ตอนที่ 695
บทที่ 1124 : การประลองของสองตระกูล!!
October 22, 2026
ในยุทธภพย่อมมีกฏเกณฑ์ของยุทธภพกฏเกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่กำหนดขึ้นมาเพื่อลดความขัดแย้งของเหล่าชาวยุทธ และใช้เพื่อการตัดสินความแค้นของทั้งสองฝ่าย.. กฏเกณฑ์โบราณที่เฉินจิ้งเฉวียนเสนอนั้นก็คือการประลองยุทธที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน! การประลองยุทธโดยวิธีนี้..เป็นวิธีการที่ใช้สะสางความแค้นระหว่างตระกูล หรือระหว่างสำนักต่างๆ หากสองฝ่ายมาถึงจุดที่ไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ และไม่อาจทนอยู่ร่วมโลกกันได้อีกต่อไป ก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการประลองยุทธ และจะต่อสู้กันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเสียชีวิต.. และในเมื่อตระกูลเฉินกับตระกูลหลิงต่างก็มีความแค้นจนยากที่จะร่วมโลกกันได้เฉินจิ้งเฉวียนจึงได้เสนอให้ทั้งสองตระกูลตัดสินปัญหาด้วยวิธีนี้! การปะลองยุทธโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันนี้มีกฏที่เคร่งครัดก็คือ.. หากทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ทั้งคู่ก็จะต้องทำตามกฏกติกาในการต่อสู้อย่างเคร่งครัด และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืนไม่ทำตามกฏกติกา ก็จะต้องถูกเหล่าชาวยุทธรุมประนาม จนถึงกระทั่งว่าผู้ใดจะลงมือสังหารก็ไม่มีความผิด.. หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและตกลงว่าจะใช้วิธีประลองยุทธโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันเช่นนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะ หรือฝ่ายใดจะพ่ายแพ้ หลังจากสิ้นสุดการประลอง.. ความแค้นทุกอย่างก็จะต้องยุติลงด้วยทันที! ในเมื่อเลือกวิธีการได้แล้วต่อมาก็คือการเลือกสถานที่ และเวลา ส่วนเรื่องสักขีพยานในการประลองนั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่จะตกลงกัน.. การประลองโดยใช้ชีวิตเป็นเดิมพันนั้นสามารถใช้ตัดสินปัญหาของเหล่าชาวยุทธได้ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชื่อเสียง เรื่องผู้หญิง เรื่องผลประโยชน์ เรื่องความแค้นส่วนตัว หรือปัญหาอื่นๆอีกมากมาย และหากฝ่ายใดเป็นผู้ชนะก็ย่อมได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของผู้แพ้ ส่วนผู้แพ้นั้นจะได้รับผลเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ.. ความตาย! ในระหว่างที่รอคอยให้ถึงกำหนดนัดหมายนั้นต่างฝ่ายต่างก็มีสิทธิ์ที่จะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประลองได้ แต่ในช่วงเวลาก่อนที่จะถึงการประลองยุทธนั้น ทั้งสองฝ่ายห้ามต่อสู้กัน หรือยั่วยุกันอย่างเด็ดขาด หากพบว่าฝ่ายใดจงใจยั่วยุ หรือเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน ฝ่ายนั้นก็จะถูกปรับให้เป็นฝ่ายแพ้ทันที! ในการประลองนั้น..จะประลองเดี่ยว หรือประลองเป็นกลุ่มก็ย่อมได้ รูปแบบการประลองก็ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายจะตกลงร่วมกัน และในการประลองแบบกลุ่มนั้น ทั้งสองฝ่ายก็สามารถเชิญยอดฝีมือจากข้างนอกมาร่วมประลองด้วยได้ อีกทั้งในระหว่างต่อสู้นั้นใครมีไพ่อะไรในมือก็สามารถนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่! และผลของการประลองในครั้งนี้ย่อมหมายถึงความเป็นความตายของสมาชิกในตระกูลและฝ่ายแพ้จะต้องยินยอมมอบทุกอย่างให้กับผู้ชนะตามแต่ที่ผู้ชนะเรียกร้อง! ทุกวันนี้ความแค้นระหว่างตระกูลเฉินกับตระกูลหลิงได้เดินมาถึงจุดที่ไม่สามารถแก้ไข หรือเจรจากันได้อีกแล้ว จึงจำเป็นต้องตัดสินด้วยวิธีนี้เท่านั้น! ยิ่งไปกว่านั้นทั้งตระกูลหลิงและตระกูลเฉินต่างก็เป็นตระกูลใหญ่ที่มีผู้คนนับหน้าถือตา หนำซ้ำเฉินจิ้งเฉวียนเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยนภา การแก้ปัญหาทั้งสองตระกูลด้วยวิธีนี้จึงนับว่าเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย.. หลิงลี่ได้ฟังข้อเสนอของเฉินจิ้งเฉวียนแล้วก็ถึงกับนิ่งไปนานก่อนจะถามขึ้นว่า “จะประลองแบบใหน” เฉินจิ้งเฉวียนยิ้มเยาะมุมปากก่อนจะตอบหลิงลี่ไปว่า “แน่นอนว่าต้องเป็นแบบที่ป่าเถื่อนที่สุดน่ะสิ!” การประลองในแบบนี้..ต่างฝ่ายต่างก็สามารถเชิญยอดฝีมือข้างนอกมาร่วมประลองได้ หนำซ้ำยังสามารถใช้ไพ่ทั้งหมดในมือได้โดยไม่ผิดกติกา และที่สำคัญคือเดิมพันด้วยชีวิต! หากผู้ประลองถูกสังหารตาย จะไม่นับว่าเป็นความผิด.. เช่นนี้แล้วจะไม่เรียกว่าป่าเถื่อนได้อย่างไรกันเล่า มีหรือที่หลิงลี่จะไม่รู้ว่าเฉินจิ้งเฉวียนนั้นต้องการใช้วิธีนี้ทำลายและขุดรากถอนโคนตระกูลหลิง! และวิธีการประลองเช่นนี้ตระกูลเฉินย่อมได้เปรียบตระกูลหลิงมากมาย.. นั่นเพราะเฉินจิ้งเฉวียนทำงานในหน่วยนภามานานกว่าสามสิบปีย่อมมีสหายในหน่วยนภาอยู่มากมายที่สามารถตายแทนกันได้ หนำซ้ำยอดฝีมือที่อยู่ในหน่วยนภาส่วนใหญ่ ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในขั้นที่สามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้แล้วทั้งสิ้น! นอกจากนั้นแล้ว..ตระกูลเฉินยังมีสายสัมพันธ์กับชาวญี่ปุ่น และชาวตะวันตกอย่างแน่นแฟ้นด้วย หากตระกูลเฉินเชิญยอดฝีมือเหล่านั้นมา ตระกูลหลิงจะเอาอะไรไปสู้ได้เล่า แม้ว่าบรรดาสมาชิกตระกูลหลิงจะได้รับปราณอมตะเสวียนหวงจนสามารถพัฒนาเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนกันจนหมดแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น การที่ตระกูลหลิงจะผงาดขึ้นได้จริงๆนั้น ยังต้องอาศัยเวลาอีกระยะหนึ่ง.. ด้วยเหตุนี้หลิงลี่จึงมองว่าการประลองตามข้อเสนอของเฉินจิ้งเฉวียนนั้นเป็นการเสี่ยงเกินไปสำหรับตระกูลหลิง มันไม่ต่างจาการเดิมพันด้วยการกระโดดลงมาจากตึกสูง และเสี่ยงเอาว่าจะมีชีวิตรอดหรือไม่รอด! หลิงลี่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเฉินจิ้งเฉวียนและมีท่าทีลังเลไม่กล้าตัดสินใจ หลิงลี่รู้ว่าเฉินจิ้งเฉวียนนั้นมองออกว่าตระกูลหลิงเพิ่งจะฟื้นตัว และยังต้องการเวลาในการสร้างความแข็งแกร่งอีกสักระยะหนึ่ง เขาจึงไม่เปิดโอกาสให้ตระกูลหลิงได้มีเวลาตั้งตัว.. “ทำไม!ตระกูลหลิงหวาดกลัวตระกูลเฉินของข้างั้นรึ? เมื่อครู่ทายาทตระกูลหลิงยังยะโสโอหังไล่ทำร้ายคนตระกูลเฉินอยู่เลยไม่ใช่รึ?” หลังจากพูดจาเยาะเย้ยถากถางหลิงลี่ที่ดูเหมือนจะไม่ยอมรับข้อเสนอแล้วเฉินจิ้งเฉวียนก็ได้แต่ยืนนิ่งอย่างภูมิอกภูมิใจ.. –ท่านปู่..รับคำท้าของมันไปได้เลย!-ระหว่างที่หลิงลี่กำลังลังเลใจอยู่นั้นหลิงหยุนก็ร้องบอกหลิงลี่ผ่านกระแสจิตให้รับคำท้าของเฉินจิ้งเฉวียน!–หลิงหยุน..เจ้ายังไม่เข้าใจเงื่อนไขในการประลองครั้งนี้ดี! นี่คือการประลองที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน หนำซ้ำยังสามารถเชิญยอดฝีมือจากข้างนอกมาช่วยได้ หากรับคำท้าไปตระกูลหลิงของเราต้องพ่ายแพ้ และสูญเสียครั้งใหญ่อย่างแน่นอน!-–ท่านปู่..ตระกูลหลิงกับตระกูลเฉินต่างก็อยู่ในจุดที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้แล้ว ถึงแม้ท่านปู่จะไม่รับปาก ตระกูลหลิงย่อมต้องเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่อยู่ดี!-หลิงหยุนนั้นคิดต่างจากหลิงลี่เพราะเขาคิดไปไกลกว่านั้น..ในเมื่อตัวเขาเองยังสามารถสังหารเฉินเจี้ยนจื่อเฉินเจี้ยนห่าว เฉินไห่ซาน และคนของตระกูลเฉินอีกมากมายหลายคนได้ แล้วเหตุใดเฉินจิ้งเฉวียนจะทำเช่นเดียวกันกับที่เขาทำไม่ได้เล่า เฉินจิ้งเฉวียนสามารถสั่งยอดฝีมือมาจับคนตระกูลหลิงไป และลงมือสังหารเมื่อใดก็ย่อมได้เช่นกัน!อีกทั้งรอบตัวเฉินจิ้งเฉวียนนั้นก็รายล้อมไปด้วยยอดฝีมือที่เก่งกาจมากมาย..ก่อนหน้านี้หลิงหยุนตัวคนเดียว..หากจะมีใครสักคนที่เขารัก และต้องปกป้องนั้น ก็เห็นจะมีแต่หนิงหลิงยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น!แต่ตอนนี้..หลิงหยุนกลับเข้าตระกูลหลิง และกราบไว้บรรพชนแล้ว เขาจึงไม่ใช่ตัวคนเดียวดังเช่นเมื่อก่อน เขามีครอบครัวอันเป็นที่รัก และหากเฉินจิ้นเฉวียนคิดจะแก้แค้น ตระกูลหลิง ตระกูลหลิงก็ย่อมตกอยู่ในความหายนะอยู่ดี!เช่นนี้แล้วไม่เท่ากับคนตระกูลหลิงต้องสูญเสียใหญ่หลวงเช่นกันหรือหรือเพียงแต่ช้า หรือเร็วเท่านั้นเอง..แล้วความหวังที่จะพาตระกูลหลิงผงาดขึ้นมาอีกครั้งเล่า..ไม่ต้องล่มสลายลงหรอกหรือหลังจากที่ฟังคำพูดของหลิงหยุนแล้วจิตใจของหลิงลี่ก็ถึงกับสั่นสะท้าน แต่ในที่สุดหลิงลี่ก็ตอบเฉินจิ้งเฉวียนไปว่า“ตกลง!ข้ารับคำท้าของเจ้า!”“ฮ่า..ฮ่า.. เยี่ยมๆ”ทันทีที่ได้ยินว่าหลิงลี่รับคำท้าเฉินจิ้งเฉวียนก็ถึงกับเงยหน้าขึ้นฟ้าพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“การปะลองช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเหล่าตระกูลใหญ่มานานหลายปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุดจะต้องเป็นตระกูลหลิงของเจ้ากับตระกูลเฉินของข้า!”พูดจบเฉินจิ้งเฉวียนก็จ้องหน้าหลิงลี่พร้อมกับพูดต่อว่า“ถ้าเช่นนั้นการประลองระหว่างพวกเราสองตระกูล จะจัดขึ้นในอีกสิบวันข้างหน้า.. เจ้าคิดเห็นเช่นใด”การปรากฏตัวของหลิงหยุนในวันนี้ตระกูลเฉินเองก็ไม่ทันได้ระมัดระวังตัว ดังนั้นการประลองในครั้งนี้เฉินจิ้งเฉวียนจึงต้องมีเวลาสำหรับเตรียมการให้พร้อมกว่านี้ แต่เพราะไม่ต้องการให้เวลากับตระกูลหลิงมากนัก จึงตัดสินใจนัดหมายในอีกสิบวันข้างหน้า..อีกสาเหตุหนึ่งที่เฉินจิ้งเฉวียนต้องการดึงเวลาไปถึงสิบวันนั้นก็เพื่อต้องการให้นินจาญี่ปุ่นซึ่งเป็นสหายของตนเดินทางมาถึงปักกิ่งเสียก่อน!ในเมื่อรับคำท้าไปแล้วหลิงลี่ก็ไม่ได้สนใจเวลานัก เขาจึงพูดขึ้นว่า “ตกลง.. ถ้าเช่นนั้นการประลองจะถูกจัดขึ้นในสิ้นเดือนนี้!”จากนั้นหลิงลี่ก็พูดต่อว่า“ในเมื่อเจ้าเป็นผู้กำหนดวันประลอง ข้าก็จะขอเป็นผู้กำหนดสถานที่ประลองเอง!”ในเมื่อฝ่ายหนึ่งเลือกกำหนดวันประลองไปแล้วการเลือกสถานที่จึงต้องตกเป็นของอีกฝ่ายไปตามธรรมเนียม..ไม่เช่นนั้น..ตระกูลเฉินก็ดูจะเป็นฝ่ายเอาเปรียบมากเกินไป หากจะเป็นผู้กำหนดทั้งวัน และสถานที่ประลอง!เฉินจิ้งเฉวียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ในเมื่อข้ากำหนดวันประลองแล้ว ตระกูลหลิงของเจ้ากำหนดสถานที่ได้เมื่อใด ก็ส่งคนมาแจ้งข้าก็แล้วกัน!”ในเมื่อตระกูลหลิงยอมรับคำท้าเช่นนี้เฉินจิ้งเฉวียนก็ไม่ต้องการที่จะใส่ใจกับเรื่องหยุมหยิมอีก..และหากไม่มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะมีหรือที่เฉินจิ้งเฉวียนจะเสนอให้มีการตัดสินปัญหาระหว่างสองตระกูลด้วยวิธีนี้หลิงลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงถามต่อว่า “แล้วจะประลองกันอย่างไร” Aileen-novelเฉินจิ้งเฉวียนตอบกลับโดยไม่ต้องคิด“ประลองเดี่ยวสองรอบ และประลองแบบกลุ่มหนึ่งรอบ.. หากฝ่ายใดได้รับชัยชนะสองในสาม ถือว่าฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะการประลอง!”��