ตอนที่ 693
บทที่ 1122 : สั่งสอน!
October 22, 2026
เสียงพลังปราณจากฝ่ามือของหลิงหยุนกระแทกเข้ากับใบหน้าของคนผู้หนึ่งขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ใช่เฉินไห่เผิง แต่เป็นเฉินจิ้งเทียน! ไม่มีผู้ใดสามารถมองได้ทันว่าหลิงหยุนลงมือซัดฝ่ามือออกไปเมื่อใดเพราะเขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ! และทันทีที่ได้ยินเสียงลมปะทะเข้ากับใบหน้านั้นทุกคนในที่นั้นแม้กระทั่งเหล่าสมาชิกตระกูลหลิงเอง และเหล่ายอดฝีมือที่แฝงตัวมาสืบข่าว เมื่อได้เห็นภาพเข้าก็ถึงกับหลับตาลงไม่กล้ามองต่อเช่นกัน.. เด็กหนุ่มที่อายุเพียงแค่สิบแปดปีแต่กล้าตบหน้าชายชราที่มีอายุถึงเจ็ดสิบปี อย่าว่าแต่เหล่าชาวยุทธเลย แม้แต่คนธรรมดาก็ยากที่จะทนดูได้! หลังจากที่หลิงหยุนใช้พลังปราณตบหน้าเฉินจิ้งเทียนแล้วเขาก็จ้องมองเฉินจิ้งเทียนที่เวลานี้ถึงทำสีหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา.. “เฉินจิ้งเทียน..ที่ข้าตบหน้าเจ้าวันนี้ ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับความแค้นของเราสองตระกูลเลยแม้แต่น้อย แต่ข้าตบหน้าเจ้าเพราะเจ้าเป็นชายชราที่ไร้ยางอายอย่างที่สุด!” “ในอดีต..เจ้าไม่เพียงแย่งชิงของที่ควรจะเป็นของตระกูลหลิงไป แต่ในวันนี้เจ้ากลับพูดจากลับกลอก ใช้ความเจ้าเล่ห์และวาทศิลป์ของตนเอง กลับดำเป็นขาว กลับถูกเป็นผิด..” “วันนี้ข้า– หลิงหยุนขอประกาศไว้ ณ ตรงนี้ว่า.. ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่เคยแย่งชิงเอาของที่ควรจะต้องเป็นของตระกูลหลิงไป แม้ว่าจะเป็นเพียงอิฐแตกๆแค่ก้อนหนึ่ง หรือแม้แต่กระเบื้องเก่าๆเพียงหนึ่งแผ่น มันผู้นั้นจะต้องนำมาคืนให้กับตระกูลหลิงของข้าพร้อมกับดอกเบี้ย!” “จะขาดแม้แต่เศษเสี้ยวก็ไม่ได้!” และนี่คือคำประกาศกร้าวที่ออกจากปากของหลิงหยุน! ในเมื่อตระกูลหลิงจะผงาดขึ้นอีกครั้งแล้วก็ต้องผงาดขึ้นอย่างสง่างาม และเป็นที่น่าเกรงขามต่อทุกคนไม่ใช่หรือ หากยังมีผู้คนกล้าตอแยหรือกล้าข่มเหงตระกูลหลิงอีก เช่นนี้แล้วจะเรียกว่าผงาดได้เต็มปากเต็มคำอย่างนั้นหรือ การผงาดขึ้นของตระกูลหลิงนั้นต้องไม่ใช่เพียงแค่คำพูดที่ประกาศออกไปเท่านั้น แต่การผงาดขึ้นอย่างแท้จริงนั้น หมายถึงความพร้อมในการที่จะจัดการกับผู้ใดก็ตาม ที่กล้าแม้แต่จะพูดจาไม่ให้เกียรติตระกูลหลิง และกล้าทำเรื่องที่กระทบกระทั่งต่อตระกูลหลิง! นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าผงาดขึ้นอีกครั้งได้อย่างแท้จริง! หากในวันนี้..เปลี่ยนจากตระกูลหลิงเป็นตระกูหลง หากเฉินจิ้งเทียนกล้าพูดจาเช่นนี้กับคนตระกูลหลง มีหรือที่ตระกูลหลงจะยอมปล่อยให้เฉินจิ้งเทียนกลับไปโดยไม่ลงมือสั่งสอนได้! หลังจากที่ได้ฟังคำประกาศกร้าวของหลิงหยุนนั้นทั้งหลิงลี่ หลิงเสี่ยว หลิงเย่ว และเหล่าทายาทตระกูลหลิง ต่างก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว แล้วทุกคนต่างก็หันไปมองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้.. หลิงหยุน..เด็กหนุ่มคนนี้กล้าหาญ และไม่เกรงกลัวผู้ใดถึงเพียงนี้เชียวหรือ สิ่งที่กำลังปรากฏต่อหน้าพวกเขานั้นเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ นั่นเพราะคำประกาศของหลิงหยุนเมื่อครู่นั้นย่อมหมายถึงการผลักให้ตระกูลใหญ่ทั้งห้าอย่างตระกูลหลง ตระกูลเย่ ตระกูลหลี่ ตระกูลเฉิน และตระกูลซัน ให้ไปเป็นฝ่ายเดียวกัน และหันมายืนตรงข้ามกับตระกูลหลิง.. และนั่นทำให้หลิงลี่ถึงกับนึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย..แต่ถึงกระนั้น..แม้คำประกาศกร้าวของหลิงหยุนจะทำให้เหล่าสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็นึกหวั่นใจ แต่ในขณะเดียวกันคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นอกมั่นใจของหลิงหยุนนั้น ก็สามารถกระตุ้นจิตใจของคนตระกูลหลิงที่เคยห่อเหี่ยวมานานนับสิบปี ให้มีไฟฮึกเหิม และปลุกเลือดในกายของพวกเขาให้เดือดพล่านขึ้นด้วย!หากจำเป็นต้องประกาศสงคราม..ทุกคนในตระกูลหลิงก็พร้อมสู้ และไม่มีผู้ใดที่คิดจะยอมแพ้!เวลานี้ตระกูลหลิงมีทั้งหลิงหยุนและมรดกตระกูลหลิง! หนำซ้ำในกายของคนตระกูลหลิงทุกคน ต่างก็มีเลือดเนื้อของเหล่าบรรพชนตระกูลหลิงอยู่ด้วยทั้งสิ้น!ว่ากันว่าบรรพบุรุษตระกูลหลิงรุ่นแรกนั้นมาจากดินแดนที่เรียกว่าอู่เฉิน..แต่นั่นก็เป็นเพียงการเล่าขานกันปากต่อปากจากรุ่นสู่รุ่นและยาวนานถึงสองพันปีแล้ว จึงไม่มีหลักฐานต่างๆที่แน่ชัดปรากฏให้เห็น และไม่มีผู้ใดรู้ว่าดินแดนที่เรียกว่าอู่เฉินนั้นอยู่ที่ใดกันแน่แต่ถึงอย่างไรก็ตาม..เหล่าสมาชิกตระกูลหลิงต่างก็เป็นสายเลือดนักสู้ และยากนักที่จะลบความเป็นนักสู้ออกจากจิตใจของคนตระกูลหลิงได้!เฉินจิ้งเทียนจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาเคียดแค้นรังสีสังหารคุกรุ่นทั่วร่างของเขา เฉินจิ้งเทียนร้องตะโกนออกไปด้วยความเคียดแค้น.“เจ้าเด็กสามหาว!นี่เจ้ากล้าตบหน้าข้าเชียวรึ ถ้าเช่นนั้นก็อย่าได้กล่าวหาข้าไม่ปราณีเด็กอย่างเจ้าก็แล้วกัน..”สายตาของเฉินจิ้งเทียนกวาดมองไปทั่วทั้งบริเวณและเขาก็สังเกตเห็นว่าเหล่ายอดฝีมือที่แฝงตัวมานั้น ต่างก็กำลังกดเครื่องมือสื่อสารเพื่อรายงานข่าวให้กับเจ้านายของตนเองกันอย่างขมักเขม้น..–วันนี้ข้า– หลิงหยุนขอประกาศไว้ ณ ตรงนี้ว่า.. ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่เคยแย่งชิงเอาของที่ควรจะต้องเป็นของตระกูลหลิงไป แม้ว่าจะเป็นเพียงอิฐแตกๆแค่ก้อนหนึ่ง หรือแม้แต่กระเบื้องเก่าๆเพียงหนึ่งแผ่น มันผู้นั้นจะต้องนำมาคืนให้กับตระกูลหลิงของข้าพร้อมกับดอกเบี้ย!-–จะขาดแม้แต่เศษเสี้ยวก็ไม่ได้!-คำประกาศกร้าวของหลิงหยุนนั้น..ทุกคนต่างก็ได้ยินกันชัดเจนถ้วนหน้า และต่างก็กำลังรายงานคำพูดของหลิงหยุนแบบคำต่อคำ ไม่ให้มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว..เฉินจิ้งเทียนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน..“เจ้าเด็กเมื่อวานซืน.. เจ้ามันช่างบ้าบิ่นไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ซ้ำยังยะโสโอหังยิ่งนัก! เจ้ากับตระกูลหลิงจะต้องนึกเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปในวันนี้!”หลิงหยุนยิ้มกว้างอย่างไม่นึกเกรงกลัวพร้อมตอบกลับไปทันที “ตาเฒ่าคร่ำครึ.. ในเวลาเช่นนี้เจ้ายังจะปากเก่งอยู่อีกงั้นรึ”“ข้าจะนึกเสียใจหรือไม่นั้นยังคงต้องรอดูกันต่อไป แต่สำหรับเจ้า – เฉินจิ้งเจียน.. เจ้าจะต้องนึกเสียใจในทันทีแน่!”ในเมื่อเฉินจิ้งเทียนยังคงปากเก่งอยู่เช่นนี้หลิงหยุนก็จะสั่งสอน และอบรมมารยาทให้กับจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้เอง!“ในเมื่อเจ้าเป็นคนพูดเองว่า..เป็นเพราะเกิดเรื่องกับตระกูลหลิงในครั้งนั้น ตระกูลหลิงจึงสูญเสียความสามารถจนไม่อาจดูแลกิจการต่างๆได้ต่อไปไม่ใช่รึ”“ถ้าเช่นนั้น..วันนี้ข้าจะให้ตระกูลเฉินประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับตระกูลหลิงในครั้งนั้น และจะให้ตระกูลเฉินได้ลิ้มรสการถูกช่วงชิงกิจการต่างๆไป เพราะสูญเสียความสามารถในการดูแลบ้างว่า พวกเจ้าจะรู้สึกเช่นใด”ระหว่างที่พูดออกไปนั้น..ร่างของหลิงหยุนก็พุ่งไปยืนอยู่ตรงหน้าของเฉินจิ้งเทียน และมือขวาก็กำหมัดชกตรงเข้าไปที่ใบหน้าของเฉินจิ้งเทียนอย่างไม่ปราณี!เฉินจิ้งเทียนเห็นหลิงหยุนจู่โจมเข้าไปเช่นนั้นเขาก็ไม่ได้นึกหวาดหวั่นแม้แต่น้อย สิ่งแรกที่เฉินจิ้งเทียนทำก็คือการเบี่ยงตัวหลบหมัดของหลิงหยุน แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือว่า ไม่ว่าเขาจะหลบหลีกไปทางใด ก็พบว่าหมัดของหลิงหยุนสามารถตามไปสกัดไว้ได้ตลอด และในที่สุดเฉินจิ้งเทียนก็ไม่สามารถหลบหลีกได้อีก..