ตอนที่ 699
บทที่ 1128 : ถอนหนอนกู่!
October 22, 2026
หลายวันนี้..สิ่งที่หลิงหยุนต้องทำอยู่เป็นประจำนอกเหนือจากการฝึกฝนวิชา ก็คือการทรมานซือกงถูกับลูกชายของเขาซือกงวู่จี๋ ที่เวลานี้ถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินบ้านตระกูลหลิง.. และเหตุผลที่หลิงหยุนต้องทรมานสองคนพ่อลูกอย่างแสนสาหัสเช่นนี้เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการแก้แค้น.. เวลานี้จุดตันเถียนของซือกงถูได้ถูกหลิงหยุนทำลายแล้วเขาจึงมีสภาพไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น ซือกงถูเจ็บปวดจนแทบสิ้นใจตาย แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ไม่ยอมให้ตาย เขาจะเข้ามารักษาซือกงถูทุกวัน เพื่อต่อลมหายใจให้ซือกงถูได้มีชีวิตอยู่รับการทรมานจากเขาต่อไปทุกๆวันนั่นเอง.. เวลานี้ตามร่างกายของซือกงถูนั้นมีรูและบาดแผลฉกรรจ์อยู่เต็มไปหมด มันเจ็บปวดจนแทบบ้า และอยากจะรีบตายๆไปให้รู้แล้วรู้รอด.. และที่หลิงหยุนทรมานสองพ่อลูกอย่างหนักหน่วงเช่นนี้นอกเหนือจากการแก้แค้นส่วนตัวแล้ว เขายังต้องการเค้นเอาข้อมูล และความลับจากปากสองพ่อลูกให้มากที่สุดด้วย และข้อมูลที่ได้มาก็เป็นประโยชน์กับหลิงหยุนยิ่งนัก! สิ่งที่หลิงหยุนเค้นมาได้จากปากของซือกงถูก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับแท่นบูชาของพรรคมาร อาวุโสพรรคมาร สำนักแดนใต้ และความลับอื่นๆของพรรคมารอีกมากมาย.. ในเวลาเดียวกัน..หลิงหยุนก็ได้รู้ข้อมูลและความลับต่างๆมากมายจากปากซือกงวู่จี๋ด้วย รวมถึงเรื่องขององค์กรนักฆ่าสาขาฮู๋ตง และอำนาจอิทธิพลต่างๆของพรรคมารในต่างประเทศ.. เวลานี้..หลิงหยุนสามารถเค้นเอาความลับจากปากของสองพ่อลูกได้แทบทุกอย่างที่ต้องการ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องปล่อยให้ทั้งคู่มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว.. หลังจากที่ทรมานสองพ่อลูกจนหนำใจแล้วเวลานี้ก็เหลือเพียงสังหารทั้งคู่เพื่อแก้แค้นให้กับพ่อแม่ของเขา.. แต่การจะสังหารซือกงถูได้นั้นสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือต้องให้จินเหยียวจัดการถอนหนอนกู่ออกจากร่างของซือกงถูเสียก่อน ไม่เช่นนั้นหากซือกงถูตาย จินเหยียวก็ต้องตายด้วยเช่นกัน! หลังจากที่หลิงหยุนได้รักษาอาการบาดเจ็บให้กับจินเหยียวแล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าหลายวันมานี้จินเหยียวมีอาการดีขึ้นมาก ไม่เพียงจดจำเรื่องราวในอดีตได้ แต่ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจก็กลับเป็นปกติ และอยู่ในระดับสมบูรณ์มากด้วย.. หนำซ้ำเวลานี้จินเหยียวก็อยู่ในครึ่งระดับที่หนึ่งของขั้นเซียงเทียน-9แล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระดับที่หนึ่งของขั้นเซียงเทียน-9 ได้เสียที หลิงหยุนสันนิษฐานว่าน่าจะเกี่ยวพันกับหนอนกู่ที่ฝังอยู่ในร่างของซือกงถู.. ในเมื่อหนอนกู่ได้เชื่อมชีวิตและความตายของซือกงถูกับจินเหยียวไว้ด้วยกันเมื่อซือกงถูได้รับการทรมานอย่างแสนสาหัสเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อจินเหยียวด้วยอย่างแน่นอน จินเหยียวจึงไม่สามารถก้าวสู่ขั้นต่อไปได้เสียที.. ทันทีที่ได้ยินคำถามของหลิงหยุนคิ้วของจินเหยียวก็ขมวดเข้าหากัน หลังจากครุ่นอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงตอบไปว่า “ไม่น่าจะมีปัญหา..แต่เจ้าคงต้องอยู่ช่วยข้าด้วย!” และเพราะหนอนกู่ที่ฝังอยู่ในร่างของซือกงถูมานานถึงสิบแปดปีนี่เองจินเหยียวจึงสามารถมีชีวิตรอดจากเงื้อมือของซือกงถูมาถึงทุกวันนี้ และแน่นอนว่าอานุภาพของหนอนกู่ย่อมไม่ธรรมดา.. หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“ได้.. ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปจัดการถอนหนอนกู่ออกจากร่างของซือกงถูตอนนี้เลย!” “ดี..ถ้าเช่นนั้นเจ้าพาข้าไปพบมันเดี๋ยวนี้!” ตลอดหลายวันที่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลิงจินเหยียวอยู่แต่ในห้องเพื่อฟื้นฟูร่างกายตนเอง นางจึงไม่สนใจเรื่องของซือกงถูนัก แต่เมื่อพูดชื่อซือกงถูขึ้นมา และคิดว่ากำลังจะได้พบหน้าซือกงถูอีกครั้ง สีหน้าของจินเหยียวจึงเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น และน้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกดุดันขึ้นมาทันที! หากไม่นับความแค้นของหยินชิงเฉวียนกับพ่อของหลิงหยุนเพียงแค่ความแค้นของจินเหยียวคนเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้นางคับแค้นใจซือกงถูมากแล้ว เป็นเพราะซือกงถูที่ตามไล่ล่านางออกมาจากพรรคมาร ทำให้นางต้องระเบิดปราณปีศาจของตนเอง จนใบหน้าเสียโฉม ลมปราณตีกลับ และต้องสูญเสียความทรงจำนานถึงสิบแปดปี เพียงแค่นี้ก็มากพอที่จะให้นางโกรธแค้นซือกงถูจนแทบกระอักเลือดแล้ว! หลิงหยุนพยักหน้าและเดินนำจินเหยียวไปยังคุกใต้ดินตระกูลหลิงทันที และไม่นานทั้งคู่ก็ไปถึงห้องขังของซือกงถู.. “ฆ่าข้าซะ!ได้โปรดฆ่าข้าให้ตาย.. ข้าอยากตาย..”เวลานี้..ร่างของซือกงถูถูกตอกตะปูตรึงไว้กับผนังคุกดังเช่นที่เคยทำกับหลิงเสี่ยว เพียงแต่ตะปูบนร่างของซือกงถูนั้นมากมายกว่าเมื่อครั้งที่หลิงเสี่ยวได้รับมากนัก..สภาพของซือกงถูเวลานี้ช่างน่าสยดสยองและชวนขวัญผวายิ่งนัก ทั่วทั้งร่างกายแทบหาที่ดีไม่ได้เลย ร่างทั้งร่างกลบไปด้วยเลือดสีแดง ภายใต้แสงไฟสลัวในคุกใต้ดินนั้น ซือกงถูจึงดูน่าหวาดกลัวราวกับภูติผีปีศาจที่หลุดออกมาจากขุมนรก!ถัดจากซือกงถูไปก็คือลูกชายของเขาซือกงวู่จี๋ที่สภาพนั้นดีกว่าพ่อของตนมาก ร่างที่เต็มไปด้วยลือดสดๆของมันนั้นนอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น ไม่มีแม้กระทั่งเรียวแรงจะขยับเขยื้อน..ซือกงถูถูกทรมานจนแทบคลุ้มคลั่งและเวลานี้ก็มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ และคำอ้อนวอนร้องขอความตายจากหลิงหยุน..ทันทีที่เข้าไปในห้องขัง..ร่างของจินเหยียวก็ถึงกับสั่นสะท้าน แม้ว่านางจะเคยติดตามหยินชิงเฉวียนธิดาพรรคมารมานาน และได้เคยพบเห็นภาพที่น่าสยดสยองมาแล้วมากมาย แต่สภาพของซือกงถูเวลานี้ทำให้จินเหยียวถึงกับใจสั่น และสะท้านไปทั้งร่าง..จินเหยียวใช้เวลาเพียงแค่น้อยนิดก็สามารถปรับสภาพจิตใจให้คุ้นเคยกับภาพที่เห็นได้ เพราะนี่คือศัตรูคู่แค้นของนาง และต่อให้หลิงหยุนไม่ทรมานซือกงถู นางก็จะจัดการด้วยตัวเอง..จินเหยียวตะโกนใส่หน้าซือกงถู“ซือกงถู.. เจ้ามองให้ดี และดูให้เต็มตาว่าข้าคือใคร”“ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นผู้ใดฆ่าข้า.. ได้โปรดฆ่าข้าที..”“นั่น..เจ้า.. เจ้าคือจินเหยียว!”เมื่อเห็นว่าซือกงถูจดจำตนเองได้เชนนี้แววตาของนางก็ปรากฏไอสังหารขึ้นมาทันที และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ถูกต้อง..ข้าคือจินเหยียว! วันนี้ข้าจะมาทวงของของข้ากลับคืน!”จินเหยียวยกมือขึ้นชี้ไปที่หน้าผากของซือกงถูพร้อมกับร้องบอกหลิงหยุนว่า“หลิงหยุน.. หนอนกู่ชีวิตและความตายของข้าอยู่ในศรีษะของมัน ข้าจะสื่อสารกับหนอนกู่ให้เคลื่อนที่ไปยังหัวใจของซือกงถู ส่วนเจ้ามีหน้าที่คอยรักษาหัวใจของซือกงถู อย่าให้มันเจ็บปวดจนสิ้นใจตายได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่”หนอนกู่นั้น..จะถูกฝังเข้าร่างของอีกฝ่ายผ่านทางหัวใจ หลังจากที่เข้าไปได้แล้ว มันจะวิ่งไปตามเส้นเลือด และตรงเข้าสู่สมองของคนผู้นั้นทันที จากนั้นก็จะฝังตัวอยู่ที่กลางศรีษะเช่นนั้น..และสำหรับหนอนกู่ชีวิตและความตายนี้..อย่าว่าแต่ซือกงถูซึ่งอยู่ในระดับสองขั้นเซียงเทียน-9 เลย แม้แต่หลิงหยุนที่มีจิตหยั่งรู้อันทรงพลัง หากถูกฝังหนอนกู่ชนิดนี้เข้าไป ก็ยากที่จะบังคับมันให้ออกจากร่างได้เช่นกัน..“ท่านน้าจินเหยียว..ท่านไม่ต้องห่วง! ข้าไม่ปล่อยให้มันตายแต่ ท่านลงมือถอนหนอนกู่ออกจากร่างของมันได้เลย!จากนั้นหลิงหยุนก็เปิดจิตหยั่งรู้อันทรงพลังและใช้เนตรหยิน–หยางมองทะลุเข้าไปภายในร่างกายของซือกงถู เพื่อคอยจับตาดูปฏิกิริยาภายในร่างกายของมัน ก่อนจะค่อยๆ แนบฝ่ามือข้างหนึ่งไว้ที่หัวใจของซือกงถู เพื่อจะได้รักษาหัวใจของมันไว้ได้ทันหากเกิดวิกฤติขึ้น..หลังจากพร้อมแลัวหลิงหยุนก็ยกมือส่งสัญญาณให้จินเหยียวเริ่มทำการถอนหนอนกู่ได้..จินเหยียวใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปกลางหน้าผากของซือกงถูจากนั้นนางจึงหลับตาพร้อมกับร่ายมนต์คาถาเพื่อสื่อสารกับหนอนกู่ที่อยู่ภายใน..จินเหยียวท่องมนต์อยู่นานกว่ายี่สิบนาทีและหน้าผากของนางก็เริ่มมีเหงื่อไหลซึมออกมา แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวใดๆในร่างกายของซือกงถูเลยแม้แต่น้อย!หลิงหยุนถึงกับขมวดคิ้วและได้แต่คิดในใจว่า ‘หรือเพราะหนอนกู่อยู่ในร่างของซือกงถูนานจนเกินไป จึงไม่ต้องการที่จะขยับเคลื่อนไหวอีก แม้แต่จินเหยียวซึ่งเป็นเจ้าของ ยังไม่สามารถเรียกมันกลับไปได้!’ผ่านไปอีกราวเจ็ดถึงแปดนาที..เวลานี้จินเหยียวเหงื่อท่วมไปทั้งใบหน้า และเส้นผม ในขณะเดียวกันจินเหยียวก็เริ่มร่ายมนต์คาถาเร็วขึ้นเรื่อยๆ และหลิงหยุนเองก็ไม่ได้ยินว่าจินเหยียวท่องคาถาอะไรบ้าง..