโม่วู๋เตา หรือไม่ก็กลับไปจิงฉูถามถังเมิ่ง ตี้เสี่ยวอู๋ หรือผู้ที่เคยปะทะฝีปากกับหลิงหยุนมาแล้ว ดูว่าทุกคนจะพูดถึงหลิงหยุนเช่นใด เฉินจิ้งเทียนที่ได้ยินถึงกับตกตะลึงและนิ่งอึ้งไป ก่อนจะร้องตะโกนถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าว่าผู้ใดผายลม เจ้าหนู.. นี่เจ้าว่าข้างั้นรึ?” หลังจากที่ถูกหลิงหยุนยั่วโมโหเฉินจิ้งเทียนก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง และยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนถามเสียงดัง “เจ้าเด็กน้อย..นี่เจ้าว่าใคร” หลิงหยุนก้าวเท้าออกมายืนเผชิญหน้ากับเฉินจิ้งเทียนพร้อมกับยิ้มให้ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระนัก “ตาเฒ่าปากเหม็น..ข้าจะว่าใครได้เล่า ก็ต้องว่าคนที่กำลังพูดน่ะสิ!” เฒ่าปากเหม็นงั้นรึ เฉินจิ้งเทียน– อดีตผู้นำตระกูลเฉินซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่นั้น ไม่ว่าจะก้าวเท้าเดินไปแห่งหนใดในปักกิ่ง ผู้คนต่างก็ให้การคาราวะ และปฏิบัติต่อเขาอย่างนอบน้อม แต่หลิงหยุนกลับเรียกเขาว่า ‘เฒ่าปากเหม็น’ อย่างนั้นหรือ “ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” หลังจากที่ได้ยินฉายาใหม่ของเฉินจิ้งเทียนที่หลิงหยุนเพิ่งจะตั้งให้เหล่าสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็ไม่อาจอดกลั้นได้เช่นกัน ทุกคนไม่ว่าจะเป็นหลิงหย่ง หลิงเลี่วย หลิงซิ่ว หลิงซวี่ และคนอื่นๆ ต่างก็เผลอหัวเราะออกมาเสียงดัง.. เมื่อเฉินจิ้งเทียนเห็นเช่นนั้นใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาก็เปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโมโห และเวลานี้เขาก็ถูกหลิงหยุนยั่วจนรู้สึกโกรธอย่างมาก จึงสูดลมหายใจเข้าลึก และพยายามอดกลั้นอย่างยากเย็น.. แต่ถึงกระนั้นจิงจอกเฒ่าผู้นี้ก็เฉลียวฉลาดไม่เบาเลยทีเดียวและเลือกที่จะไม่ประมือกับหลิงหยุน.. นั่นเพราะเฉินจิ้งเทียนจำได้ว่า..ที่ผ่านมานั้นตระกูลเฉินได้ส่งยอดฝีมือไปจิงฉูเพื่อลอบสังหารหลิงหยุน แต่ก็ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้เลยแม้แต่คนเดียว และก่อนหน้านั้นทั้งเหล่าแวมไพร์นับร้อย และนินจาหลายสิบคน แม้กระทั่งคนตระกูลเฉินเอง ต่างก็ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้เช่นกัน! ผู้ที่ตระกูลเฉินส่งไปจัดการกับหลิงหยุนนั้นแม้จะไม่แข็งแกร่งเท่ากับเฉินจิ้งเทียน แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเขามากนัก แต่ทุกคนล้วนถูกหลิงหยุนสังหารตายจนหมด และบางคนก็ไม่ทราบข่าวคราวว่าเป็นหรือตาย นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่าหลิงหยุนนั้นแข็งแกร่ง และเก่งกาจมากเพียงใด แม้แต่ตัวเฉินจิ้งเทียนเองก็ยังไม่อาจคาดเดาได้..“หึ..เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม อาวุโสเช่นข้าจะไม่ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับเจ้า!”เฉินจิ้งเทียนทำเสียงขึ้นจมูกพร้อมกับพูดออกไปอย่างไม่สนใจจากนั้นจึงหันไปทางหลิงลี่พร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลิงลี่..นี่เจ้าไม่อบรมทายาทตระกูลหลิงบ้างเลยงั้นรึ พวกเราซึ่งนับว่าเป็นผู้อาวุโสยังคุยกันไม่จบ แต่เด็กอย่างเขากลับสอดขึ้นมากลางป้อง ช่างไร้มารยาทสิ้นดี!”เฉินจิ้งเทียนรู้ตัวว่าตนนั้นไม่สามารถปากต่อคำกับหลิงหยุนได้จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่หลิงลี่แทน หลิงลี่เห็นหลานชายตนเองพูดจาเพียงไม่กี่คำ ก็สามารถทำให้จิ้งจอกเฒ่าอย่างเฉินจิ้งเทียนโมโหได้เช่นนี้ ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ จึงได้แต่ยืนมองอย่างมีความสุข..แต่เมื่อเห็นเฉินจิ้งเทียนย้อนกลับมาเล่นงานตนเองเช่นนี้หลิงลี่จึงแสร้งทำเป็นกระแอม และตอบไปว่า“เฉินจิ้งเทียน..มีบางเรื่องที่เจ้าคงยังไม่รู้ แต่ข้าจะบอกให้ เจ้าตั้งใจฟังให้ดีล่ะ!”ระหว่างที่พูดนั้นหลิงลี่ก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางหลิงหยุน “นี่คือหลานชายของข้า และเป็นทายาทตระกูลหลิงชื่อว่าหลิงหยุน เขาเป็นลูกชายของเจ้าสาม – หลิงเสี่ยว และเวลานี้หลิงหยุนได้กลับเข้าตระกูลหลิงอย่างเป็นทางการแล้ว หนำซ้ำเรื่องราวต่างๆทั้งภายในและภายนอกตระกูลหลิง ล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การดูแลของหลิงหยุนทั้งสิ้น แม้แต่ข้าที่เป็นปู่ยังต้องก้มหัวให้เขาเลย..”หลิงลี่ไม่เพียงจงใจพูดให้เฉินจิ้งเทียนได้ยินเท่านั้นแต่ยังเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้นเพื่อให้ทุกคนที่อยู่รอบๆ และที่อยู่ไกลออกไปได้ยินด้วยคำพูดของหลิงลี่นั้นย่อมเป็นการประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่าเวลานี้ตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงได้เป็นของหลิงหยุนแล้ว!หลังจากคำพูดทั้งหมดหลุดจากปากของหลิงลี่แล้วทั้งเฉินจิ้งเทียน เหล่าสมาชิกตระกูลเฉิน และคนอื่นๆ ที่กำลังให้ความสนใจเรื่องของตระกูลหลิงนั้น ก็ถึงกับเย็นวาบไปทั่วทั้งร่าง..ที่ผ่านมานั้น..หลายคนรู้เพียงแค่ว่าหลิงหยุนเด็กหนุ่มทีอายุยังไม่ถึงสิบเก้าปีผู้นี้ คือทายาทตระกูลหลิง และเพิ่งกลับเข้าตระกูลอย่างเป็นทางการได้ไม่ถึงหนึ่งวัน แต่เหตุใดจึงถูกรับเลือกให้เป็นผู้นำตระกูลหลิงได้และเรื่องเช่นนี้ก็ไม่ควรเป็นเรื่องที่คนตระกูลหลิงจะนำมาพูดเล่นๆได้!หนำซ้ำผู้ที่พูดก็คือหลิงลี่ซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุดในตระกูลหลิงในเมื่องหลิงลี่เป็นผู้ประกาศออกมาเองเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตั้งคำถามอะไรอีก และเรื่องนี้ย่อมต้องเป็นความจริงอย่างแน่นอน!เวลานี้เหล่ายอดฝีมือที่แฝงตัวมาซุ่มดูเหตุการณ์อยู่นั้นต่างก็พากันหยิบเครื่องมือสื่อสารของตนเองออกมา และทำการรายงานเรื่องที่สำคัญนี้ให้กับเจ้านายของตนทราบโดยทันที“นี่..นี่หมายความว่า..”เฉินจิ้งเทียนถึงกับตกตะลึงและได้แต่นิ่งอึ้งไปทันที..หากหลิงหยุนซึ่งเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบแปดปีผู้นี้เป็นถึงผู้นำตระกูลหลิงจริงย่อมหมายความว่าฐานะของเขาในตระกูลหลิงนั้นเหนือกว่าคนอื่นๆ และย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเจรจาเฉินจิ้งเทียน!“ตาเฒ่าปากเหม็น..เจ้าอย่าเพิ่งตกอกตกใจถึงเพียงนั้นสิ! เจ้าตั้งสติแล้วก็ฟังคำพูดของข้าอีกสักสองสามประโยค!”หลิงหยุนไม่คิดจะมีมารยาทกับเฉินจิ้งเทียนและยังคงเรียกเขาว่าตาเฒ่าปากเหม็นเช่นเดิม!จะให้หลิงหยุนมีมารยาทกับเฉินจิ้งเทียนอย่างนั้นหรือเขาไม่มีทางทำเช่นนัันแน่!