ตอนที่ 698
บทที่ 1127 : เพิ่มอานุภาพของค่ายกล!
October 22, 2026
“เอาล่ะ..ข้าจะนำทุกคนเดินเข้าออกค่ายกลวราหกให้คุ้นเคยเสียก่อน” หลังจากที่หลิงหยุนได้อธิบายการทำงานของค่ายกลทั้งสามอย่างละเอียดพร้อมกับสาธิตให้ดูแล้ว เขาก็ได้พาทุกคนเดินเข้าออกค่ายกลวราหกถึงห้าหกครั้งเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย.. และค่ายกลวราหกนั้นก็ไม่ได้ยากเกินกว่าจะสามารถทำความเข้าใจได้แม้แต่คนธรรมดาหากลองเดินเข้าเดินออกสักสามสี่ครั้ง ก็สามารถจดจำได้ไม่ยาก.. ค่ายกลวราหกนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยลูกเหล็กสามสิบหกลูกหลังจากที่ทำการเปิดดวงตาค่ายกลแล้ว หากมีผู้บุกรุกเข้ามา ควันสีขาวก็จะพวยพุ่งออกมาปิดบังสายตาของคนผู้นั้นไว้ทันที ทำให้คนผู้นั้นมีสภาพไม่ต่างจากคนตาบอดคนหนึ่ง.. เมื่อหลิงหยุนเห็นว่าทุกคนเข้าใจและสามารถจดจำรายละเอียดของค่ายกลทั้งหมดได้แล้ว เขาจึงบอกกับทุกคนว่า.. “ค่ายกลวราหกนั้นแม้จะจดจำได้ไม่ยากแต่ก็ต้องจดจำให้แม่นยำว่าอย่าได้ก้าวผิดโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายกลนวสังหาร!” ระหว่างที่พูดนั้นหลิงหยุนก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางลูกเหล็กขนาดใหญ่รอบๆบริเวณพร้อมกับอธิบายต่อว่า “หากไม่ระมัดระวังและก้าวผิดไป.. ย่อมเป็นการกระตุ้นให้ค่ายกลสังหารนี้ทำงาน และลูกเหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่รอบๆ ก็จะพุ่งใส่ร่างของคนผู้นั้นทันที!” แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงร้องตะโกนถามของหลิงหย่งดังขึ้น “หลิงหยุน.. แล้วถ้ามีคนเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมากล่ะ หลังจากจากแข้ามาแล้ว พวกเราควรต้องยืนนิ่งๆ ห้ามเดินสะเปะสะปะงั้นรึ?” ที่หลิงหย่งต้องถามออกมาเช่นนี้เพราะสวนชั้นที่เก้านั้นพื้นที่กว้างใหญ่ หากเขามาแล้วจะยังสามารถเดินเหินได้ตามปกติหรือไม่ “พี่หลิงหย่ง..นี่เป็นคำถามที่ดีมาก!” หลิงหยุนมองหลิงหย่งยิ้มๆพร้อมกับเอ่ยชม และอธิบายต่อว่า “เพียงแค่เข้ามาได้อย่างถูกต้อง ก็ไม่เป็นการกระตุ้นค่ายกลให้ทำงานแล้ว! หลังจากนั้นก็สามารถเดินเหินในบริเวณนั้นได้อย่างอิสระ..” จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปบอกหลิงลี่ว่า“ท่านปู่.. ดวงตาค่ายกลนั้นข้าติดตั้งไว้ที่หน้าประตูบ้านของท่านปู่ ด้วยขั้นของท่านปู่แล้ว หากมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งบุกเข้ามา ท่านปู่ก็สามารถเปิดปิดค่ายกลได้ด้วยตัวเอง..” หลิงหลี่พยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข“เยี่ยมมาก! มีค่ายกลสังหารอยู่ในบ้านเช่นนี้ บ้านตระกูลหลิงเท่ากับมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้นอีกนับสิบเท่า ต่อให้มียอดฝีมือขั้นเซียงเทียนบุกรุกเข้ามาพร้อมกันหลายร้อยคน ก็ยากที่จะหลุดรอดไปได้..” หลิงเย่วที่ยืนฟังอยู่นานนั้นในที่สุดก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หลิงหยุน.. แล้วค่ายกลที่เจ้าสร้างขึ้นมานี้จะมีจะมีผู้ใดทำลายได้หรือไม่” หลิงหยุนจ้องมองหลิงเย่วพร้อมกับยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ลุงสอง.. วางใจได้! ยอดฝีมือธรรมดาทั่วไปยากที่จะทำลายค่ายกลที่สร้างขึ้นด้วยปรมาจารย์เช่นข้าแน่!” เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้นหลิงหยุนรอดตายเพราะค่ายกลสังหารเหล่านี้มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาจึงค่อนข้างภูมิอกภูมิใจในค่ายกลที่ตนเองสร้างขึ้นมาก.. หลิงหย่งหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับเสนอไปว่า“ในเมื่อตระกูลหลิงของเราเป็นฝ่ายเลือกสถานที่ประลอง เช่นนั้นแล้วก็เลือกที่บ้านตระกูลหลิงนี่ล่ะ ข้าว่าอย่างน้อยๆ ค่ายกลของเจ้าก็คงจะสังหารพวกมันตายได้มากมายเลยทีเดียว!” หลิงหยุนคร้านที่จะฟังหลิงหย่ง..แม้ค่ายกลของหลิงหยุนจะมีอานุภาพไม่ธรรมดา แต่ยอดฝีมือระดับที่สามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้นั้น หากมีเวลาสักครู่ก็คงสามารถทำลายค่ายกลของเขาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน.. อย่างมากก็แค่ทำให้ยอดฝีมือระดับนี้ต้องทำงานหนักขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น..อย่างเฉินจิ้งเฉวียนเป็นต้น..ลูกเหล็กพวกนี้ไม่อาจทำอันตรายเขาได้เลยด้วยซ้ำไป และหลังจากเห็นการทำงานของค่ายกลเพียงไม่นาน ก็สามารถเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว..ไม่เพียงหลิงหย่งที่คิดเช่นนั้นแต่ดูเหมือนคนอื่นๆในตระกูลหลิงก็คิดเช่นเดียวกันด้วย และเวลานี้ทุกคนต่างก็คิดว่าที่หลิงหยุนสร้างค่ายกลขึ้นภายในตระกูลหลิง ก็เพื่อใช้เป็นสนามประลอง..หลิงหยุนมองหน้าทุกคนพร้อมกับหัวเราะออกมา“ไม่ได้.. การประลองจะจัดขึ้นที่บ้านตระกูลหลิงไม่ได้!”“นั่นเพราะหากเลือกที่จะประลองที่นี่เฉินจิ้งเฉวียนจะยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น และจะยิ่งหาทางป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งที่นี่คือบ้านบรรพบุรุษตระกูลหลิง จึงไม่ควรให้ผู้คนข้างนอกมาเพ่นพ่าน หรือเข่นฆ่ากันจนเลือดสาด..”“อีกอย่าง..ข้าเองก็ได้เลือกสถานที่สำหรับการประลองกับตระกูลเฉินไว้แล้ว ทุกคนไม่ต้องกังวลใจในเรื่องนี้!”การประลองครั้งนี้เป็นการชี้ชะตากรรมของสองตระกูลและหลิงหยุนเองก็ได้เห็นสีหน้าท่าทางที่มั่นอกมั่นใจของเฉินจิ้งเฉวียนในวันนั้น เขาจึงต้องระมัดระวังในการเลือกสนามประลองอย่างมาก..และตามกฏแล้ว..จะต้องมีการแจ้งสถานที่ประลองให้อีกฝ่ายทราบสามวันล่วงหน้าก่อนจะถึงวันประลอง หลิงหยุนเชื่อว่าหลังจากนี้อีกหกวัน เขาจะสามารถจัดการเรื่องสนามประลองได้เรียบร้อย และต่อให้ตระกูลเฉินส่งคนไปสำรวจ เขาก็ไม่ได้นึกหวั่นแม้แต่น้อย..จินเหยียวยืนมองลูกเหล็กขนาดใหญ่มากมายที่อยู่รอบๆสวนจากนั้นจึงได้รำพึงรำพันออกมาเบาๆกับตัวเอง“หากตระกูลหลิงมีความพร้อมถึงเพียงนี้..เชื่อว่าอีกหนึ่งปีคงต้องผงาดขึ้น และสามารถจัดการกับศัตรูในอดีตได้อย่างแน่นอน!”หากในครั้งนั้นตระกูลหลิงแข็งแกร่งเช่นนี้..หยินชิงเฉวียนกับพ่อของหลิงหยุน คงไม่ถูกบีบบังคับให้แยกจากกันเช่นนี้!หลิงหยุนได้ยินจึงก้าวเท้าเข้าไปหาจินเหยียวพร้อมกับปลอบประโลมนาง “ท่านน้าจินเหยียว.. เรื่องเมื่อสิบแปดปีก่อนก็ผ่านไปนานแล้ว พวกเราอย่ารื้อฟื้นอีกเลย ข้ารับปากจะหาศัตรูที่แท้จริงให้พบ และจัดการแก้แค้นพวกมันทีละคน!”จินเหยียวพยักหน้านางแม้มริมฝีปากแน่นพร้อมกับตอบไปว่า “ดี.. พวกเราจะต้องแก้แค้นพวกมันทุกคน!”“หากคุณหนูสามารถหนีออกมาจากแดนต้องห้ามของพรรคมารได้เมื่อใดนางต้องจัดการสังหารศัตรูของนางทุกคนแน่!”ระหว่างที่พูดออกมาด้วยความเคียดแค้นนั้นกลิ่นอายสังหารก็กระจายออกจากร่างของนาง แม้แต่เหล่าทายาทตระกูลหลิงเองยังถึงกับขนหัวลุกไปตามๆกัน..แต่หลิงหยุนกลับเอื้อมมือไปกุมมือจินเหยียวไว้พร้อมบอกกับนางว่า “ท่านน้าจินเหยียว.. เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้ท่านแม่ลงมือเอง ความแค้นของพ่อแม่.. ข้าหลิงหยุนจะเป็นผู้สะสางให้เอง!”จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปสั่งเหล่ากุ่ย“เหล่ากุ่ย.. ท่านไปจัดการอธิบายรายละเอียดของค่ายกลทั้งสามนี้ให้กับเหล่าหน่วยกล้าตายตระกูลหลิงฟังด้วย!”“ท่านผู้นำตระกูลอย่าได้กังวลใจ..ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเอง!”หลิงหยุนพยักหน้าและสั่งต่อว่า “พรุ่งนี้ท่านช่วยนำหน่วยกล้าตายตระกูลหลิงมาพบข้าที..”ในเมื่อหลิงหยุนขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงแล้วแต่สองสามวันนี้เขาเองก็มั่วแต่ยุ่ง จึงยังไม่มีเวลาได้พบปะกับเหล่าหน่วยกล้าตายตระกูลหลิงเลย..เหล่ากุ่ยตอบกลับมาด้วยความตื่นเต้น“ท่านผู้นำตระกูล.. หน่วยกล้าตายของเราเคารพศรัทธาท่านผู้นำมาก พวกเขารอที่จะรับใช้ผู้นำตระกูลนานแล้ว!”